Featured
ไผ่ดำ เป็นไม้ประดับขนาดเล็ก แตกกอเป็นพุ่มแน่น สูง 1-2 เมตร ลำผอมเล็ก แต่ละปล้องยาว 20-30 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยงสีเขียวอมม่วง ใบเรียบเขียว ใบเล็กออกสองข้าง ก้านรูปคล้ายใบเฟิร์น ลำไผ่ขณะที่อ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีดำ ปัจจุบันไผ่ดำ ปลูกกระจายอยู่ทั่วไป โดยส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน สำนักงาน เสริมโชคลาภมากกว่าปลูกไว้กินหน่อ เนื่องจากราคาจำหน่าย สูงถึงลำละ 300-500 บาท ดังนั้นจึงมีเกษตรกรผู้ปลูกไผ่กินหน่อ หันมาปลูกไผ่ดำ ไผ่ประดับกันมากขึ้น คุณอาณัติ ศรีชุม เจ้าของสวนไผ่ดำ 10 ไร่ ที่ต.ดงขี้เหล็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรอีกคนหนึ่งที่ เคยปลูกไผ่ตงศรีปราจีน ตัดหน่อขาย แต่รายได้สู้ไผ่ดำไม่ได้ จึงหันมาปลูกไผดำเต็มพื้นที่อย่างที่เห็น คุณอาณัติ บอกว่า ปลูกไผ่กินหน่อ รายได้น้อยกว่าพวกนี้ คือพวกนี้ จะเป็นไม้ประดับ จะแพงกว่า ได้ราคาดีกว่า สำหรับ ตลาดขายส่งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพ / ตลาดต้นไม้ บางบัวทอง จ.นนทบุรี และที่ตลาดดงบัง ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน และสั่งได้ว่าต้องการความสูงของต้นเท่าไหร่ โดยเริ่มตั้งแต่ 1 เมตร จนถึ
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมการค้าชายแดนระหว่างไทยและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวจากปีก่อนประมาณ 5-10% เนื่องจากช่วง 2 เดือนแรกของปีการค้าชายแดนขยายตัวถึง 14% โดยมูลค่าการค้าชายแดนในกลุ่มซีแอลเอ็มวีเดือนมกราคม 2560 มีมูลค่าอยู่ที่ 1,833 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัว 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 มูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ 1,944 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัว 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตัวเลขการค้าในเดือนมีนาคมอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกับ 2 เดือนแรก ส่งผลให้คาดการณ์ไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 14-15% “ตลาดซีแอลเอ็มวียังเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เพราะตัวเลขการเติบโตของจีดีพีในกลุ่มประเทศดังกล่าวเติบโตสูง เฉลี่ย 5-7% คาดว่ากำลังซื้อยังสูงอยู่ โดยการค้าระหว่างไทยและซีแอลเอ็มวีน่าจะโตได้ 5-10% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการค้า 2.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าโตจากปีก่อนหน้าคือปี 2558 ถึง 4.3%” นายวัลลภกล่าว นายวั
การหวาดกลัวบุคคลที่ผ่านการบำบัดรักษาอาการทางจิต มักพบเห็นได้เสมอ ยิ่งข่าวความรุนแรงจากคนกลุ่มนี้ ยิ่งทำให้เกิดความไม่ไว้ใจ ล่าสุดจากข่าวกรณีคนไข้จิตเวชทำร้ายร่างกายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จนเสียชีวิต ยิ่งสร้างความหวาดหวั่นมากยิ่งขึ้น แล้วจะทำอย่างไร เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น และผ่านการฟื้นฟูทักษะทางสังคมต่างๆ ยังมีอีกมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าระบบในการดูแล จะพึ่งพาเพียงครอบครัว หรือตัวผู้ป่วยในการกินยาอย่างสม่ำเสมอคงไม่เพียงพอ พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์นายกสมาคมสายใยครอบครัว และนายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลศรีธัญญา ให้ข้อมูลว่า ข่าวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ยังบกพร่องหลายๆจุด เพราะจริงๆแล้ว ผู้ป่วยเองที่ไม่สบายควรได้รับการรักษาให้อาการสงบ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ควรมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่กระบวนการรักษายังไม่สามารถพาเขาให้ไปถึงจุดที่ดีพอ และเขาอาจยังไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร ไม่รู้ว่ายาที่ใช้จำเป็นอย่างไร ตัวคนไข้อาจยังไม่ได้รับข้อมูลที่มากพอ ขณะที่ญาติผู้ป่วยเองที่ผ่านมามีโอกาสหรือไม่จะได้รับการเยียวยาจากการมีลูกมีหลานป่วย เขารู้สึกอาย หรือกลัวหรือไม
เข้าสู่ไตรมาส 2 บรรดาผู้เล่น “สะดวกซื้อ” ยังแข่งขันกันสยายปีกสาขาออกไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่ด้วยจำนวนสาขาเกือบหมื่นแห่งของเจ้าตลาด “เซเว่นอีเลฟเว่น” ทิ้งห่างผู้เล่นรายอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น จึงไม่ตื่นเต้นเท่าภาพของการเบียดกันขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรม “สินค้า” ชิงเป็นเจ้าแรก ๆ ในการเสิร์ฟเมนูไทย-เทศ แตกโมเดลใหม่ ๆ ที่เป็นบริการเกี่ยวกับของกินออกมาดึงลูกค้าเข้าร้าน ปัจจุบันจึงสามารถหาซื้ออาหารคาวหวานได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านร้านสะดวกซื้อ นำโดยเซเว่นฯพาเหรดเมนูอาหารไทยคาวหวานเติมเชลฟ์ อาทิ หมูย่างจิ้มแจ่ว ขนมหวานทองหยอดฝอยทอง ล่าสุดเริ่มหันมาเพิ่มน้ำหนักเมนูอาหารญี่ปุ่น อาทิ ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง ด้าน ลอว์สัน108 ที่มีอาหารสไตล์ญี่ปุ่นหลากหลายก็เริ่มขยายไลน์เมนูไทย ๆ ออกมา อาทิ สะเต๊ะสูตรชาววัง ด้านแฟมิลี่มาร์ทยังคงมีเมนูใหม่ ๆ ออกมาต่อเนื่อง อาทิ เบอร์เกอร์หมูทงคัตสึ ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว ข้าวญี่ปุ่นหน้าหมูชาชู รวมถึงมุมอาหารปรุงสุกในร้าน ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาเป็นเทรนด์ที่ทุกค่ายหันมาทำ ทั้งแบบทดลองตลาดและจริงจัง อาทิ ลอว์สัน 108, เซเว่นอีเลฟเว่น, แฟลิมี่มาร์ท และรายล
เป็นนางเอกขวัญใจคนไทยจริงๆ สำหรับ แอน ทองประสม ล่าสุด โพสต์ภาพเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ วันครอบครัวในแบบฉบับของตัวเอง โดยสาวแอนได้ซื้อก๋วยเตี๋ยวเป็ดและหมวกไปฝากคุณลุงที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก เรียกว่า มาจากไหนไม่เคยลืม โดยแอน โพสต์ภาพและข้อความในอินสตาแกรม ระบุว่า “อีกหนึ่งบุคคลที่เลี้ยงแอนมาตั้งแต่เด็ก(นอกจากยาย)..ลุงสมถะ เสื้อตัวนี้ใส่มาเป็นสิบบีก็ยังใส่อยู่นั่น ..รองเท้าดอกยางไม่มีเหลือแล้วก็ไม่ยอมเปลี่ยน..สงกรานต์ปีนี้ซื้อก๋วยเตี๋ยวเป็ดมาให้ทาน พร้อมหมวกนาวิกโยธิน(พี่ทหารที่สัตหีบให้แอนมา)ลุงปลื้มปลิ่มใส่ไม่ถอดเลย..