Featured
เคยนั่งคุยกับผู้บริหารหลายคนที่รับผิดชอบและดูแลเกี่ยวกับเรื่องการรับสมัครพนักงาน พวกเขาเล่าให้ผมฟังในทำนองคล้ายกันว่าตอนนี้ผู้บริหารรุ่นเบบี้บูมเมอร์กำลังลงจากตำแหน่ง และผู้บริหารในรุ่นเจเนอเรชั่นเอ็กซ์กำลังจะขึ้นมา ขณะเดียวกัน ในบางองค์กรตอนนี้ผู้บริหารรุ่นเบบี้บูมเมอร์เหลือเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะองค์กรที่เป็นบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่สำหรับองค์กรภาครัฐ ผู้บริหารเบบี้บูมเมอร์ยังมีอยู่ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ายังเยอะอยู่พอสมควร แต่กระนั้น ในจำนวนเหล่านี้ ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าผู้บริหารบางคนมีทักษะความสามารถค่อนข้างสูง มีความชำนาญเฉพาะทาง เฉพาะด้าน ซึ่งยากที่จะหาคนรุ่นใหม่มาทำงานได้ทันที โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย, ช่างสิบหมู่ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมประเพณีโบราณของประเทศ ผลเช่นนี้ จึงทำให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จึงประกาศต่ออายุราชการให้กับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เหล่านั้น แต่ผมไม่รู้ว่าผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะกลับมาทำงานสักกี่เปอร์เซ็นต์ ถึงกระนั้น ก็ทำให้เห็นช่องว่างของการพัฒนาบุคลากรอย่างมาก คล้ายกับว่าเราสร้า
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความกังวลของร้านค้ากับการติดตั้งเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ที่สรรพากรเข้าไปเก็บภาษี ซึ่งกรมรายงานไปยังกระทรวงการคลังแล้วว่า หากร้านค้าใดที่ติดตั้งเครื่องอีดีซีกรมจะพิจารณาคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นอันดับแรกๆ เพราะร้านค้ากลุ่มนี้แสดงความตั้งใจในการติดตั้งเครื่องอีดีซี ดังนั้น การหลบเลี่ยงภาษีของร้านค้าในกลุ่มนี้น้อยมาก “ในการประเมินภาษีของกรมนั้นจะมีการตั้งเกณฑ์ความเสี่ยงในการประเมินของกลุ่มผู้เสียภาษีไว้ ดังนั้น ร้านค้าใดที่ไม่ติดตั้งเครื่องอีดีซีอาจมีความตั้งใจในการหลบเลี่ยงภาษี กรมจะถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงอาจต้องถูกตรวจสอบการเสียภาษีเป็นพิเศษ ถ้าร้านค้าใดที่ทำดีอยู่แล้วคงไม่ต้องมีความกังวลใดๆ เพราะการติดตั้งเครื่องอีดีซีเป็นการอำนวยความสะดวกร้านค้า ทำให้กรมคืนภาษีได้เร็วขึ้น” นายประสงค์กล่าว นายประสงค์กล่าวว่า การติดตั้งเครื่องอีดีซีเป็นแผนหนึ่งในโครงการอีเพย์เมนต์ของรัฐบาล ต้องการให้ไทยลดการใช้เงินสดลง มีเป้าหมายติดตั้ง 5.6 แสนเครื่อง จะตั้งแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2561 ขณะนี้ดำเนินการติดตั
สำนักพระราชวัง ได้เผยแพร่ข้อมูลประวัติความเป็นมาของ “นมเม็ดจิตรลดา” ผ่านทางแฟนเพจ “Information Division of OHM” พร้อมอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมชมการดำเนินงานด้านโคนมด้วย “นมเม็ดจิตรลดา” หรือ “นมเม็ดสวนดุสิต” เป็นของทานเล่นที่ติดปาก และถูกใจคนทุกเพศทุกวัย แต่นอกจากความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการแล้ว เบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ใน “นมเม็ดจิตรลดา” ก็คือพระปรีชาสามารถในการแก้ไขปัญหาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความช่วยเหลือเกษตรกร และพระราชทานแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ก่อนที่ “นมเม็ดจิตรลดา” จะเป็นที่นิยมแพร่หลาย และกลายเป็นของหายากในท้องตลาดอย่างทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของ “นมเม็ดจิตรลดา” มาจากภาวะน้ำนมโคล้นตลาดในปี 2512 ขณะนั้นสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมจากตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างโรงนมผงขนาดย่อมขึ้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตนมผงจากน้ำนมโคที่รับ
จังหวัดปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นแหล่งปลูกยางใหม่ที่เกษตรกรหันมาปลูกยางในยุคที่ยางมีราคาแพง มีเนื้อที่ปลูกยางรวมทั้งหมด ประมาณ 30,000 ไร่ ต่อมาเมื่อสถานการณ์ราคายางอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง รายได้จากการขายยางไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย สาขาสระแก้ว (กยท. สาขาสระแก้ว) ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี จึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะปลูกพืชแซมในสวนยาง หรือปลูกพืชร่วมยาง ในช่วงที่ต้นยางยังเล็กเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการ กยท. สาขาสระแก้ว สละเวลาพาผู้เขียนไปเยี่ยมชมกิจการสวนยางผสมผสานของเกษตรกรคนเก่ง คือ คุณลักษณ์-คุณจอม ฤทธิ์ภักดี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 6 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โทร. (086) 091-9800, (080) 076-7021 คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการ กยท. สาขาสระแก้ว ครอบครัวฤทธิ์ภักดี ทำสวนยางควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานจนประสบความสำเร็จทางอาชีพและรายได้ กยท. สาขาสระแก้ว จึงประกาศยกย่องให้สวนยางแห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพี
หลายคนมีความฝันถึงอนาคตว่าต้องการมีชีวิตแบบบ้านไร่ ทำสวน ปลูกต้นไม้ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยึดอาชีพเป็นเกษตรกร สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ สร้างรายได้ยั่งยืนและมีความสุข บนพื้นที่ของตัวเอง คุณสายสุนีย์ สุวรรณดี หรือ ป้าน้อย เจ้าของฟาร์มสายทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนสด ปลอดสารเคมี พร้อมการแปรรูปครบวงจร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำตามความฝันจนประสบความสำเร็จ ป้าน้อย เล่าว่า เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตร อยู่กรุงเทพฯ ก็ทำอาศัยเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจค้าขาย แต่ความฝันของป้าน้อยคืออยากเป็นคาวเกิร์ล เพราะชอบดูหนังคาวบอยของตะวันตก เมื่อ 30 ปีก่อน จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน แถวจังหวัดสระบุรี ก่อนจะย้ายมาทำเกษตรในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาปลูกมัลเบอร์รี่ ปลอดสารเคมีแบบนี้ พื้นที่นี้ก็เคยผ่านการปลูกกระถิ่น การเลี้ยงโคนม มาก่อน แต่การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่เหนื่อยมากซึ่งก็ทำมาหลายปีกว่าจะหยุดลง แล้วหันมาปลูกมัลเบอร์รี่แทน โดยเริ่มจากมีต้นแม่พันธุ์อยู่แค่เพียง 2 ต้นเท่านั้น ซึ่งลูกสาวซื้อมาให้จากเชียงใหม่ เอามาป
ปลูกส้มโอส่งออก 10 ไร่ ทำรายได้หลักล้าน งานเกษตรประณีตของคนอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เน้นเทคนิคการจัดการที่ไม่เหมือนใคร ได้ผลผลิตเกรดเอ ราคาดี มีตลาดรองรับ จับเกษตรผสมผสานเสริมรายได้ เก็บขายตลอดปี คุณทองพูน วงษา อายุ 54 ปี เจ้าของสวนส้มโอเมืองทอง เล่าถึงความสำเร็จของสวนส้มโอเงินล้านว่า เริ่มปลูกส้มโอครั้งแรก ตั้งแต่ ปี 2550 จำนวน 10 ไร่ ชุดแรก 400 ต้น ได้ผลผลิตต้นละประมาณ 200 ผล ต่อ 1 ต้น จะได้ผลผลิตเกรดเอ ประมาณ 100 ผล ขายส่งออก 60% ขายภายในประเทศ 40% ผลเกรดเอ ขายกิโลกรัมละ 45 บาท เกรดรองลงมา ขายกิโลกรัมละ 35 บาท แม่ค้ามารับที่สวนแบบตกเกรด กิโลกรัมละ 25 บาท เหมาหมดพื้นที่ 10 ไร่ ทำรายได้ กว่า 1.5 ล้าน ต่อปี “ปีนี้ส้มโอราคาดี ผมจะดูแลส้มโอให้มีคุณภาพ 1 ต้น ออกผลเยอะมาก บางต้นออกถึงกว่า 500-800 ลูก แต่ผมจะเด็ดออก เราจะคัดลูกที่สวยๆ ไว้ต้นละประมาณ 200 ลูก ต่อต้น เพราะถ้าปล่อยให้ติดผลทั้งหมดจะทำให้ลูกเล็ก ผลร่วง คุณภาพไม่ได้ ขายไม่ได้ราคา ถ้าเราควบคุมคุณภาพได้ จะทำให้ได้ส้มโอสวยๆ ต้นละ 200 ลูก ก็เพียงพอ ผมมีส้มโอตอนนี้ 400 ต้น เกือบ 80,000 ลูก บางทีก็มากกว่า บางทีก็ไม่ถึง 1 ผล น้ำหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งต่อไปอีก 1 วันในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วยหลังจากนั้นฝนจะลดลง สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวรวมทั้งอ่าวไทยตอนบนเดินเรือด้วยความระมัดระวังเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุไซโคลน “โมรา” (MORA) บริเวณชายฝั่งประเทศเมียนมา ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณชายแดนระหว่างประเทศบังคลาเทศและเมียนมาแล้ว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง ส่วนภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเ
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว.ได้จัดสรรงบประมาณ 20 ล้านให้แก่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายใหม่(สตาร์ท อัพ) เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตยุค 4.0 โดยดำเนินการทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ในสาขาอุตสาหกรรมแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ได้แก่ สินค้าในกลุ่มสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องเรือน ของตกแต่ง ของที่ระลึก และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 1,000 ราย ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีเอกลักษณ์แข่งขันได้ในตลาดโลก สามารถผลิตและขายได้ในเชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 1,000 ผลิตภัณฑ์ และสามารถสร้างรายได้ตลอดสายการผลิตประมาณ 500 ล้านบาท ภายใน 1 ปี เกิดการจ้างงานตลอดห่วงโซ่เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 อัตรา นางสาลินีกล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางประชารัฐ เพราะเป็นร่วมมือกับกสอ. สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กระทรวงวัฒนธรรม
แนะนำเข้ามาว่ามีสินค้าใหม่นำเสนอ สำหรับครูออส-กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ เจ้าของกิจการมานี มี กาแฟ ร้านดังแห่งเมืองพิษณุโลก “ขนมปุยฝ้ายอกแตก By มานี ชื่อ อกแตก นี้ มาจากชื่อเก่าของเมืองพิษณุโลก คือ อกแตก หรือเมืองสองแคว นั้น ลักษณะคล้ายๆกัน คือ มีแม่น้ำผ่ากลางเมือง”ครูออส เริ่มต้นให้ฟังอย่างนั้น ก่อนบอกถึงที่มาที่ไป ทำไมต้องเป็น “ปุยฝ้าย” “ช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปี มักซื้อขนมปุยฝ้ายมาไหว้ แต่รสชาติไม่เคยถูกใจซักร้าน เลยคิดทำเอง เมื่อทำเอง จึงต้องแตกต่างและต่อยอดงอกเงยเป็นธุรกิจได้ด้วย ช่วงแรกลองขายเล่นๆวันแรก 50 แพ็ค หมดในพริบตา ต่อมาแม่ค้าคนกลาง เห็นว่านำไปขายต่อได้ เลยออร์เดอร์เข้ามาเยอะมาก” คุณออส บอกด้วยว่า ยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหนก็ตาม ต่างต้องมีการจัดที่แตกต่าง หรือการนำเสนอที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้ามาเลือกซื้อให้ได้ ขนมปุยฝ้ายอกแตก ในแบบของเขา จึงทำออกมาเป็นรูปทรงส้ม แตงโม แก้วมังกร ที่สีสันสวยงาม น่ารัก สดใส เอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และว่า ปุยฝ้ายอกแตก ของเขานี้ แม้เพิ่งเปิดตัวมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์ แต่ปรากฎมีออร์เดอร์เข้ามาตลอด วันละประมาณ 500 กล่อง จากแม่ค้าคนกลางจากในพื้น
ส้มตำ อาหารประจำชาติไทย ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วไทย-ทั่วโลก ล่าสุด มีผู้ประกอบการเล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญา หวังสร้างอาหารแปรรูปให้ง่ายต่อการบริโภคและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าปกติ ผุดเป็นไอเดีย “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” ส้มตำสำเร็จรูปในรูปแบบซอง ฉีกทานได้เลยทันที คุณตุ๊ก-สมคิด อินทรบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท M.T (เอ็มที) เกษตรแปรรูป จำกัด อายุ 50 ปี เจ้าของไอเดียส้มตำไทยอบกรอบบรรจุซอง ตราแม่ตุ๊ก แนะนำตัวให้รู้จักว่าไม่ได้จบการศึกษาระดับสูง แต่มีใจรักด้านเกษตร ที่ผ่านมาทำงานบุกเบิกอาชีพค้าขายผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่าง ปลาร้า หน่อไม้ ของหมักของดอง อาหารพื้นเมือง มาร่วม 20 ปี ที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรใหญ่ๆ อย่าง ตลาดสี่มุมเมือง และด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์คลุกคลีสินค้าเกษตรมานาน ที่ผ่านมาจึงคิดสร้างผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปทางการเกษตรเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ เคยคิดทำ “ต้มยำกุ้งแบบซอง” ออกมาจำหน่าย แต่รสชาติยังไม่ลงตัว และล่าสุดต้นปีนี้เอง ได้เปิดตัวสินค้าแปรรูปน้องใหม่ ชื่อว่า “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” เป็นส้มตำซองสำเร็จรูปพร้อมทาน สามารถเก็บในอุณ
