ข่าววันนี้
เป็นภาพที่ใครเห็นคงต้องมีอึ้ง เมื่อฝูงแพะในประเทศโมร็อกโกกำลังปีนป่ายหาอาหารกินบนต้นไม้กันอย่างเอร็ดอร่อย โดยต้นไม้ดังกล่าวคือต้นอาร์กาเนีย พบได้เฉพาะในประเทศโมร็อกโกเท่านั้น และเกือบใกล้สูญพันธุ์เพราะการทำการเกษตรมากเกินไป โดยแพะจะกินผลแสนอร่อยของต้นอาร์กาเนีย ที่พวกมันจะต้องปีนขึ้นไปโดยอาศัยการควบคุมสมดุลร่างกาย https://www.youtube.com/watch?v=yCWEiPVa1Yg ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีการแชร์กันในโลกโชเชี่ยล ว่า มีการนำกาละมังเครื่องใช้มาแลกโทรศัพท์เก่าของชาวบ้าน ซึ่งเกิดความเป็นห่วงว่าจะเป็นการนำไปใช้ก่อเหตุความไม่สงบ พบว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.พิทักษ์พงศ์ นันตา รองสวป.สภ.สูงเม่น ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรป้องกันและปราบปราม พร้อมกับสายตรวจ ได้เชิญตัวกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า นำกาละมังบรรทุกรถปิ๊กอัพ โตโยต้า วีโก้ บรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ผค 2779 ขอนแก่น มีกาละมังเต็มรถมาเร่แลกปลี่ยนกับโทรศัพท์มือถือ หลังจากทำทะเบียนประวัติแล้วได้ปล่อยตัวไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตือนให้ประชาชน อย่านำโทรศัพท์ไปแลกกับสิ่งของ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้นำไปก่อความไม่สงบได้ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
CCTVNews ได้เผยแพร่เรื่องราวที่น่าเศร้าและน่าประทับใจไปในคราวเดียวกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นกับแพทย์ชาวจีน ซึ่งเสียชีวิตระหว่างไปเป็นอาสาสมัครในประเทศทิเบต ในวัยเพียง 41 ปี โดยเช่า จู ได้อาสาไปทำงานที่เขตปกครองตนเองทิเบตกับกลุ่มแพทย์อื่น ๆ ประมาณ 2 เดือน แต่ระหว่างที่เป็นอาสานั้น เขาเกิดมีอาการเวียนหัว ปวดศีรษะขึ้น เกิดเส้นเลือดในสมองแตก และเสียชีวิตลง ครอบครัวของเขา เคารพความปรารถนาสุดท้าย ในการบริจาคอวัยวะ ไต-ตับและกระจกตา ซึ่งคุณพ่อของเขาระบุว่า “ลูกชายของผมเป็นหมอและมักจะทำสิ่งที่ช่วยเหลือคนอื่นให้หายเจ็บป่วยและมักจะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกับผู้อื่นเสมอ” โดยภาพชุดดังกล่าว เป็นการทำความเคารพครั้งสุดท้ายของเพื่อนแพทย์ ในเมืองเหอเฟย มณฑลอานฮุย โดยภาพดังกล่าวเผยแพร่ไปในสื่อออนไลน์อย่างรวดเร็ว เพื่อแสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนและเสียสละเพื่อผู้อื่น ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายว่า พบการแจ้งเตือนในกลุ่มเฟซบุ๊ก Thai-Aussie พี่ช่วยน้อง (TASS) โดยระบุว่า “เอเย่นต์หลอกลวงคนไทยมาทำงานที่ออสเตรเลีย” ซึ่งมีการพบว่า มีกลุ่มคนไทยโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริงให้คนไทยที่อยากจะมาทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย หลงเชื่อ และเสียเงินมากมาย (รายละ 2แสน-3 แสนห้า) เพื่อเอามาแลกกับวีซ่าทำงาน และวีซ่าถาวร (PR) โดยกำลังมีการยื่นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทางการประเทศออสเตรเลีย ยืนยันว่า ไม่มีวีซ่ามาทำงานที่ฟาร์ม และ ไม่มีวีซ่า 4 ปีแล้วขอ PR ทั้งนี้ มีการระบุเพิ่มเติมว่า “ไม่ว่าเอเย่นต์นั้นจะมีหลักฐาน การจดทะเบียนหางานอย่างถูกต้อง แต่การโฆษณาชวนเชื่อที่เกินความเป็นจริง และทำให้ผู้อื่นหลงผิด และเสียทรัพย์สิน เป็นคดีอาญา ยอมความไม่ได้ และผิดกฎหมายของกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