❤ #วันครอบครัวในแบบของฉัน” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จากกรณี จับกุม น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานร่วมฉ้อโกงประชาชน หลังมีประชาชนจำนวนมากถูกหลอกทัวร์ประเทศญี่ปุ่น ตามที่รายงานข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด โลกโซเชียลเผยคลิป แม่ของโชกุน ถ่ายคลิปวิดีโอโชว์สมาชิก ระบุว่า กำลังนั่งเครื่องบินส่วนตัวของลูก ไปเที่ยว จ.เชียงราย ระหว่างนั้น ยังรับประทานอาหารอย่างมีความสุขบนเครื่องบิน ทั้งนี้ โชกุน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนครอบครัวถูกคุมตัวอยู่ในค่ายทหาร ที่มา ประเด็นร้อนโซเชียล
พิษณุโลก เมืองใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เดินทางไปเยือนกันจำนวนไม่น้อย โดยแหล่งสำคัญซึ่งเป็นไฮไลต์ของจังหวัดนี้ เห็นจะเป็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาววิหาร หรือที่เรียกกันติดปากทั่วไปกันว่า “วัดใหญ่” มี พระพุทธชินราช เป็นพระประธาน ประดิษฐานอยู่ในวิหารแสนงดงาม เมื่อเป็นโซนที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ละแวกใกล้เคียงวัดสำคัญแห่งนี้ จึงมีอาหารการกินเป็นตัวเลือกละลานตา แต่ถ้าจะเลือกว่าร้านไหนผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด เห็นจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยว “ห้อยขา”แถวริมน้ำใกล้วัดใหญ่ เรียกว่าถ้าคนต่างถิ่นแวะมาไหว้หลวงพ่อพุทธชินชราช ต้องไม่พลาดที่จะมาทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขา พร้อมกับเก็บภาพเก๋ๆอัพโซเชียลกันแทบทุกราย แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสดังในโลกออนไลน์ มีการกดไลค์ กดแชร์ กันจนกลายเป็นข่าวออกมาว่า พิษณุโลก ไม่ได้มีแต่ก๋วยเตี๋ยวห้อยขานะ มีร้าน “ก๋วยเตี๋ยวห้อยไข่”แล้วด้วย “ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาหน้าวัดใหญ่ซึ่งโด่งดังมากอยู่แล้ว ไม่น่าจะค้อนผมนะครับ เพราะเป็นคนละแบบกัน ของผมติดถนน หน้าร้านมีสระน้ำเล็กๆ เลยต่อที่นั่งแบบห้อยขาไว้ให้ลูกค้าชมวิวได้บ้าง ขณะที่ก๋วยเตี๋ยวของร้านผมเน้นรสชาติต้มยำและใส่ไข่
คุณเอ้-ณิชชฎา ทัศนัย วัย 34 ปี เจ้าของร้านพวงมาลัย “ภาณุมาศ” เปิดขายออนไลน์ ปัจจุบันมีดารา-เซเลบมาอุดหนุนกันไท่น้อย เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ในอดีตตั้งแต่เรียนมหาวิยาลัยสมัยอยู่ปี 4 เคยฝึกงานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกว่าไม่เหมาะกับงานตรงนั้น หลังเรียนจบมา จึงเลือกทำงานที่ร้านขายพวงมาลัยของครอบครัว ซึ่งแต่ก่อนเคยขายวัตถุดิบร้อยมาลัยทำมา 20 ปีซึ่งพวงมาลัยที่ขายนั้นเหมือนกับร้านทั่วไป มีตั้งแต่ราคา ห้าบาทสิบบาทที่ใช้ไหว้พระ กระทั่งเกิดความคิด อยากมีพวงมาลัยสวยๆ มาขายในร้าน จึงเริ่มฝึกฝีมือโดยอาศัยดูขั้นตอนจากหนังสือต่างๆ ควบคู่ไปกับพื้นฐานที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้วจึงสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว พวงมาลัยในแบบของคุณเอ้ เกิดในยุคที่โซเชียลเริ่มบูม จึงโพสต์รูปขายผ่าน HI5 จนได้ออเดอร์แต่ตลาดยังไม่กว้างเท่าที่ควร ต่อมาจึงเปลี่ยนมาขายในเฟซบุ๊ก พวงมาลัยเริ่มมีมูลค่าเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจอย่างมาก มีลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งดารา-เซเลบ อย่าง หนูแหม่ม สุริวิภา ใหม่ ดาวิกา แอฟ ทักษอร หรือบางทีก็มีคุณแม่ดารามาช่วยอุดหนุนอีกด้วย ช่วงแรกคุณเอ้ เป็นคนทำพวงมาลัยเองทั้ง
