Featured
ธนาคารกสิกรไทยเปิดให้บริการจ่ายแลกบัตรธนาคารเนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา (พ.ศ.๒๕๓๐) ชนิดราคา 60 บาท แลกได้ในราคา 60 บาท และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีธนบัตรไทย (พ.ศ.๒๕๔๕) ชนิดราคา 100 บาท แลกได้ในราคา 100 บาท ซึ่งธนาคารได้รับการจัดสรรชนิดละ 1 แสนกว่าฉบับ ให้ประชาชนทั่วไปสามารถแลกได้คนละ 1 ใบ ตั้งแต่วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 2 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เวลา เวลา 21.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เทศกิจและเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) จะสนธิกำลังออกตรวจบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง เพื่อตรวจจับคนเร่ร่อนที่มาพักอาศัยบริเวณดังกล่าว พร้อมกันนั้นจะเข้าพูดคุยตักเตือนประชาชนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาทิ การถ่ายเซลฟี่พระบรมมหาราชวังและพระฉายาลักษณ์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม รวมถึงผู้ที่แต่งกายไม่เหมาะสม เบื้องต้นจะตักเตือนก่อน แต่หากไม่เชื่อฟังก็จะดำเนินการต่อไป ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(2 พ.ย.)ได้มีชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลไม้ขาว ตำบลกมลา และอ่าวบางเทา จังหวัดภูเก็ต จำนวนมาก ได้พากันนำเรือออกตักกุ้งเคยหรือกุ้งกะปิในทะเล โดยเฉพาะที่หาดกมลา หลังจากชาวประมงนำเรือออกตักกุ้งเคย กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านจำนวนมาก ได้พากันมาเฝ้ารอเพื่อรับซื้อกุ้งเคยจากชาวประมง ในกิโลกรัมละ 50 บาท และนำมาวางขายต่อให้กับชาวบ้านในพื้นที่กมลา ในราคากิโลกรัมละ 60 บาท สามารถจำหน่ายหมดในเวลาอันรวดเร็ว สร้างรายได้งดงามให้แก่ชาวประมงและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า สำหรับชาวบ้านที่พลาดโอกาสในการซื้อกุ้งเคย เนื่องจากกุ้งเคยมีจำนวนจำกัด ไม่พอขาย จะต้องรอซื้อในปีต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบถาม นายนิรุจน์ สาริยา ชาวบ้านในพื้นที่ ต.กมลา ทราบว่า ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ระหว่างเดือนปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ในทะเล อ่าวไม้ขาว อ่าวกมลา และอ่าวบางเทา จะมีกุ้งฝอย ขนาดเล็ก มีลักษณะเนื้อนุ่ม รสหวาน มีสีชมพูอ่อนๆ มีคุณค่าทางโภชนการสูง มีแคลเซี่ยม และโปรตีน กุ้งฝอยชนิดนี้ชาวบ้านทั่วไปเรียก กุ้งเคย ที่ชาวบ้านนำไปทำกะปิ กุ้งเคยมีจำนวนมากจับกลุ่มก้อนหนาแน่นในทะเล หลายล้านตัว กุ้งเคยจะเข้ามาในบร
พันเอก อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ และพันเอกหญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ว่า ที่ประชุมได้ขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทย รวม 90 วัน สำหรับผู้ป่วยและผู้ติดตามกรณีเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นการอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ และให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการออกประกาศเพื่อให้เป็นตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวต่อไป สาระสำคัญของเรื่อง คือ กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ปัจจุบันรูปแบบการเดินทางเข้าประเทศไทยกรณีถือหนังสือเดินทางธรรมดา (Passport) ในกลุ่มประเทศ CLMV และสาธารณรัฐประชาชนจีน มีดังนี้ จีน พำนักได้ไม่เกิน 15 วัน (Visa on arrival) กัมพูชาและเมียนมา พำนักไม่เกิน 14 วัน (ยกเว้นการตรวจลงตรา) เวียดนามและ สปป. ลาว พำนักไม่เกิน 30 วัน (ยกเว้นการตรวจลงตรา) กรณีขอตรวจลงตราเพื่อเข้าประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลหรือต้องการขยายเวลาพำนักต่อ ส่วนใหญ่ได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว รหัส M
