ชวนโหลดแอพ ThaiWater เช็กปริมาณน้ำทั่วไทย เข้าใจง่าย น่าโหลดติดเครื่อง


ทูน่ากระป๋อง อาจเป็นอาหารที่หลายคนคุ้นเคย เปิดฝากระป๋องก็พร้อมกิน หรือเอาไปทำสลัด แซนด์วิช และอาหารได้อีกหลายเมนู แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังอาหารกระป๋องธรรมดาๆ กลับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับ 1 ของโลก ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงภายในงาน The 19th INFOFISH World Tuna Trade Conference & Exhibition หรือ INFOFISH TUNA 2026 งานประชุมและแสดงสินค้าระหว่างประเทศด้านอุตสาหกรรมทูน่า ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยประเทศไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยเองก็ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะปลาทูน่าที่จับได้ในประเทศ เพราะในปี 2568 ประเทศไทยมีการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่าประมาณ 737,135 ตัน มูลค่า 43,031 ล้านบาท ก่อนนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในส่วนของการแปรรูปและส่งออก โดยนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ก่อนผ่านกระบวนการผลิตในไทยแล้วส่งต่อไปยังตลาดทั่วโลก ในปี 2568 ไทยส่งออกปลาทูน่ากระป๋องและผลิตภัณฑ์แปรรูปประมาณ 542,814 ตัน คิดเป็นมูลค่า 76,666 ล้านบาท โ
ในยุคที่ทุกอย่างถูกเร่งรีบและปรุงแต่ง ความแท้จริงของท้องถิ่นกำลังกลายเป็นสิ่งที่ถูกลืมเลือน เมื่อเมืองเปลี่ยนไป คำถามสำคัญคือเราจะตั้งรับความเปลี่ยนแปลงอย่างไรโดยไม่สูญเสียตัวตน? นั่นคือจุดเริ่มของ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ สื่อท้องถิ่นที่หวังอยากให้ทุกคนกลับมารู้จักคุณค่าที่แท้จริงของบ้านเกิด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ พี่หนู–ภัทรพร อภิชิต สื่อท้องถิ่นที่เล่าเรื่องผ่านหน้ากระดาษ สู่การสวมบทบาทใหม่ในฐานะ ‘ร้านชำโชว์ห่วย’ พื้นที่ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเมืองกับชนบทเข้าด้วยกัน โดยเอารสชาติที่แท้จริง อย่าง กะปิ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และของดีจากชุมชน มาเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของความตั้งใจ การต่อสู้ของผู้ผลิตรายย่อย และการพิทักษ์ลมหายใจของบ้านเกิดที่ไม่ยอมให้ตัวตนสูญหายไปตามกาลเวลา จุดเริ่มต้น ‘มนต์รักแม่กลอง’ ย้อนกลับไปเมื่อราว 18 ปีก่อน พี่หนู คนกรุงเทพฯ ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่แม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งตอนนั้นทำให้เธอได้พบกับเสน่ห์ของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม “พอไปอยู่แม่กลอง เราได้ไปเห็นบ้านเมืองที่มีทรัพยากร มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมาก ทำให้รู้สึกประทับใจว่าม
อายุเพียง 18 ปี แต่กลับสร้างรายได้เข้ากระเป๋าเดือนละ 10 ล้านบาท ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D เพียงเครื่องเดียว เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ Young Entrepreneur อย่าง ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) อายุ 18 ปี ที่ได้สร้าง ธุรกิจ E-commerce จากการขายสินค้า จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) ได้โพสต์วิดีโอตอนที่เขากำลังกระดกน้ำอัดลมจาก “ที่ใส่กระป๋องรุ่นแท็กทิคัล” ของเขา