Featured
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ก.ค. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พร้อม พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ต.สุรพันธ์ พันเปี่ยม สว.กก.สส.บก.น.9 นำกำลังจับกุม นายนวรัตน์ ชินทะวัน อายุ 55 ปี ต.โพธิ์ทอง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางรถยนต์ฮอนด้า รุ่นซิอาร์วี สีเทา ทะเบียน 3 กภ 5318 กรุงเทพมหานคร บัตรผ่านเข้าออกพื้นที่เขตพระราชฐาน บัตรผ่านเข้าออกสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม บัตรที่ปรึกษาข้าราชการ นักการเมือง นายทหาร และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ อาทิ บัตรที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ คสช. บัตรที่ปรึกษา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี บัตรที่ปรึกษา พล.ท.พิเชษฐ์ อัษฎานุวัตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม บัตรที่ปรึกษา พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล อดีต รอง ผบช.น. บัตรที่ปรึกษาสำนักงานตรวจสอบอำนาจรัฐ และนามบัตรข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกหลายราย โดยจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.หนองค้างพลู พล.ต.ต.สุธีร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสายลับแจ้งข้อมูลเข้ามาว่า พบ นายนวรัตน์ เข้ามาปรากฏกายในพื้นที่ บก.น.9 โดย นายนวรัตน์ นั้นมั
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคามังคุดในภาคตะวันออกและภาคใต้ขณะนี้มีการปรับตัวลดลง เนื่องจากผลผลิตของทางภาคตะวันออกในปีนี้มีความล่าช้ากว่าปกติ ทำให้ผลผลิตออกมาพร้อมกันกับมังคุดในภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากพ่อค้าที่รับซื้อมังคุดยังคงเปิดรับซื้ออยู่ในภาคตะวันออก ทำให้ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานมายังภาคใต้ได้ ส่งผลให้ในภาคใต้ประสบปัญหาไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของขบวนการสหกรณ์ มีการเปิดจุดรับซื้อมังคุดมาอย่างต่อเนื่อง โดยสหกรณ์ในภาคตะวันออกรวบรวมและจำหน่ายมังคุดแล้วตั้งแต่ต้นฤดูกาลปริมาณ 19,873.04 ตัน ส่วนในภาคใต้ได้เริ่มรวบรวมมังคุดแล้วใน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพรและสุราษฎร์ธานี โดยได้รวบรวมแล้วเป็นปริมาณ 212.17 ตัน ซึ่งปริมาณมังคุดที่สหกรณ์ได้ดำเนินการรวบรวมแล้วทั้ง 2 ภาค มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 20,085.21 ตัน จาก 15 สหกรณ์ โดยสหกรณ์ได้กระจายผลผลิตออกสู่ตลาดผ่านหลายช่องทาง อาทิ ห้างสรรพสินค้า ผู้ส่งออก คู่ค้าในประเทศ และผ่านทางเครือข่ายสหกรณ์ ทั้งนี้ สหกรณ์ในจ.จันทบุรี 7 แห่ง ได้ร่วมกันวางแผนการบริหารจัดการร
นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) มอบหมายให้สถาบันอาหารดำเนิน “โครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยด้วยระบบมาตรฐานเพื่อเป็นครัวอาหารของโลก” ส่งเสริมมาตรฐานด้านรสชาติอาหาร พร้อมประชาสัมพันธ์เครื่องหมาย “รสไทยแท้” (Rod Thai Tae) ไปยังเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ ทั่วประเทศ โดยเริ่มที่ จ.ภูเก็ต เป็นที่แรก เป็นจังหวัดนำร่องมาตรฐานอาหารไทยรสไทยแท้รวม 14 เมนูอาหารคาวหวานที่ผ่านการทดสอบรสชาติมาตรฐานอาหารไทยตามกระบวนการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ประกอบด้วยเมนูผัดกะเพราหมู แกงเขียวหวานเนื้อ ต้มข่าไก่ มัสมั่น แกงเลียง ผัดไทย ต้มยำกุ้ง พะแนงเนื้อ ส้มตำไทย ลาบหมู สะเต๊ะไก่ ผัดเปรี้ยวหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง และทับทิมกรอบ โดยโครงการดังกล่าวจะจัดอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานอาหารไทย เทคนิควิธีการประกอบอาหาร และการใช้วัตถุดิบทดแทน พร้อมสาธิตการปฏิบัติเมนูอาหารตามมาตรฐานอาหารไทย ให้กับผู้ประกอบการและผู้ปรุงอาหาร (เชฟ) จากภัตตาคาร ร้านอาหาร ในภูเก็ต จำนวน 80 ราย เมื่อวันที่ 13-14 ก.ค. 2560 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า บขส. มีแผนที่จะขยายเส้นทางเดินรถเชื่อมภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เริ่มจากประเทศ เมียนมาใน 2 เมือง คือ ย่างกุ้ง และ มัณฑะเลย์ และเมืองอื่นๆ ที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังสนใจเปิดเดินรถเชื่อมต่อเส้นทางไทย-เมียนมา-อินเดีย จากชายแดน อ.แม่สอด เข้าสู่เมืองเมียวดี และผ่านชายแดนเมืองมอเรห์ (Moreh) ไปอินเดีย รวมไปถึงเวียดนาม ซึ่งเตรียมศึกษาเปิดเส้นทางไปยังเมืองเว้และเมืองดานัง นายจิรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับเส้นทางในประเทศนั้นสนใจที่จะเปิดเส้นทางเดินรถเมืองชายแดนเชื่อมต่อพื้นที่ภาคใต้ ที่บขส. ยังไม่มีเส้นทางได้แก่ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอาจจะเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การเปิดเดินรถผ่านไปยังประเทศที่สามนั้นต้องเจรจากับประเทศทางผ่านเพื่อขออนุญาตด้วย ซึ่งขณะนี้ บขส. อยู่ระหว่างศึกษาเส้นทางและหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก่อนส่งเรื่องไปยังกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาต่อไป นายจิรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ บขส. ยังเตรียมปรับเส้นทางเดินรถ เพื่อรองรับการเดินทางในเส้นทางอีอีซี ซึ่งเป็นพื้นที่ลงท
นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการที่นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท.มอบนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติการปี 2561 ด้วยการขอให้ขยายสัดส่วนตลาดเดินทางมาเยือนไทยครั้งแรก (First Visit) เพิ่มขึ้นนั้น วางแผนจับตลาดนั้นด้วยการทำตลาดในหัวเมืองของแต่ละภูมิภาค รวมถึงแผนเชิงรุกไปยังประเทศที่ยังไม่มีสำนักงาน ททท.