ข่าววันนี้
“ลุงตู่” ว่าไง! ปัญหาฝุ่นพิษ สวนดุสิตโพลระบุ ส่วนใหญ่ “ไม่มั่นใจรัฐบาลเลย” ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละออง ในช่วงสถานการณ์วิกฤต เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นยังคงน่าเป็นห่วง ในหลายพื้นที่พบปริมาณเกินมาตรฐานที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,376 คน ระหว่างวันที่ 21-25 มกราคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้ คำถามที่ว่า ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรมีวิธีการป้องกันและแก้ไขอย่างไร? ผลปรากฏ อันดับ 1 ออกมาตรการต่างๆ บังคับใช้อย่างจริงจัง เช่น จำกัดปริมาณรถส่วนบุคคล ให้ใช้รถสาธารณะ ห้ามเผาไฟ 33.77% อันดับ 2 ตรวจจับรถทุกประเภทที่มีควันดำ กำหนดเวลาวิ่งของรถบรรทุก 31.36% อันดับ 3 ฉีดน้ำ พ่นละอองน้ำ ทำฝนหลวง 26.97% อันดับ 4 แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน มีระบบแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นแต่ละวัน 24.78% อันดับ 5 ควบคุมการปล่อยควันพิษของโรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้างต่างๆ 16.4
อู่ฮั่น เงียบจริงแต่ยังไม่ขาดแคลน! หนุ่มไทยเผย ผู้คนเก็บตัวให้ความร่วมมือดีมาก จากสถานการณ์ระบาดของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทางตะวันออกของจีน ยังคงมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการประกาศปิดเมือง เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค ต่อมาโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร ซึ่งเป็นเจ้าของโพสต์เรื่องและภาพในเมืองอู่ฮั่นที่เงียบร้าง น่าขนลุก ล่าสุดวันที่ 26 ม.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านเดิม ได้โพสต์ข้อความตอบประเด็นที่มีคนสอบถามไปเป็นจำนวนมาก โดยเขาระบุว่า “ขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง และขออภัยที่มีแหล่งข่าวจากหลายสำนักขอสัมภาษณ์แต่ผมไม่ให้สัมภาษณ์นะครับ เพราะมีหลายประเด็นที่ผมไม่ได้รู้ลึก ซึ่งการให้สัมภาษณ์มันจะเป็นดาบสองคมและจะทำให้หลายคนวิตกกังวลไปไกล ดังนั้น ผมขอตอบเป็นประเด็นดังนี้นะครับ 1.คนไทยที่อยู่ที่อู่ฮั่นมีประมาณ 50-60 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา 2.ส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ในเขตมหาวิทยาลัยจึงมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เนื่องจากคนไม่พลุกพล่านเพราะเป็นช่วงมหาวิทยาลัยปิดเทอม 3.สถานการณ์ปัจจุบันเมืองอู่ฮั่นเงียบจริงๆ ไม่เปิดตลาดหรือห้
ต้องการด่วน! “ล่ามจีน” คัดกรอง/สอบสวนโรคโคโรนาไวรัส ค่าตอบแทนวันละห้าพัน ข่าวจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แจ้งผ่านเพจ กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชนผู้สนใจสมัครเป็นล่ามภาษาจีน ณ บริเวณจุดคัดกรองท่าอากาศยานนานาชาติ และร่วมกับทีมสอบสวนโรค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการการป้องกันโรคโคโรนาไวรัส สำหรับคุณสมบัติล่ามทำหน้าที่คัดกรองผู้เดินทางที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ไม่จำกัดเพศ อายุ 20-45 ปี เข้าใจศัพท์ทางการแพทย์และสาธารณสุขเบื้องต้น ค่าตอบแทนแบบเหมาวันละ 5,000 บาท หรือแบบรายชั่วโมงละ 400-600 บาท โดยต้องทำสัญญาจ้างกับกรมควบคุมโรค โดยรูปแบบการปฏิบัติงานนั้น ล่ามจะทำหน้าที่ซักประวัติผู้เดินทางร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค กรมควบคุมโรค ทั้งนี้ จะมีทีมคอยดูแลเรื่องอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย เช่น หน้ากาก N95 ชุดป้องกันการติดเชื้อ พร้อมสอนวิธีการสวมใส่ที่ถูกต้อง สนใจติดต่อ คุณแมว โทร. 089-787-0340 ส่วนล่ามจีน ที่ทำงานร่วมกับทีมสอบสวนโรคนั้น จะทำหน้าที่สัมภาษณ์ผู้ป่วยและติดตามผู้สัมผัส โดยจะทำการซักผู้ป่วยผ่าน intercom รวมไปถึงการติดตามผู้สัมผัสร่วมกับทีมสอบสวนโรค ถ้าจำเป็นต้องสัมภาษณ์ต่อหน้า จะมีท
