Featured ข่าววันนี้

“ถุงยางอนามัย” สินค้าฮิตของ Gen Z ซื้อผ่าน “ตู้กดยา” เพราะไม่ต้องเขินพนักงานตอนจ่ายเงิน

JSP เปิดอินไซด์จากยอดขายสินค้าตู้กดยา พบถุงยางอนามัยเป็นสินค้ายอดฮิตจากวัยรุ่น Gen Z ทำเลย่านมหาลัยยอดขายสุดปัง มองคนรุ่นใหม่กล้าซื้อผ่านตู้กดเหตุเป็นส่วนตัวไม่เขินพนักงานตอนจ่ายเงิน 

นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP
นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP

นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านตู้กดยาอัตโนมัติจำนวน 185 ตู้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 1 ปีล่าสุด พบพฤติกรรมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเพศคิดเป็นสัดส่วนถึง 29% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด โดย 4 อันดับกลุ่มสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ได้แก่

  1. ถุงยางอนามัย ยอดขาย 1,612,497 บาท
  2. เจลลี่แก้เแฮงค์ ยอดขาย 636,333 บาท
  3. เจลหล่อลื่น ยอดขาย 609,375 บาท
  4. ชุดตรวจแบบ 4IN1 ยอดขาย 480,965 บาท

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนยอดขายแยกตามหมวดหมู่สินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเพศจะมียอดขายสูงเป็นพิเศษจากตู้กดยาที่ตั้งอยู่ย่านมหาวิทยาลัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามด้วยยาสามัญประจำบ้าน 16.2% ขณะที่อันดับ 3-5 ได้แก่ ลูกอม/ยาอม สัดส่วน 12.8%, ของใช้ส่วนตัว/สุขอนามัย สัดส่วน 12.6% และ ชุดตรวจสุขภาพ สัดส่วน 11.0% ตามลำดับ 

สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าสุขภาพทางเพศ ซึ่งลักษณะของตู้อัตโนมัติช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยตนเอง มีความเป็นส่วนตัว และเข้าถึงสินค้าได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยช่วงเวลาการให้บริการของร้านค้า

อย่างไรก็ตาม มองว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัจจัยบวกในด้านสุขอนามัยของกลุ่มวัยรุ่นที่ให้ความสำคัญกับการป้องกัน โดยเฉพาะปัจจุบันที่สถานการณ์การการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ในประเทศไทยยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง โดยล่าสุดยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ย 8,000-9,000 รายต่อปี ขณะที่กลุ่มประชากรอายุ 15-24 ปี มีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 

ด้านกรมควบคุมโรค พบว่าสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเยาวชนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล โดยข้อมูลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วยโรคซิฟิลิสเพิ่มขึ้น 2.7 เท่า จาก 4,326 ราย เป็น 11,813 ราย ขณะที่โรคหนองในเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า จาก 3,912 ราย เป็น 9,897 ราย

โดยหนึ่งในความท้าทายสำคัญไม่ใช่การขาดเครื่องมือป้องกัน แต่เป็นเรื่องการรับรู้ความเสี่ยงและการเข้าถึงการป้องกัน จึงสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างสะดวกมากขึ้น

“บริษัทมองว่าการเพิ่มช่องทางเข้าถึงผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สามารถสนับสนุนการดูแลสุขภาพทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีอิสระในการใช้ชีวิต

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่าผู้ซื้อกลุ่มนี้มีความสบายใจในการซื้อผ่านตู้กดยา เพราะมีความส่วนตัวไม่ต้องเผชิญหน้ากับพนักงานขายสินค้า 

ด้วยความตอบโจทย์นี้จึงส่งผลให้ยอดจำหน่ายย้อนหลัง 1 ปีของ “ตู้ยาอุ่นใจใกล้คุณ” มีสินค้าสุขภาพทางเพศมียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนถึง 29% บริษัทจึงพร้อมสนับสนุนการเพิ่มจุดให้บริการในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นได้ง่ายยิ่งขึ้น” นายพิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ JSP ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตในธุรกิจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 

ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น ทั้งช่องทางร้านค้า ออนไลน์ และช่องทางรูปแบบใหม่อย่างตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตจากตลาดสุขภาพที่มีแนวโน้มขยายตัว พร้อมผลักดัน JSP สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกช่วงวัย

Related Posts

แบรนด์โยเกิร์ตเกิดใหม่เพียบ “Yoguruto” เลยมองหาตลาดใหม่ เปิดตัว “Nuts, Yes!” (นัทส์เยส) ขยายพอร์ตสู่เครื่องดื่มนมถั่ว
รู้จัก 7 สินค้าชุมชนไทย ของดีที่มีเรื่องราวของผู้คนซ่อนอยู่เบื้องหลัง