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่พระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เทศกิจ ร่วมกับกองอำนวยการ กรุงเทพมหานคร ออกตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ซึ่งที่ผ่านมาไม่อนุญาตให้นำสินค้ามาวางขายบริเวณทางเท้าบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากอยู่ในช่วงพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะพระบรมสาทิสลักษณ์ เหรียญ ธนบัตร เข็มตราสัญลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึง ของหาบเร่ และห้ามนำรถจักรยานยนต์มาจอดกีดขวางทางสัญจรของประชาชนด้วย เจ้าหน้าที่เทศกิจรายหนึ่ง กล่าวว่า ส่วนใหญ่ผู้ค้าเดิมที่ตั้งแผงขายอยู่ประจำ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ให้ความร่วมมือไม่ขายสินค้าบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง โดยจะขายอยู่ในพื้นที่ที่อนุญาตเท่านั้น แต่ที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นคนนอกพื้นที่ ทั้งนี้ สินค้าที่นำมาขายส่วนใหญ่เป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ เหรียญ ธนบัตร เข็มตราสัญลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง “อยากขอความร่วมมือประชาชน อย่าขายของในพื้นที่ที่ไม่อนุญาต เพราะอยู่ในช่างพระราชพิธี โดยเฉพาะรูป และตราสัญญลักษณ์ต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9
นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ตามที่ เทสโก้ โลตัส ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการแจกจ่ายเสื้อยืดสีดำจำนวนทั้งหมด 55,000 ตัว ให้กับประชาชน เพื่อสวมใส่แสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในเบื้องต้นได้แจกเสื้อยืดสีดำ 5,000 ตัวแรก ผ่านเทสโก้ โลตัส 9 สาขาในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้วนั้น ในวันศุกร์ที่ 4 พ.ย.นี้ จะแจกเสื้อยืดสีดำรอบที่สองจำนวน 20,000 ตัว ผ่านเทสโก้ โลตัสอีก 40 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สาขาละ 500 ตัว “หลังจากที่เราได้แจกเสื้อยืดสีดำรอบแรกไปทั้งหมด 5,000 ตัวมีลูกค้าและประชาชนจำนวนมากที่มารอรับเสื้อ เพราะทุกคนต่างก็อยากแสดงออกถึงความไว้อาลัยและความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอนนี้เสื้อยืดสีดำอีก 20,000 ตัวที่เราเร่งผลิต พร้อมแล้วที่จะแจกจ่ายให้กับประชาชนในรอบที่สอง ในวันศุกร์ที่ 4 พ.ย.นี้ ผ่าน 40 สาขาในหลายจังหวัด สาขาละ 500 ตัว ประชาชนที่สนใจ สามารถรับบัตรคิวได้ที่สาขาดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 4 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไ
หากจะพูดถึง ไก่ชน หรือบางท้องที่จะเรียก ไก่ตี ทุกคนย่อมรู้จักกันดี เพราะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ตามตำนาน การชนหรือการตีไก่ ได้บอกว่า เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในราชสำนัก การตีไก่จัดเป็นกีฬาชาววังกันเลย ซึ่งไก่ชนหรือไก่ตีนี้ เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง แต่จะมีความสามารถพิเศษในเรื่องของการตีหรือการต่อสู้ และที่สำคัญ การเลี้ยงไก่ชนเพื่อเอาไว้ชนหรือตี ยังถือเป็นกีฬาและเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยเราที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ชน หรือไก่ตี ยังเป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มก็มี และที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่ ก็กระจัดกระจายอยู่ในทั้งภูธรและนครบาล เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ ของไก่ชนตัวเก่ง จนสามารถสร้างรายได้อย่างเหนาะๆ ก็ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท เหมือนกับฟาร์มไก่ชนเงินแสน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มของหนุ่มนักสู้ ผู้ที่เลี้ยงไก่ชน