ย้ำ! กลับจาก “พื้นที่เสี่ยง”มีไข้ ไอ เจ็บคอ รีบแจ้งสายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422 ข่าวจาก ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้นและเต็มที่ โดยหลังจากที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ยกเลิกเที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่น ทำให้ไม่มีสายการบินจากเมืองอู่ฮั่นมายังประเทศไทยแล้ว กรมควบคุมโรค จึงได้ดำเนินการปรับและขยายการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอื่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเริ่มจากเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง บริเวณ 5 สนามบิน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย ที่เริ่มเที่ยวแรกในเวลา 10.45 น. เนื่องจากเมืองกว่างโจว มีจำนวนผู้ป่วยโรคดังกล่าวเป็นอันดับสอง รองจากเมืองอู่ฮั่น และได้เตรียมขยายการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอื่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป สำหรับการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในช่วงที่ผ่
ทบทวนดีมั้ย! “ชิม ช้อป ใช้”ภาคอินเตอร์ แนะรัฐเร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวจริงจัง จากกรณี กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออก ประกาศด่วนตามคำสั่งของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ให้หยุดการระบาดของโรคปอดสายพันธุ์ใหม่ หรือ ไวรัสโคโรนา อย่างเร่งด่วน โดยให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศ หยุดดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งทางนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ได้ออกมาระบุว่า คำสั่งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อไทย คือ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปจำนวนนับล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยจะหายไปราว 5 หมื่นล้านบาทนั้น ล่าสุด ทางนักวิชาการด้านการตลาด อย่าง คุณพลชัย เพชรปลอด ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เรื่องนี้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเข้ามามีบทบาทให้มากขึ้น เพื่อหาแนวทางช่วยผู้ประกอบการอย่างจริงจัง คือ แทนที่จะออกมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ภาคอินเตอร์ น่าจะนำงบประมาณมาจัดอีเว้นต์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า หรือนำงบมาทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ชวนนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่ไม่ใช่จีน ให้มาเที่ยวเมืองไทย มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ คุณ
“ครูสอนเต้น” เรียนไปด้วย ทำงานด้วย ชีวิตไม่ง่าย! แต่ทำได้ เพราะใจรัก ว่ากันว่า “พรสวรรค์” เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด แต่ละคนก็มีพรสวรรค์ที่แตกต่างกันไป ทำให้มนุษย์สามารถเป็นเลิศในด้านใดด้านหนึ่ง โดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่ในปัจจุบัน เพียงพรสวรรค์คงไม่พอ เพราะสิ่งที่จะทำให้พรสวรรค์นั้นคงอยู่ และสำเร็จผลได้ก็คือ “พรแสวง” ที่ต้องมาคู่กัน แสวงหาความรู้ ตั้งใจฝึกฝน และไม่หยุดที่จะพัฒนา ดังเช่น “วิคเตอร์-มีชัย สีหราช” นักเต้นที่ไม่จำกัดขีดความสามารถของตนเอง ปัจจุบัน วิคเตอร์ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชานิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อย้อนไปคุยถึงสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจบินตรงกลับมาจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศไทยนั้น วิคเตอร์ เล่าว่า พอจบ High School จากที่ออสเตรเลียก็เริ่มทำงานเลย ทั้งไปเต้นบนเรือ งานละครเวทีต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ต้องกลับมาประเทศไทย รู้สึกอยากเรียนต่อ เมื่อได้ลองหามหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรอินเตอร์ดู จึงเห็นว่ามหาวิทยาลัยรังสิตเป็นหนึ่งในนั้น พอได้ตัดสินใจเข้ามาเรียนแล้วรู้สึกประทับใจมาก เพราะมีสังคมที่ดี รู้สึกว่าที่นี