ซึ่งคล้ายกับปลอกใส่กันเย็นทั่วไปแต่ให้ความรู้สึกที่สนุกกว่า เพราะเมื่อเขาดื่มกระป๋องแรกหมด เขาจะกระแทกที่ใส่กระป๋องลงบนกระป๋องใหม่ทันที ทำให้กระป๋องเก่ากระเด็นพุ่งออกมาเหมือนกับการคัดปลอกกระสุนปืน แล้วเขาก็เริ่มดื่มกระป๋องที่สองต่อได้เลย วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัลถล่มทลายด้วยยอดวิวมากกว่า 50 ล้านครั้งบน Instagram https://www.instagram.com/reel/DOKTNtPDHYm/?igsh=MXZmYzB2NjZ2aXlpag== เมื่อถูกถามว่าทำไมมันถึงกลายเป็นกระแสไวรัลขนาดนี้ ไมเคิลมองว่ามันคือความแปลกใหม่ที่คนไม่เคยเห็นมาก่อน และกระแสนี้เองที่ส่งผลให้ธุรกิจ “Cruise Cup” ของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด จน
การเดินทางบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ของ เนเน่ รอยัล ได้สร้างความประทับใจและจารึกความทรงจำครั้งสำคัญให้กับแฟนๆ ชาวไทยและแฟนคลับทั่วโลกไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เธอฝ่าฟันอุปสรรคและโชว์ศักยภาพอันโดดเด่นจนทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ (Final) ได้สำเร็จ โดยเนเน่ได้ออกมาแสดงเป็นคนที่ 7 ซึ่งก่อนจะเริ่มการแสดงมีการเปิดตัวด้วยคลิปสั้นๆ ย้อนถึงการเดินทางมาสู่รอบไฟนอล โดยเนเน่กล่าวว่า “ตอนนี้ AGT ได้เปลี่ยนชีวิตฉันไปแล้ว” พร้อมเริ่มโชว์สุดขนลุก ที่ทรงพลังเช่นเคย ในเพลง Seven Nation Army เป็นเพลงระดับตำนานของ The White Stripes เมื่อการแสดงจบลง ทำให้กรรมการอย่าง เมลบี ถึงกับเอ่ยปากว่า “รู้สึกตัดสินใจถูกมากที่กดปุ่มทองตอนนั้น เนเน่อยู่อันดับดีที่สุดของโลก โชว์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อายุแค่ 16 ถ้าเนเน่ไม่ชนะ จะเอาบ้านใหม่ฮาร์วีไปขาย” นอกจากนี้หลังจบการแสดง ฮาร์วีขึ้นไปกอดเนเน่กลางเวที หลังจบโชว์ พร้อมบอกว่า เธอสมควรได้รับ 1 ล้านเหรียญ การถ่ายทอดเสียงร้องและเสน่ห์เฉพาะตัวบนเวที AGT ไม่เพียงแต่มัดใจกรรมการ แต่ยังครองใจผู้ชมทางบ้านนับล้านคนที่คอยติดตามและส่งแรงใจเชียร์ตลอดการแข่งขัน การ
เปิดเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนในช่วง Golden Week หรือวันหยุดยาวปีนี้ มีแนวโน้มวางแผนเดินทางเร็วขึ้นและเดินทางนานขึ้น โดยการลางานเพิ่มเพียง 3 วัน สามารถหยุดได้ถึง 13 วัน เมื่อรวมวันหยุด Golden Week เข้ากับเทศกาลไหว้พระจันทร์ และคาดว่ายอดการเดินทางออกนอกประเทศจะเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน โดยมีระยะเวลาการเดินทางเฉลี่ยมากกว่า 9 วัน จากข้อมูลของ Trip.com พบว่า ในปีนี้ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่โดดเด่น โดยเฉพาะภูเก็ตและเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวจีนเลือกเดินทางสู่ “ภูเก็ต” อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจองเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน “เชียงใหม่” ครองใจนักเที่ยวเจเนอเรชัน Z ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวไทยก็เลือกบินไปเที่ยว “มาเลเซีย” และ “เกาหลีใต้” สะท้อนให้เห็นว่าช่วง Golden Week มีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเอเชีย ทว่า ในภาพรวมทั่วโลก “โซล” ยังครองอันดับหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมในช่วง Golden Week ปีนี้ ด้วยยอดจองเที่ยวบินระหว่างประเทศเติบโต 91% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากข้อมูลยังพบว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ก่อนช่วงวันหยุด Golden Week ในเดื