ตั้งอยู่ เพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาการรับรู้และเดินทางมาประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวเมืองหลัก ทำได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้น จึงเสนอให้มีการตั้งตัวแทนการตลาด (Marketing Representative) ใน 9 พื้นที่หลัก แบ่งเป็น ตลาดจีนเพิ่มตัวแทนอีก 5 เมือง จากเดิมที่มีสำนักงานอยู่แล้ว 5 แห่ง โดยเลือกจุดหมายที่มีเศรษฐกิจดี มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูง เช่น เซียะเหมิน, ฉงชิ่ง ส่วนอินเดีย ที่มีสำนักงานอยู่แล้ว 2 แห่ง พิจารณาเพิ่มตัวแทนการตลาดในเมืองที่มีเที่ยวบิน และความต้องการของนักท่องเที่ยว เช่น กัลกัตตา หรือเมืองอื่นๆ ทางตอนใต้ เพื่อเจาะลึกกำลังซื้อศักยภาพสูง ส่วนในอาเซียน จะเพิ่มตัวแทนการตลาดในประเทศที่ยังไม่มีสำนักงาน
พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ ในเดือนก.ย. จะมีการพิจารณาแผนการออกผลิตภัณฑ์สลากออนไลน์รูปแบบใหม่ หรือ สลากลอตโต ซึ่งหากคณะกรรมการเห็นชอบก็จะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป โดยการออกสลากลอตโต ถือเป็นนโยบายเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศ ที่มีเกมสลากหลายรูปแบบ เพราะต้องการลดการพนันนอกระบบ เช่น หวยใต้ดิน รวมทั้งการพนันฟุตบอล บ่อน อื่นๆ เพื่อใช้เกมต่างๆ เป็นทางเลือก โดยเงินจากการเสี่ยงโชคจะถูกนำกลับไปใช้พัฒนาประเทศ “การออกสลากแบบลอตโตจะควบคู่ไปกับการออกสลากใบ หรือ ลอตเตอรี่ ซึ่งจะเป็นการแบ่งตลาดกัน โดยเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาหวยใต้ดิน และนำเงินที่อยู่นอกระบบ ผิดกฎหมาย ซึ่งคาดว่ามีมากกว่าหลายแสนล้านบาทต่อปี มาอยู่ในระบบ ซึ่งสังคมควรพิจารณาได้ว่าเราควรเก็บหวยใต้ดินไว้ หรือเราจะเปิดเกมใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อดึงเงินส่วนนี้ในการพัฒนาประเทศ”พล.ต.ฉลองรัฐ กล่าว สำหรับรูปแบบสลากลอตโต เบื้องต้นจะเป็นการเปิดให้ซื้อลอตโตอย่างง่าย มีจำนวนหมายเลขให้เล่นไม่มาก ยกตัวอย่างเช่น กรณีลอตโตของประเทศญี่ปุ่น จะมีหมายเลข 1-43 โดยให้ผู้ซื้อเลือกแทง
เพจ สไปซี่ SPICY ได้โพสต์คลิปการเปลี่ยนลุคขั้นเทพ เพราะนางแบบคือคุณยายชาวต่างชาติ ได้ถูกแต่งหน้า ทำผม และเปลี่ยนการแต่งตัว พอผลงานออกมาแล้ว ยอมรับว่าทำเอาคนดูอึ้ง เพราะคุณยายคนดังกล่าว ดูอ่อนกว่าวัยและสวยแซ่บขึ้นมาทันตา ที่มา ข่าวสดออนไลน์
อีนิกมา (Enigma) เครื่องเข้ารหัสลับที่นาซีเยอรมันใช้ในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นหนึ่งในของหายากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งในแง่ของสงคราม และวิทยาการ จึงไม่แปลกที่มันจะมีมูลค่าสูง หากผู้ที่ครอบครองรู้ว่ามันคืออะไร ส่วนคนที่ไม่รู้ก็อาจจะคิดว่ามันแค่พิมพ์ดีดโบราณหน้าตาแปลกๆ และอาจยอมขายมันด้วยราคาไม่คู่ควรกับคุณค่าของมัน เหมือนกรณีล่าสุดที่ ศาสตราจารย์ด้านการเข้ารหัสลับท่านหนึ่งได้ไปพบเครื่องอีนิกมานี้เข้าที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งในโรมาเนีย ก่อนที่จะขอซื้อมาได้ด้วยราคาเพียง 100 ยูโร (ราว 3,900 บาท) แต่เครื่องอีนิกมาเครื่องนี้เมื่อถูกนำไปประมูลขายโดย Artmark บริษัทจัดการประมูล มันก็ถูกตั้งราคาขั้นต้นไว้ที่ 9,000 ยูโร (ราว 3.5 แสนบาท) แล้ว ก่อนจะถูกประมูลไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (11 กรกฎาคม) ด้วยราคาสุดท้ายที่สูงถึง 51,500 ยูโร (ราว 2 ล้านบาท) คริสเตียน กาฟริลา (Christian Gavrila) ผู้จัดการฝ่ายจัดหาของสะสมของ Artmark บอกกับทางรอยเตอร์สว่า “นักสะสมซื้อมัน [เครื่องอีนิกมา] มาจากตลาดนัด เขาเป็นศาสตราจารย์ด้านการเข้ารหัส […] เขารู้เป็นอย่างดีว่าเขากำลังซื้ออะไร” แม้ว่ามูลค่า
ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ผ่านการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับว่า เป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แล้ว คงไม่ต้องหาอะไรมารับรองกันอีก เพราะชื่อสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ได้การันตีตนเองอย่างสวยงามเป็นที่เรียบร้อย เมื่อปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) มีการแข่งกันสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ ผลที่ได้คือ คุณมนู มุสิทธิมณี หรือที่รู้จักกันในวงการผู้นิยมเลี้ยงปลาคาร์พว่า นินู จึงเรียกกันติดปาก หลังการแข่งขันแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พว่า “นินู แฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ” เจ้าของฟาร์ม “m&m koi farm” ย่านหมู่ที่ 3 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา แท้ที่จริง คุณมนู มีอาชีพรับราชการ มีเวลาว่างเพียงเช้า เย็น และวันหยุดราชการ ในการดูแลปลาคาร์พ แต่สามารถเลี้ยงปลาคาร์พได้โตเร็ว สวย สีสด รูปทรงมีขนาดเหมาะสมกับวัย จนวงการนักเลี้ยงปลาคาร์พยอมรับในฝีมือ ช่วงบ่ายของวันหยุดราชการ จึงเป็นโอกาสดีที่จะนัดพบปะกับคุณมนู แดดร่ม ลมตก มีฝนเล็กน้อย เสียงน้ำตกจำลองด้านใดด้านหนึ่งของบ่อปลาคาร์พดังกว่าเสียงฝน ยิ่งเปิดพร้อมกันหลายบ่อด้วยแล้ว ระหว่างพูดคุยจึงต้องออกเสียงให้ดังกว่าปกติ พื้นที่ภายในฟาร์มมีขนาดไม่มากนัก ตามที่คุณมนูบอกไว้ว่า
ข้าวห่อใบบัว เมนูที่หากินได้ไม่ง่ายนัก หรือแม้ที่ขายกันอยู่ ผู้บริโภคก็กังขาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากใบบัว ที่เกิดจากการทำนาบัวมีสารฆ่าแมลงตกค้างค่อนข้างมาก คุณจงดี เศรษฐอำนวย หรือป้าแจ๋ว ผู้นำกลุ่ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร “ไร่นาสวนผสม” ที่ 97/1 หมู่ 1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้พลิกฟื้นเมนูนี้ ขึ้นมาอีกครั้งโดยมีจุดขายนอกจากรสชาติที่อร่อยลงตัวแล้ว ใบบัวที่นำมาใช้ ยังปลูกกันเอง ปล่อยโตตามธรรมชาติ และไม่ใช้สารเคมี เพื่อควมปลอดภัยในการนำมาห่อ “ข้าวห่อใบบัว” สำหรับ ส่วนผสมหลักๆ ของข้าวห่อใบบัว มีดังนี้ 1.ข้าวผัด 2.ไข่เค็มแดง 3.กุนเชียง 4.กุ้งแห้งทอด 5.แปะก๊วย 6หมูหมักเคี่ยว 7.เห็ดหอม ทั้งนี้ ข้าวผัด ที่นำมาใช้ห่อนั้น เป็นข้าวหอมมะลิ หุงสุกผัดกับวัตถุดิบได้แก่ รากผักชีกระเทียมพริกไทย น้ำตาลทราย น้ำมันงา หอมใหญ่สับ ผักสามสี(แครอท ถั่วลันเตา ข้าวโพด) และน้ำปรุงรส (ที่ประกอบด้วย ซอสปรุงรส น้ำมันงา และน้ำตาลทราย) ใบบัวก่อนน้ำมาใช้ ต้องนำไปนึ่งให้ใบเหี่ยวลง และนิ่ม เหมาะแก่การห่อ และเมื่อห่อแล้ว ก็ต้องนำไปนึ่งอีก ราว 15 นาที ก็จะได้กลิ่นหอมของใบบัวเวลารับประทาน ที่กลุ่มของ ป้าแจ๋ว รั