ส้มตำ อาหารประจำชาติไทย ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วไทย-ทั่วโลก ล่าสุด มีผู้ประกอบการเล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญา หวังสร้างอาหารแปรรูปให้ง่ายต่อการบริโภคและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าปกติ ผุดเป็นไอเดีย “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” ส้มตำสำเร็จรูปในรูปแบบซอง ฉีกทานได้เลยทันที คุณตุ๊ก-สมคิด อินทรบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท M.T (เอ็มที) เกษตรแปรรูป จำกัด อายุ 50 ปี เจ้าของไอเดียส้มตำไทยอบกรอบบรรจุซอง ตราแม่ตุ๊ก แนะนำตัวให้รู้จักว่าไม่ได้จบการศึกษาระดับสูง แต่มีใจรักด้านเกษตร ที่ผ่านมาทำงานบุกเบิกอาชีพค้าขายผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่าง ปลาร้า หน่อไม้ ของหมักของดอง อาหารพื้นเมือง มาร่วม 20 ปี ที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรใหญ่ๆ อย่าง ตลาดสี่มุมเมือง และด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์คลุกคลีสินค้าเกษตรมานาน ที่ผ่านมาจึงคิดสร้างผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปทางการเกษตรเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ เคยคิดทำ “ต้มยำกุ้งแบบซอง” ออกมาจำหน่าย แต่รสชาติยังไม่ลงตัว และล่าสุดต้นปีนี้เอง ได้เปิดตัวสินค้าแปรรูปน้องใหม่ ชื่อว่า “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” เป็นส้มตำซองสำเร็จรูปพร้อมทาน สามารถเก็บในอุณหภูมิห้
ร้านอาหารตามสั่ง มีอยู่มากมายให้เห็นเกลื่อนกลาด เมนูก็มากหน้าหลายตา แต่ทำไมใครๆต้องสั่งแค่เมนูกะเพรา ทำง่ายหรือเปล่า อร่อยหรือไม่ ก็ไม่มีใครบอกแน่ชัดได้ แต่ที่แน่ๆทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “กะเพราเมนูสิ้นคิด” เพราะเข้าร้านตามสั่งทีไร ต้องสั่งทุกที สั่งทุกรายอยู่ร่ำไป หิวแต่ไม่รู้จะกินอะไร สุดท้ายหนีไม่พ้นกะเพราจานด่วนอยู่ดี ร้าน “แล้วแต่ กะเพราแท้ระดับโลก เฮ้ย” ฉีกกฎร้านตามสั่ง หลุดกรอบกะเพราสารพัดผัก จัดเมนูกะเพราเดิมๆ เน้นเนื้อสัตว์และใบกะเพราเป็นวัตถุดิบหลัก เติมรสด้วยเครื่องปรุงสามัญประจำบ้าน ผัดคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟบนจานชามรูปร่างแปลกตาสารพัด ตามสไตล์ของสองหนุ่มมาดกวนผู้ก่อตั้งร้าน อย่าง คุณเดอะ มู๋-นพรัตน์ อุณาภาค วุฒิการศึกษา ม.6 สายศิลป์ฝรั่งเศส ที่ ร.ร. แก่นนครวิทยาลัย เพราะเรียนไม่จบคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาสเปน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากตัดสินใจออกมาเป็นศิลปินวงดนตรีร็อคชื่อ THE CLOCK (เดอะ คล็อก) ในสังกัดค่าย HALF DRY (ฮาล์ฟ ดราย) ก่อน และ คุณอาร์มมี่-จักรพล ศรีตระกูล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น สองหนุ่มอารมณ์ขัน
