Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

เมนูเยอะ ใช่ว่าจะขายดี! แชร์ “เทคนิค 3S” ร้านอาหารดีลิเวอรี เมนูแบบไหนลูกค้าอยากกดสั่ง อะไรควรขาย-ควรตัด

ผู้เขียน ธนดล มีชัยมาตร์ 

ในวันที่ต้นทุนร้านอาหารเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การทำร้านให้อยู่รอดอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่รสชาติของอาหาร แต่ยังต้องบริหารต้นทุนและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มดีลิเวอรี ที่มีร้านอาหารให้เลือกจำนวนมาก

แล้วร้านอาหารจะปรับตัวอย่างไรให้บริหารต้นทุนได้ พร้อมทำให้เมนูน่าสนใจและเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งได้ล่ะ? 

ในงาน LINE MAN Wongnai AI Accelerator คุณคุ – คุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจ “ขายดีไปด้วยกัน” และเจ้าของร้าน “หอมมันข้าวมันไก่” ได้แชร์เทคนิค “3S”  ซึ่งเป็นแนวทางที่ร้านอาหารสามารถนำมาปรับใช้ ตั้งแต่การควบคุมต้นทุน การสร้างความแตกต่าง ไปจนถึงการเลือกเมนูให้เหมาะกับลูกค้า

S ที่ 1  “Small” – ทำร้านให้เล็กบริหารต้นทุนให้ง่าย

คุณคุอธิบายว่า ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เสมอไป แต่ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับกำลังของร้าน เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนและจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

S ที่ 2 “Specialty” – ทำเมนูธรรมดาให้พิเศษ 

ระหว่าง “ข้าวมันไก่เพิ่มตับ” กับ “ข้าวมันไก่ 3 เซียน” ถ้าเป็นคุณ จะเลือกเมนูไหน?

คุณคุอธิบายว่า Specialty คือการทำให้เมนูหลักของร้านมีความพิเศษและหลากหลายมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปขายสินค้าอื่น แต่สามารถต่อยอดจากเมนูเดิม เช่น เพิ่มท็อปปิ้ง น้ำจิ้ม เครื่องเคียง หรือเมนูของทานเล่น เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าซื้อเพิ่ม และช่วยเพิ่มยอดต่อบิล

S ที่ 3 “Select” – เลือกให้เป็น ตัดเมนูให้เป็น

อีกหนึ่งเรื่องที่ร้านอาหารควรให้ความสำคัญ คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอาหารที่สั่งนั้น “คุ้มค่า” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณ ราคา หรือสิ่งที่ได้รับเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความรู้สึกคุ้มค่าผ่านการเพิ่มปริมาณ ตั้งชื่อเมนูให้มีคอนเซ็ปต์ และเพิ่มท็อปปิ้งเพื่อทำให้เมนูน่าสนใจและช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งได้ง่ายขึ้น

คุณคุมองว่า “ความอิ่ม” ก็เป็นส่วนหนึ่งของความคุ้มค่า โดยเฉพาะการขายผ่านเดลิเวอรี ที่ต่อให้อาหารอร่อย แต่หากลูกค้ารู้สึกว่าให้ปริมาณน้อย ก็อาจส่งผลต่อความพึงพอใจและรีวิวของร้านได้

แล้วเมนูไหนที่ควรเก็บไว้ และเมนูไหนที่ถึงเวลาต้องตัดออก? 

คุณคุได้แชร์หลักคิดง่ายๆ ว่า ให้ลองดูยอดขายย้อนหลัง 30 วัน หากเมนูไหนขายได้ไม่ถึง 30 จาน ก็สามารถพิจารณาตัดออกได้ เพราะการเก็บเมนูที่ขายออกเพียงวันละจาน อาจไม่คุ้มกับการเตรียมวัตถุดิบและการจัดการภายในร้าน

โดยร้านสามารถนำเวลาและทรัพยากรที่มีไปโฟกัสกับเมนูที่ขายดีและได้รับความสนใจจากลูกค้ามากกว่า

นอกจากการเลือกเมนูให้เหมาะกับลูกค้าแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย คือการเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบ ภายในงานมีการนำเสนอข้อมูลว่า การรับเงินครบทุกช่องทาง สามารถเพิ่มยอดขายได้เฉลี่ย 32% 

นอกจากการปรับเมนูและวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขายแล้ว คุณคุยังมองว่า AI สามารถเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการบริหารร้านอาหารได้ โดยเฉพาะการนำข้อมูลที่ร้านมีอยู่แล้วมาวิเคราะห์ ทั้งยอดขาย ช่วงเวลาที่ขายดีหรือขายน้อย และข้อมูลการยกเลิกออร์เดอร์

ซึ่งภายในงานก็มีการเปิดตัว “Wongnai Genie” ผู้ช่วย AI สำหรับร้านอาหาร ซึ่งสามารถนำข้อมูลจากระบบ Wongnai POS มาช่วยวิเคราะห์ได้ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การดูภาพรวมธุรกิจ การวางแผนบริหารร้าน ไปจนถึงการเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน ทำให้เจ้าของร้านสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น

Related Posts

เมนูเยอะ ใช่ว่าจะขายดี! แชร์ “เทคนิค 3S” ร้านอาหารดีลิเวอรี เมนูแบบไหนลูกค้าอยากกดสั่ง อะไรควรขาย-ควรตัด
เครดิตภาพ มติชน
"ความสุขที่ไม่รู้สึกผิด" แนวคิด BEARHOUSE ปั้นเมนูให้คนอยากกินซ้ำทุกวัน ขายได้มากกว่า 4 ล้านแก้ว