ตลาดสัตว์เลี้ยงในเมืองไทยยังคงคึกคัก และมีแนวโน้มเติบโตเห็นได้ชัด โดยเฉพาะคนเมือง เพราะด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไป คนยุคใหม่ใช้ชีวิตแบบอิสระ บางคนก็เป็นโสด บางคนแต่งงานแต่ก็ไม่มีลูก ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสิ่งที่มาเติมเต็มให้กับชีวิตครอบครัวของคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี สำหรับดาวเด่นในกลุ่มสัตว์เลี้ยงที่คนเมืองนิยมเลี้ยงไม่แพ้สุนัข คือ “แมว” เพราะน่ารัก เลี้ยงง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่มาก แต่ทว่าแมวเป็นสัตว์ 4 เท้าที่มีกลิ่นขับถ่ายค่อนข้างรุนแรง ต่อให้มีกระบะทรายก็ไม่สามารถเก็บกลิ่นได้ เพราะกระบะทรายสำหรับแมวนั้นช่วยแก้ปัญหาการขับถ่ายไม่เป็นที่ของแมว แต่ไม่สามารถเก็บกลิ่นเหม็น ถึงแม้จะตักทรายที่จับตัวกับอุจจาระและปัสสาวะออกแล้วก็ยังมีกลิ่นตกค้างอยู่ ฉะนั้นเลยมีห้องน้ำแมวอัจฉริยะ นวัตกรรมที่คิดค้นโดยคนไทย ขั้นตอนการใช้งานสะดวก ง่าย ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับอุจจาระ ปัสสาวะแมวโดยตรง ไม่ทิ้งกลิ่นตกค้างไว้ ควบคุมกลิ่นให้อยู่หมัด เจอปัญหากับตัว แก้ไข จนกลายเป็นธุรกิจ คุณสาธิต ศิวารัตน์ หรือแจ๊ค ชายหนุ่มรักแมว เจ้าของอุปกรณ์ “Litter Twister” หรือห้องน้ำแมวอัจฉริยะ เล่าความเป็นมาว่า โด
ท่ามกลางวิกฤติราคาข้าว ชาวนาเกือบทั้งประเทศอาจเจ็บช้ำระกำใจ แต่เชื่อหรือไม่ มีชาวนากลุ่มหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ที่รวมตัวกันเพื่อปลูกและขายข้าวคุณภาพ ได้ราคาดีกว่าข้าวปกติหลายเท่าตัว “กิติศักดิ์ สิงห์คำ” เขาเป็นหนึ่งในชาวนาแดนดินถิ่นอีสาน บ้านมะยาง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล ที่สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับกลุ่มชาวนาในทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นกลุ่มนาแปลงใหญ่ในจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการชักชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ เข้าสู่วิถีการปลูกข้าวคุณภาพ ประเภท ข้าวอินทรีย์ ข้าวกล้องงอก ทดแทนการปลูกข้าวแบบเดิมๆ ที่ต้องคอยลุ้นกับราคากลาง และพึ่งพาโรงสีข้าวขนาดใหญ่ โดยมีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ศรีสะเกษ หรือ สกต.ศรีสะเกษ เป็นพี่เลี้ยงสำคัญ ส่วนเทสโก้ โลตัส เข้ามาเป็นช่องทางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ ไรซ์ บัดดี้ “เราเป็นชาวนากลุ่มเล็กๆ ที่ทำอาชีพนี้ด้วยใจรัก มุ่งมั่น กับการทำนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ผมมองเห็นว่า การทำข้าวคุณภาพ ในกระบวนการอินทรีย์ เพื่อตอบรับกระแสการบริโภคปลอดภัย เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ราคาข้าวดีขึ้น พร้อมๆ กับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วย จึงรวมตัวกันส่งเสริมการทำนาแบบคุณภาพให้มากขึ้น
ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุรวดเร็วติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งนอกจากอัตราการเสียชีวิตน้อยลงเพราะการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้น ยังมีปัจจัยจากการที่คนรุ่นใหม่แต่งงานน้อยลง หรือแต่งงานแล้วแต่ไม่อยากมีลูก ทางการญี่ปุ่นพยายามแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ทั้งการส่งเสริมให้หนุ่มสาวแต่งงานมากขึ้น การออกมาตรการจูงใจด้วยการให้สิทธิและความช่วยเหลือต่างๆ สำหรับครอบครัวที่ต้องการมีบุตร ขณะเดียวกัน ภาคส่วนต่างๆ ในญี่ปุ่นก็พยายามสนับสนุนให้ผู้คนสละโสดและอยากมีลูกมากขึ้น รวมถึงผุดคอร์สสุดแหวกแนวที่หลายคนคาดไม่ถึง คอร์สฝึกหนุ่มโสดให้เรียนรู้วิธีเลี้ยงลูก เป็นหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความพยายามแก้ปัญหาระดับชาติ นอกเหนือจากธุรกิจจัดหาคู่ที่มีดาษดื่น รอยเตอร์ส ระบุว่า บริษัทในเมืองโอซาก้าที่ใช้ชื่อว่า “อิคุเมน ยูนิเวอร์ซิตี้” ได้ริเริ่มเปิดคลาสสอนในวันอาทิตย์ เพื่อช่วยเหล่าชายโสดเพิ่มคุณสมบัติในการหาคู่ครอง ซึ่งจะทำให้มีภาษีมากกว่าผู้ชายทั่วๆ ไป อิคุเมน เป็นการผนวกกันระหว่างคำว่า การเลี้ยงเด็ก กับคำที่แปลว่า ผู้ชาย เกิดเป็นคำใหม่ที่หมายถึง พ่อบ้านที่ทำหน้าที่เลี้ยงลูก “มาซายะ คูริตะ” หนุ่มโสด วัย 31