จะจนหรือรวย! ก็ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องสูดฝุ่นพิษ จากการละเลยของผู้ใหญ่ เมื่อวันก่อน ผู้ปกครองท่านหนึ่ง ได้เริ่มเรื่องรณรงค์ผ่าน Change.org เพื่อร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า เธอเป็นแม่ของเด็กชายวัยอนุบาล ที่ต้องฝ่าฟันฝุ่นพิษ PM2.5 ไปโรงเรียนเหมือนกับเด็กหลายคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ค่าฝุ่นพิษ ที่สูงเกือบทั้งประเทศทำให้เด็กทั่วไทยต้องหายใจเอาฝุ่นเข้าไปทำร้ายร่างกายทุกวัน เพียงเพราะไปโรงเรียน แต่โชคดีที่โรงเรียนของลูกเธอ มีมาตรการเรื่องนี้ชัดเจนจากการกดดันของผู้ปกครองและครูหลายคนที่มีลูกเล็กในโรงเรียนเดียวกัน มีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียนติดแอร์ และมีการวัดค่าอากาศเป็นระยะๆ บรรดาผู้ปกครองพยายามทำงานร่วมกับครู ให้ครูคอยกำชับ ให้ความรู้เด็กๆ เตือนเด็กๆ ให้ใส่หน้ากาก ยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด และไม่อนุญาตให้เด็กออกมาวิ่งเล่นข้างนอกถ้าไม่ใส่หน้ากาก “โรงเรียนของลูกดิฉัน บอกเลยค่ะว่าค่าเทอมโหดมาก แต่พอมองดูโรงเรียนอื่นๆ ทั้งผ่านข่าวและฟังจากเพื่อนๆ แล้ว ภาพที่เห็นเหมือนคนละโลก นอกจากเด็กจะต้องเดินทางฝ่าฝุ่นไปโรงเรียนแล้ว พอไปถึงโรงเร
คนไทยในอู่ฮั่น โพสต์บรรยากาศสุดวังเวง รถบนถนนไม่มี ตลาดปิด คนระแวงกันเอง วันที่ 25 ม.ค. ผู้ใช้เฟชบุ๊ก ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร ซึ่งเป็น ชาวไทยในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าบรรยากาศในตลาดเมืองอู่ฮั่นสุดวังเวง เพราะบรรดาร้านค้าต่างปิดตัว โพสต์ระบุว่า “มึงๆ มะกี้เราลงไปตุนของกินมา แม่งความรู้สึกเหมือนในหนังเลย รถบนถนนไม่มี ตลาดปิด ทุกอย่างปิด มีซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ เปิดอยู่ร้านเดียว มีเจ้าหน้าที่มาคุม ใครไม่ใส่แมสไม่ให้เข้า พอเข้าไปมีคนมาตุนของอยู่ 5-6 คน ทุกคนดูรีบๆ อะไรหยิบได้หยิบ เดินห่างๆ กันแบบระแวงๆ มองหน้ากันตลอด แม่งขนลุกชิบหาย..! ของกินเหลือแต่มาม่า ขนมปัง ไส้กรอกแพ็กๆ ของกินเหลือไม่เยอะมาก ของสดในซุปเปอร์ไม่เหลือเลย เราเลยได้แค่ ขนมปัง มาม่า แล้วก็นม โคตรน่ากลัวอะ ถ้ารอดไปได้กุจะเล่าให้ลูกหลานฟัง” โพสต์ต้นฉบับ ขอบคุณ ภาพจากเฟชบุ๊ก ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร
อย. เตือนอย่าหลงเชื่อ “สเปรย์พ่นปากอ้างฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา” ไม่จริง! วันที่ 25 ม.ค. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลส่งต่อออนไลน์ ใช้เบตาดีนสเปรย์ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา ย้ำ อย. ไม่เคยมีการอนุญาตให้โฆษณาสรรพคุณในลักษณะดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบเบตาดีนสเปรย์ที่ผ่านการอนุญาต เป็นสเปรย์พ่นปากที่มีตัวยา โพวิโดน ไอโอดีน มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ใช้สำหรับลดอาการอักเสบบริเวณช่องปาก ลำคอ เท่านั้น กรณีพบข้อมูลจากสื่อออนไลน์ระบุวิธีป้องกันอย่างง่ายทำได้ด้วยตนเองจากไวรัสโคโรนา โดยการใช้เบตาดีนสเปรย์ฆ่าเชื้อ นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอแจ้งว่า ไม่เคยมีการอนุญาตให้โฆษณาสรรพคุณตามที่ระบุบนสื่อออนไลน์ โดยเบตาดีนสเปรย์ที่ผ่านการอนุญาตกับ อย. มีสรรพคุณที่ได้รับอนุญาตเป็นสเปรย์พ่นปาก ที่มีตัวยาโพวิโดน ไอโอดีน มีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อโรค โดยมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ลดอาการอักเสบบริเวณช่องปากและลำคอ ได้แก่ อาการระคายคอ ความรู้สึกไม่สบายที่คอ แผลในปาก และระงับกลิ่นปาก เท่านั้น หากผู้บริโภคมีข้อสงสัยในเรื่องสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ขอให้สอบถามมาได้
‘ประยุทธ์’ เผย ติดตามไวรัสโคโรนามาตลอด กำชับ สธ.ทำแผนรับมือตั้งแต่ต้นปี เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า “ผมติดตามสถานการณ์ #ไวรัสโคโรนา มาตลอด ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมและปรับแผนรับมือตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา สธ. @pr_moph ได้ออกมาตรการป้องกันและปฏิบัติตั้งแต่ต้นปี เน้นการตรวจคัดกรอง ณ ท่าอากาศยาน 5 แห่ง และด่านตรวจคนเข้าเมือง ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับ 3 พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด และให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเตรียมแผนรับมือตลอด 24 ชม. ผมขอให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีคนเยอะ หมั่นล้างมือให้สะอาด ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น รักษาร่างกายให้อบอุ่นและพักผ่อนให้เพียงพอนะครับ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อสายด่วน 1422 ครับ”