กลายเป็นภาพที่ถูกแชร์และชื่นชมด้วยความประทับใจ เมื่อ “ข่าวทองเอน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี” ได้นำภาพ “เด็กนักเรียน น้ำใจงาม” มาเผยแพร่ โดยระบุว่า “วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน2559 ภาพเด็กนักเรียนหญิงช่วยกันจับเสื้อบังแดด ให้กับหญิงสูงวัย ซึ่งขับรถจักรยานยนต์แล้ว ประสบอุบัติเหตุด้วยตนเอง ที่บริเวณสะพานปูน บ.บึงอ้อ หมู่ 13 ต.ทองเอน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ทองเอน ปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำส่งโรงพยาบาลอินทร์บุรี สำหรับเด็กนักเรียนหญิงทั้งสามคนนั้น เป็นนักเรียน อยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนอินทร์บุรี ทราบชื่อคือ ด.ญ.อรนิชชา ยิ้มแย้ม ด.ญ.สุภัสสรา คุ้มสุด ด.ญ.รัตนาภรณ์ ศรีสุขเจริญ ขอบคุณภาพจาก คุณอมร รับทราบ” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
พระเอกนางเอกหมอลำคณะใหญ่ แต่งชุดหมอลำเข้าค่ายทหารขอนแก่น ร้อง “บิ๊กตู่” ผ่อน ปรนคำสั่งให้หมอลำแสดงได้ถึงแค่ตี 1 จากอดีตแต่ไหนแต่ไรจะแสดงกันถึงสว่าง ระบุการแสดงได้แค่ตี 1 ทำให้ประชาชนคนดูและเจ้าภาพไม่เข้าใจ เกิดปัญหากับคณะหมอลำจนกระทบต่อการว่าจ้างไปแสดงอย่างมาก ปัจจุบันหมอลำซึ่งเป็นศิลปะการแสดงที่มีวิถีชีวิตควบคู่กับประเพณีและวัฒนธรรมของชาวอีสานต้องเลิกราไปจำนวนมาก เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 ก.ย. ดร.ประมวล เสติ ประธานคณะกรรมการกลุ่มศิลปินหมอลำภาคอีสาน พร้อมด้วยนายสันติ สิมเสน อายุ 52 ปี เจ้าของคณะหมอลำประถมบันเทิงศิลป์, นางชวาลา หาญสุริย์ อายุ 67 ปี เจ้าของคณะหมอลำรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ และพระเอกนางเอกหมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ คณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ คณะระเบียบวาทะศิลป์ คณะหนูภารวิเศษศิลป์ คณะหมอลำใจเกินร้อย และสมจิต บ่อทอง นักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง แต่งชุดหมอลำแสดงร้องหมอลำ เข้ามาในค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น โดยมีพ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ขอนแก่น ออกมาต้อนรับที่จุดตรวจสถานี สห.มทบ.23 ค่าย ศรีพัชรินทร โดยอนุญาตให้แสดงได้ 1 เพลง จา
วันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลไทยบริจาคเงินช่วยเหลือประชาชนในประเทศเกาหลีเหนือที่กำลังประสบอุทกภัยอย่างหนัก โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ซึ่งสำนักงานเพื่อประสานกิจการด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (Office for the Coordination of Humanitarian Affairs – OCHA) ระบุว่า อุทกภัยดังกล่าวเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 133 คน สูญหายอีกเกือบ 400 คน มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แสนคน และก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเกาหลีเหนือ รัฐบาลไทยจึงบริจาคเงินเป็นการฉุกเฉิน จำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเกาหลีเหนือให้แก่สมาพันธ์กาชาดสากลและสมาคมเสี้ยววงเดือนแดง โดยนายธีรกุล นิยม เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเปียงยาง ถิ่นพำนักที่กรุงปักกิ่ง ได้มอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่นางเกวนโดลิน เผิง หัวหน้าทีมสนับสนุนกลุ่มประเทศ สำนักงานสมาพันธ์ฯ ประจำกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ที่มา :
