Featured
lสมาชิกเฟซบุ๊ก “Jeeja Phakwalan” ได้โพสต์ภาพของโชเฟอร์แท็กซี่คนหนึ่ง ซึ่งพิการขาและนำลูกชายมาเลี้ยงบนรถ เนื่องจากไม่มีใครดูแล เพราะภรรยาของโชเฟอร์คนดังกล่าวเพิ่งจะเสียชีวิตไป พร้อมขอความว่า “#เรื่องเศร้าเมื่อเช้านี้ วันนี้ นั่ง Taxi มาทำงาน เปิดประตูเพื่อจะขึ้นรถ ภาพแรกที่เจอ มีเด็กนอนอยู่ที่เบาะท้ายรถ เราก็จะปิดประตูเพื่อเรียกคันใหม่ แต่ตาเหลือบไปเห็นพี่คนขับพร้อมกับไม้เท้า ใช่ค่ะพี่เค้าขาพิการ แล้วพี่เค้าก็บอกว่า ขึ้นได้เลยครับ รถคันนี้พ่อขาพิการ หาเลี้ยงลูก 2 คน ปลอดภัย ไม่มีอันตราย เชิญครับเชิญ พอได้ขึ้นรถมา ก้อได้มีการพูดคุยกับพี่เค้า อืมมม เรื่องมันเศร้านะ ภรรยาพี่เค้าเพิ่งเสียเมื่อปีที่แล้วถูกรถชน พี่เค้าเลยต้องเลี้ยงลูกคนเดียว 2 คน พี่เค้าเคยคิดจะฆ่าตัวตาย โอย น้ำตาจะไหล 🇹🇭ในขณะที่เรามองหาตามหาสิ่งที่ขาดหาย อยากได้นู่นอยากได้นี่ มัวแต่คิดว่าทำไมถึงมีแต่ปัญหา แต่ถ้าเราลองมองถึงคนอื่นที่เค้าแย่กว่าเราและเค้ายังสู้กับปัญหาที่เค้าต้องเจอไปพร้อมกับการใช้ชีวิตให้มีความสุข นี่ซินะที่เค้าเรียกว่า “ใช้ชีวิตแบบพอเพียง”🇹🇭 เป็นกำลังใจให้พี่คนขับและครอบครัวนะคะ ใครเจอหรือมีโอกาสได้ใช้บริการ
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันลอยกระทงในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ซึ่งรัฐบาลประกาศให้ทุกหน่วยงานจัดกิจกรรมได้ตามปกติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนใช้โอกาสนี้สืบสานประเพณีไทยที่งดงาม และสนุกสนานรื่นเริงได้ตามสมควร ควบคู่ไปกับการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะในด้านทรัพยากรน้ำ และขอให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ช่วยกันปลูกฝังบุตรหลานและนักเรียน ให้มีจิตสำนึกที่ดี ไม่คำนึงถึงแต่ความสนุกสนานในช่วงเทศกาลเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้จังหวะเวลานี้เรียนรู้แก่นแท้ของวัฒนธรรมประเพณี ที่สืบทอดมาแต่โบราณ และเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เพราะน้ำคือชีวิต ทุกคนต้องช่วยกันดูแลรักษาคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันลอยกระทง รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนทั้งเรื่องการเดินทางและความปลอดภัยบริเวณสถานที่จัดงานต่างๆ อย่างเคร่งครัด เช่น การตรวจตราสิ่งแปลกปลอมหร
ภาพประกอบ โดย EGG TARD จาก http://www.fotorelax.com/forum/index.php?topic=27381.0 วันที่ 13 พฤศจิกายน รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์เรื่องข้อควรปฏิบัติตัว ในวันลอยกระทง เพื่อดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ว่า ความเป็นจริงแล้ว การที่ต่างคนต่างเอากระทง ซึ่งทำจากวัสดุต่างๆไว้ลอยในน้ำนั้นเป็นการเพิ่มขยะแน่นอน แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นประเพณีที่ทำกันมานาน ไม่ทำก็ไม่ได้ ดังนั้น จะต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อให้เกิดขยะให้น้อยที่สุด และสามารถจัดการขยะนั้นให้เร็วที่สุดเช่นกัน “รูปแบบของกระทงมีหลายชนิด ถ้าพูดถึงความสะดวกในการเก็บ กระทงโฟมคงจะเก็บง่ายที่สุด กระทงที่เป็นขนมปัง ก็ใช่ว่าจะดี เพราะแป้งที่อยู่ในน้ำนานๆทำให้น้ำเน่าได้เร็วมาก ดังนั้น การเอากระทงขนมปังไปลอยที่ไหน ต้องให้มั่นใจว่า ในน้ำนั้นมีปลาจำนวนมากพอที่จะกินขนมปังให้หมด ด้วย ส่วนกระทงที่ส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำน้อยที่สุดเวลานี้คือ กระทงน้ำแข็ง ผมว่าก็เป็นแนวคิดที่ดี แต่คนที่เอาไปลอยคงต้องทุ่มเทนิดหน่อยคือ ต้องหาลังโฟมใส่กระทงไว้ก่อนที่จะเอาไปลอย ป้องกันน้ำแข้งละลาย ก่อนจะเอาไปลอย ซึ่งกระทงน้ำแข็ง
ตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2568 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ 14 ล้านคน ซึ่งจะเป็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว ดังนั้น การเตรียมความพร้อมสำหรับคนในครอบครัว หรือกระทั่งสำหรับตัวเอง เพื่อรับสถานการณ์ที่จะมีผู้สูงอายุในบ้าน เป็นสิ่งที่ควรทำโดยเฉพาะการสร้างบ้าน หรือการซ่อมแซมต่อเติม คุณฐิติพร จันทนพรชัย นักออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ บริษัทเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ให้คำแนะนำสำหรับเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุมาดังนี้ 1.บ้านควรเป็นชั้นเดียว ถ้าเป็นบ้านสองชั้น ควรเตรียมห้องด้านล่างไว้สำหรับผู้สูงอายุ 2.ในตัวบ้านและรอบบ้าน ควรมีระดับชั้น น้อยที่สุด เพราะระดับชั้นนำมาซึ่งบันได และบันได นำมาซึ่งอุบัติเหตุ 3.ทางเข้าบ้าน ไม่ควรมีธรณีประตู และควรมีทางลาดสำหรับรถเข็น ซึ่งค่าทางลาดที่แนะนำคือ ความสูง ต่อ ทางลาด = 1 ต่อ 12 เช่น ความสูงของพื้น 1 เมตร ทางลาดยาว 12 เมตร หรือถ้าพื้นสูง 0.5 เมตร ทางลาดยาว 6 เมตร ง่ายๆ คือแปลงหน่วยให้เท่ากัน แล้ว คูณ 12 สำหรับความยาวทางลาด เช่น ถ้าวัดความสูงจากพื้นได้ 30 เซนติเมตร (เท่ากับ 0.30 เมตร คูณ 12 เท่ากับ 3.6 เมตร) นั่นคือ
คุณอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกมีความสำคัญในการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศและเป็นหนึ่งในกลไกพัฒนาเศรษฐกิจไทยในภาคการผลิต ปัจจุบันประเทศไทยกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือ Value-Based Economy ด้วยโมเดล “ประเทศไทย 4.0” ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นไทยจะเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าคุณภาพเหมือนในอดีตไม่ได้แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกไทยต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมทั้งด้านความคิด การออกแบบ การพัฒนาสิ่งใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ และโนฮาว มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เป็นการเดินหน้าพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตสินค้าและบริการที่มีทั้งคุณภาพและความโดดเด่นเฉพาะตัวในอาเซียน กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายเดินหน้ายกระดับความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยการขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ใหม่ ภายใต้แนวคิด Creative Thailand : สร้างสรรค์ สร้างชาติ เพื่อพัฒนาตลาดส่งออกสินค้านวัตกรรมและการออกแบบไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียน และเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก แผนงานนี้มุ่งสร้างคว
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน บรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งวันนี้มีคนมาเข้าคิวรอตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 11 พฤศจิกายน เนื่องจากเกรงว่าการจราจรจะติดขัด จากพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน ทำให้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะก่อนเวลาตั้งแต่เวลา 04.50 น. ทางประตูวิเศษไชยศรี ก่อนเวลา 08.00น. จะเปลี่ยนให้เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ นางสมนึก เกยเมือง อายุ 56 ปี ตัวแทนชาวบ้านหมู่บ้านปากคลองแดงและบ้านกุดกลุ่ม ต.บ้านไผ่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ชาวบ้านได้ลงขันกันคนละ 500 บาทเพื่อเช่ารถตู้มาเอง จำนวน 15 คน โดยเดินทางมาตั้งแต่เวลา 20.00 น.ของเมื่อวาน จากนั้นเดินทางมาต่อคิวที่สนามหลวงเวลา 03.00 น. “พระองค์เคยเสด็จฯมาที่นี่นานแล้ว มาเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านได้ทำเกษตรกรรม ทำให้ชาวบ้านในบริเวณนี้ทำไร่ทำสวนสวน ปลูกข้าว ไร่ข้าวโพดโดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ตนไม่ได้อาศัยอยู่ในตัวเมือง มีความคิดที่จะเดินทางเข้ามาถวายสักการะนานแล้ว แต่ย
นอกจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งในภาคการผลิต ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ รู้จักแปรรูปผลผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้มีงานมีรายได้เลี้ยงชีพอย่างมั่นคง พระองค์ยังทรงเห็นความสำคัญของการมีช่องทางขายสินค้า ที่จะช่วยส่งต่อพืชผล-ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหล่านั้นไปยังผู้บริโภคในรูปแบบที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย จึงเป็นที่มาที่พระองค์ท่านได้ทรงร่วมกับเอกชนพัฒนาร้านค้าปลีกเพื่อคนไทยภายใต้ชื่อ “โกลเด้น เพลซ” (Golden Place) ดำเนินงานโดยบริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ให้เป็นต้นแบบการจัดการร้านค้าปลีกที่มีสินค้าคุณภาพหลากหลาย ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าดีในราคายุติธรรม ขณะที่ผู้ผลิตก็ขายสินค้าได้โดยไม่ขาดทุน ซูเปอร์มาร์เก็ตในโครงการส่วนพระองค์ สาขาแรกจึงเกิดขึ้นบนพื้นที่กว่า 400 ตารางเมตร ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (สาขาพระราม 9) เป็นช่องทางจำหน่ายอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค รวบรวมผลิตภัณฑ์จากโครงการตามพระราชดำริ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา สินค้าเด่น อาทิ ข้าวโพดหวานสองสี นมยูเอชที
วันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานผ้าถุงทรงออกแบบให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยืมใส่ โดย หน่อย บุษกร โพสต์ข้อความในอินสตาแกรม kun_jun ระบุว่า “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ประทานผ้าถุงดำทรงออกแบบให้แก่ประชาชนยืมใส่ เพื่อเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบแพทเทิร์นผ้าถุงดังกล่าวด้วยองค์เอง และได้ประทานแพทเทิร์นทรงออกแบบให้กับแบรนด์เสื้อชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ Asava, Disaya, Fly Now, Greyhound, Issue, Kem, Kloset, Milin, Sirivannavari, Sretsis,Tango, Teerapan, Theater, Tube, Vatanika, Vickteerut ในการผลิตตัดเย็บ โดยผ้าถุงทรงออกแบบดังกล่าว เป็นผ้าถุงทรงตรงที่ดัดแปลงเล็กน้อยให้สวมใส่ง่าย ยาวครึ่งน่อง ตัดเย็บด้วยผ้าสีดำล้วน ไม่มีลวดลาย นอกเหนือจากผ้าถุงทรงออกแบบสำหรับผู้ใหญ่แล้ว พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ยังประทานผ้าถุงสีดำสำหร
รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)แจ้งว่า ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ร.ฟ.ท.จะเปิดบริการรถไฟรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ หรือเส้นทางอุตราวิถี และเส้นทางกรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ หรือเส้นทางอีสานวัฒนา โดยรถด่วนพิเศษอุตราวิถี เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ จะออกเวลา 18.10 น. ถึงเวลา 07.15 น. รถด่วนพิเศษอุตราวิถีเส้นทางเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพ ออกเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 06.50 น. ส่วนรถด่วนพิเศษอีสานวัตนาเส้นทางกรุงเทพ-อุบลราชธานี ออกเวลา 20.30 น. ถึงเวลา 06.35 น. และรถด่วนพิเศษอีสานวัตนาเส้นทางอุบลราชธานี-กรุงเทพ ออกเวลา 19.00 น.ถึงเวลา 05.16 น. ทั้งนี้เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ หรืออีสานมรรคา และเส้นทางกรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ หรือเส้นทางทิกษิณารัถย์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยรถด่วนพิเศษอีสานมรรคาเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย ออกเวลา 20.00 น. ถึงเวลา 06.45 น. รถด่วนพิเศษอีสานมรรคา เส้นทางหนองคาย-กรุงเทพ ออกเวลา 19.10 น. ถึงเวลา 06.00 น. ส่วนรถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ เส้นทางกรุงเทพ-หาดใหญ่ ออกเวลา 14.45 น. ถึงเวลา 06.35 น. และรถด่วนพ
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากนโยบายของบริษัทที่ตั้งเป้าให้ผลประกอบการ โดยเฉพาะในส่วนของยอดขาย ที่ภายในปี 2564 จะอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีหน้าไป บริษัทฯ จะปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจใหม่ ด้วยการเข้าไปในตลาดระดับพรีเมียม ทั้งบ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ทาวน์เฮ้าส์ราคา 7 ล้านบาทขึ้นไป และคอนโดมิเนียมราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งในเซ็กเม้นต์นี้มีสัดส่วนในตลาดรวมอยู่ที่ 20-32% จากมูลค่าตลาดรวมอสังหาริมทรัพย์ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปีละ 350,000 ล้านบาท ขณะนี้มีที่ดินพร้อมที่จะขึ้นโครงการได้ 4-5 โครงการ มูลค่ารวม 9,500 ล้านบาท ในย่านทองหล่อ พญาไท เอกมัย และต้นถ.พหลโยธิน ซึ่งรูปแบบของแต่ละโครงการจะแตกต่างกัน ขนาดไม่ใหญ่ประมาณ 100-200 ยูนิต เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว ลดความเสี่ยง อีกทั้งยังทำให้เปิดโครงการได้บ่อยขึ้น ตั้งเป้าจะเปิดโครงการระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. 2560 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเน้นจุดขายที่ความแตกต่างของแต่ละโครงการ ที่มีรูปแบบเป็นของตัวเอง
