Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

‘ยาดม-ผลไม้ไทย’ ของฝากยอดฮิต เจาะตลาดมณฑลจีน โอกาสใหม่ SMEs ไทย โกยเงินหยวนมูลค่า 2.45 ล้านล้าน

ถ้าพูดถึงประโยค “จีนไทยพี่น้องกัน” ในยุคนี้ อาจไม่ได้หมายถึงแค่ความสัมพันธ์ทางการทูตหรือการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็น “โอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง” ของผู้ประกอบการไทย

ในเวทีเสวนา MEET Thai Plus 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Thailand: Meet for More” การผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 3 พลังหลัก อย่าง ทีเส็บ (TCEB), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดเผยยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะพาสินค้าและบริการของไทย บุกตลาดจีนในรูปแบบ “Partnership” ที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่าที่เคย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวหลักที่สร้างแรงขับเคลื่อนให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก 

เพราะนักธุรกิจจีนที่เดินทางมาประชุม สัมมนา หรือดูงาน ไม่ได้จ่ายแค่ค่าโรงแรมหรือห้องประชุม แต่ยังจับจ่ายกับร้านอาหาร ของฝาก และสถานที่ท่องเที่ยว กระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นมหาศาล นอกจากนี้ ไทยยังมีสินค้าที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวในปัจจุบันอีกด้วย 

ด้าน คุณหลี่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้มุมมองน่าสนใจว่า “เราจะผลิตสินค้าแล้วนั่งรอลูกค้าเดินมาหาไม่ได้อีกแล้ว” แต่ต้องเข้าใจตลาดจีนยุคใหม่ก่อนส่งออก

อย่างแรกต้อง เข้าใจความใหญ่ของตลาด โดยจีน 1 มณฑลเล็ก มีประชากรราว 30 ล้านคน แต่มณฑลใหญ่มีพุ่งสูงถึง 100 ล้านคน ซึ่งมากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศ แถมแต่ละมณฑลยังมีวัฒนธรรมและความต้องการที่แตกต่างกันสิ้นเชิง

ถ้าถามว่าเมืองไทยมีสินค้าอะไรที่คนจีนชอบ จะเป็นจำพวก สินค้าเกษตร, ผลไม้สด, ผลไม้อบแห้ง, สินค้าแปรรูป, ยางพารา รวมถึงสินค้าเอกลักษณ์ไทยอย่าง ยาหม่อง และยาดม ยังคงเป็น Top of Mind ของคนจีน

ต่อมาต้องเน้น การสร้างความสัมพันธ์ โดยคนจีนทำธุรกิจด้วยความเชื่อใจ การลงพื้นที่เจรจาแบบตัวต่อตัวและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว คือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนเราจากแค่คู่ค้าซื้อมาขายไป ให้กลายเป็น “พันธมิตรทางธุรกิจ”

“ถ้าเราผลิตสินค้าอย่างเดียวแล้วรอลูกค้ามา ผมว่าไม่เพียงพอ เราต้องศึกษาความต้องการลูกค้าก่อน แล้วก็ทำความเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร เขาชอบอะไร แล้วค่อยผลิตสินค้าไปตอบโจทย์ความต้องการ ง่ายกว่าการที่ไปแบบไม่เตรียมพร้อม”

โอกาสมหาศาลรอผู้ประกอบการไทยอยู่

จากข้อมูลระบุว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มูลค่าการค้าไทย-จีนพุ่งสูงถึง 2.45 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 28% และมีการส่งเสริมการลงทุนจากมณฑลต่างๆ ในจีนแล้วกว่า 321 โครงการ 

งาน MEET Thai Plus 2026 Shenzhen มีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้น (Shenzhen Convention and Exhibition Centre – SZCEC) สาธารณรัฐประชาชนจีน พื้นที่การจัดงาน 7,500 ตารางเมตร คาดการณ์ผู้ร่วมงาน 1,500 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ร่วมงาน B2B จำนวน 1,000 คน

งานนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์เพื่อประชาสัมพันธ์ แต่เป็น Marketplace ที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจที่แท้จริง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐของจีนอย่าง CCPIT ในระดับมณฑลและระดับเมืองมาร่วมสนับสนุนด้วย

Related Posts

แบรนด์โยเกิร์ตเกิดใหม่เพียบ “Yoguruto” เลยมองหาตลาดใหม่ เปิดตัว “Nuts, Yes!” (นัทส์เยส) ขยายพอร์ตสู่เครื่องดื่มนมถั่ว
‘ฉงชิ่ง Model’ เมื่อจีนไม่ได้ต้องการแค่ของถูกอีกต่อไป แล้วไทยได้อะไรจากเรื่องนี้?
ลด Burnout ได้ 50% แค่มี "คนรับฟัง" ทำไมคนทำธุรกิจถึงไม่ควรแบกทุกอย่างไว้คนเดียว?