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 กันยายน 2559 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้จัดงานแสดงมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2559 โดยใช้ชื่องาน “ร้อยรักดวงใจ สานสายใยมุทิตา” โดยมีบุคลากร ครู พนักงานเจ้าหน้าที่ และอดีตข้าราชการระดับสูงที่เกษียณราชการไปก่อนนี้มาร่วมงานกว่า 200 คน ซึ่งมีผู้เกษียณอายุราชการจำนวน 3 คน ได้แก่ นายศุภชัย มีหนองหว้า ครูชำนาญการพิเศษ สอนวิชาสังคมศึกษา นางเกลียวทอง โชคณัติ ครูชำนาญการพิเศษ สอนวิชาคณิตศาสตร์ และนายไสว บำรุงผล พนักงานขับรถ ตำแหน่งลูกจ้างประจำ ระหว่างการจัดงาน มีพิธีบายศรีสู่ขวัญผู้เกษียณอายุราชการตามประเพณีท้องถิ่นอีสาน ร่วมทั้งการแสดงบนเวทีของนักศึกษา และการมอบของขวัญจากเพื่อนร่วมงานให้แก่ผู้เกษียณทั้ง 3 คน ช่วงท้าย ดร.ธนกร ไชยกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้เป็นตัวแทนคณะครู บุคลากร ขึ้นกล่าวแสดงมุทิตาจิตต่อผู้เกษียณอายุราชการทั้ง 3 คน โดยกล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีในโอกาสที่เดินทางมาถึงหลักชัยของการทำงานรับราชการมายาวนานเกือบสี่สิบปี หลังกล่าวจบ ดร.ธนกร ไชยกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี
CNNMoney เปิดเผย8 ประเทศยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวในปีนี้ จะมีประเทศอะไรบ้างนั้นต้องตามมาดูกัน 1.ไอซ์แลนด์ (Iceland) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไอซ์แลนด์มีเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากไอซ์แลนด์ได้คิดแคมเปญการตลาดและดึงความของนักท่องเที่ยวชาวจีนได้ ตามความเห็นของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ตามข้อมูล WTTC ตัวเลขภาคการท่องเที่ยวในประเทศปีที่ผ่านมาขยายตัว 19.4% ตามข้อมูล WTTC ดีกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2015 ถึง 4.8% ในปี 2015 2.ญี่ปุ่น (Japan) การลดลงของค่าเงินเยนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้แบบก้าวกระโดดคิดเป็น49%ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี2015 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นโดยรวมในปี 2015 ขยายตัว 4.4% เมื่อเทียบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียง 0.6% 3.เม็กซิโก (Mexico) จะต้องขอบคุณดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวแห่กันไปเม็กซิโกอีกครั้ง สกุลเงินเม็กซิโก (เปโซ) หายไป 13% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในรอบ 12 เดือน ตั้งแต่ปี 2010 รัฐบาลเม็กซิโก ได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่มีวีซ่าสหรัฐอเมริกาที่ถูกต้องสามารถเดินทางไปยังเ
วันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ของประเทศลาว หลังมีการแชร์เฟซบุ๊กของหนุ่มช่างภาพไทยคนหนึ่ง ที่เดินทางไปถ่ายภาพที่นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว และได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กในทำนองดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน จนสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวลาวในโลกโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก โดยชาวลาวยังได้แชร์ข้อความดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง ล่าสุด ชายเจ้าของเฟซบุ๊กลบโพสต์ที่ไม่เหมาะสมทิ้งไปแล้ว พร้อมกล่าวคำขอโทษโดยบอกว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีใดๆ ทั้งสิ้น ที่มา ข่าวสดออนไลน์