ในยุคที่ทุกอย่างถูกเร่งรีบและปรุงแต่ง ความแท้จริงของท้องถิ่นกำลังกลายเป็นสิ่งที่ถูกลืมเลือน เมื่อเมืองเปลี่ยนไป คำถามสำคัญคือเราจะตั้งรับความเปลี่ยนแปลงอย่างไรโดยไม่สูญเสียตัวตน? นั่นคือจุดเริ่มของ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ สื่อท้องถิ่นที่หวังอยากให้ทุกคนกลับมารู้จักคุณค่าที่แท้จริงของบ้านเกิด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณหนู–ภัทรพร อภิชิต จากสื่อท้องถิ่นที่เล่าเรื่องผ่านหน้ากระดาษ สู่การสวมบทบาทใหม่ในฐานะ ‘ร้านชำโชห่วย’ พื้นที่ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเมืองกับชนบทเข้าด้วยกัน โดยเอารสชาติที่แท้จริง อย่าง กะปิ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และของดีจากชุมชน มาเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของความตั้งใจ การต่อสู้ของผู้ผลิตรายย่อย และการพิทักษ์ลมหายใจของบ้านเกิดที่ไม่ยอมให้ตัวตนสูญหายไปตามกาลเวลา จุดเริ่มต้น ‘มนต์รักแม่กลอง’ ย้อนกลับไปเมื่อราว 18 ปีก่อน คุณหนู ได้พบกับ คุณโจ-วีรวุฒิ กังวานนวกุล จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่แม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม “พอไปอยู่แม่กลอง เราได้ไปเห็นบ้านเมืองที่มีทรัพยากร มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมาก ทำให้รู้สึกประทับใจว่ามันมีความเป็นตัวตนสูง” ในขณะเดีย
โรบินสันไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ พลิกโฉมศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่มิติใหม่ที่สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ ได้อย่างครบวงจร ประกาศเปิดตัวแคมเปญเฉลิมฉลองการปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ “Bloom Into More ประสบการณ์ใหม่ ที่มากกว่าเดิม” ระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 1 พฤศจิกายน 2569 พร้อมอัดงบโปรโมชันส่งเสริม การตลาดและสิทธิพิเศษเพื่อเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้า รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยผนึกพันธมิตรร้านค้า แบรนด์ดังกว่า 250 ร้านค้า มอบประสบการณ์ความสุขที่ “มากกว่าเดิม” พร้อมสร้างพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการช้อปปิ้งในพื้นที่อย่างแท้จริง เตรียมพบกับมหกรรมความสุขฉลองปรับโฉมใหม่ กับโปรโมชันพิเศษ ดีลเด็ด รางวัลใหญ่ และสิทธิพิเศษมากมาย ชวนมาเช็กอินก่อนใคร! กับแคมเปญ “Bloom Into More ประสบการณ์ใหม่ ที่มากกว่าเดิม” รับสิทธิประโยชน์มากมาย ได้แก่ พร้อมสัมผัสความประสบการณ์ความสุขที่ “มากกว่าเดิม” กับ ร้านค้าใหม่กว่า 250 ร้าน ที่ยกทัพมาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ให้ครบยิ่งขึ้นในที่เดียว ไม่ว่าจะมาอิ่มอร่อย ช้อป เที่ยว พักผ่อน หรือใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อนๆ ก็มีตัวเลือกให้สนุกได้ตลอดทั้งวัน นอกจากโปรโมชันและร้
การเดินทางบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ของ เนเน่ รอยัล ได้สร้างความประทับใจและจารึกความทรงจำครั้งสำคัญให้กับแฟนๆ ชาวไทยและแฟนคลับทั่วโลกไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เธอฝ่าฟันอุปสรรคและโชว์ศักยภาพอันโดดเด่นจนทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ (Final) ได้สำเร็จ โดยเนเน่ได้ออกมาแสดงเป็นคนที่ 7 ซึ่งก่อนจะเริ่มการแสดงมีการเปิดตัวด้วยคลิปสั้นๆ ย้อนถึงการเดินทางมาสู่รอบไฟนอล โดยเนเน่กล่าวว่า “ตอนนี้ AGT ได้เปลี่ยนชีวิตฉันไปแล้ว” พร้อมเริ่มโชว์สุดขนลุก ที่ทรงพลังเช่นเคย ในเพลง Seven Nation Army เป็นเพลงระดับตำนานของ The White Stripes เมื่อการแสดงจบลง ทำให้กรรมการอย่าง เมลบี ถึงกับเอ่ยปากว่า “รู้สึกตัดสินใจถูกมากที่กดปุ่มทองตอนนั้น เนเน่อยู่อันดับดีที่สุดของโลก โชว์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อายุแค่ 16 ถ้าเนเน่ไม่ชนะ จะเอาบ้านใหม่ฮาร์วีไปขาย” นอกจากนี้หลังจบการแสดง ฮาร์วีขึ้นไปกอดเนเน่กลางเวที หลังจบโชว์ พร้อมบอกว่า เธอสมควรได้รับ 1 ล้านเหรียญ การถ่ายทอดเสียงร้องและเสน่ห์เฉพาะตัวบนเวที AGT ไม่เพียงแต่มัดใจกรรมการ แต่ยังครองใจผู้ชมทางบ้านนับล้านคนที่คอยติดตามและส่งแรงใจเชียร์ตลอดการแข่งขัน การ
เตรียมประกาศผล 1 ตุลาคมนี้ เปิดพื้นที่ให้เสียงและประสบการณ์ของผู้หญิงเดินทางผ่านงานวรรณกรรมสู่ผู้อ่านในวงกว้าง กรุงเทพมหานคร – “รางวัลชมนาด” (The Chommanard Book Prize) เดินทางเข้าสู่ครั้งที่ 15 โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เตรียมจัดงานประกาศผลรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ สีลม เพื่อสนับสนุนศักยภาพของนักเขียนหญิงไทย และเปิดพื้นที่ให้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และมุมมองผ่านงานวรรณกรรมสู่ผู้อ่านในวงกว้าง ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน รางวัลชมนาดมุ่งทำหน้าที่มากกว่าการเป็นเวทีประกวดงานเขียน หากยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนหญิงจากหลากหลายเส้นทางได้นำประสบการณ์ มุมมอง และเรื่องราวของตนเองมาถ่ายทอดผ่านตัวอักษร พร้อมต่อยอดผลงานให้เข้าถึงผู้อ่านหลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น หนึ่งในเรื่องราวที่สะท้อนบทบาทของรางวัลชมนาดในฐานะ “พื้นที่สร้างนักเขียน” คือประสบการณ์ของ จันทรา รัศมีทอง เจ้าของผลงาน “ความฝันของฉันทนา” รางวัลรองชนะเลิศ รางวัลชมนาด ครั้งที่ 6 ซึ่งนำประสบการณ์จากช
สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM กางปัญหาเด็กจบใหม่เตะฝุ่นเฉียด 200,000 คน แม้มีวุฒิ ป.ตรี เผย 6 สกิลที่เด็กยุคนี้ต้องมี รองรับความต้องการโลกยุค AI พร้อมเปิดตัว PIM Skill Transcript “ใบแสดงผลทักษะสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์” การันตีโปรไฟล์ผู้เรียน ครอบคลุมทักษะทั้ง Soft Skills และ Hard Skills มอบให้ “เด็กมีของ” สร้างความมั่นใจองค์กรรับเข้าทำงาน นำร่องกลุ่มแรกปี 2570 ตอกย้ำ PIM The Original ต้นตำรับ “เรียนรู้จากการทำงานจริง” พัฒนาคนให้ทำงานเป็น มีทักษะสูงตั้งแต่ระหว่างเรียน มากว่า 20 ปี สร้างเด็กจบใหม่ จบแล้วมีงานทำทันทีทะลุ 96% รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM กล่าวว่า สภาพปัญหาของตลาดแรงงานวันนี้ไม่ได้ขาดผู้สมัครงาน แต่โจทย์สำคัญคือการมี “คนที่ใช่” กับ “ทักษะที่ตรงกับงาน” โดย ไตรมาส 2/2569 ไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน ในจำนวนนี้ราว 192,000 คนเป็นผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน ขณะที่องค์กรต้องการบุคลากรที่สามารถนำความรู้และทักษะไปใช้กับการทำงานจริงได้ทันที ทำให้ “วุฒิการศึกษา” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อ AI เข้ามา
