Featured
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 13-24 ตุลาคม นี้ พบว่ามีประชาชนเดินทางไปจับจ่ายหาซื้อหนังสือกันจำนวนไม่น้อย หลายต่อหลายคน พยายามไปหาซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้บู๊ธจำหน่ายหลายบู๊ธ ต่างนำหนังสือที่เคยตีพิมพ์มาจัดไว้ สำหรับบู๊ธของสำนักพิมพ์มติชน มีผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งชายหญิง มายืนออกันเพื่อเลือกซื้อหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ประชาชาติธุรกิจ และมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับพิเศษรวมภาพชุดในหลวง ซึ่งมีการตั้งบู๊ธแยกจำหน่ายป็นการเฉพาะ โดยหนังสือทั้งสามเล่มดังกล่าวราคาขายรวมกัน 90 บาท หากซื้อครบชุด จะได้รับโปสเตอร์สี่สี เมื่อครั้งในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์สมัติครบ 60 ปี เมื่อพ.ศ.2549 นอกจากนี้ ยังมีบู๊ธที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ถึงกับมีการต่อแถวกันจำนวนกว่าร้อยคน ได้แก่ บู๊ธของไปรษณีย์ไทย เนื่องจากมีการเปิดจำหน่ายและรับจองแสตมป์ที่ระลึกรูปแบ
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม งดเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ทุกแห่งทั่วประเทศ และโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนและอยู่ในความรับผิดชอบของกรมศิลปากร ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสนพระราชหฤทัยในมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทุกด้านทุกแขนง ได้เสด็จทอดพระเนตรโบราณสถาน โบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดี และแหล่งประวัติศาสตร์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อกรมศิลปากร ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช พร้อมทั้งพระราชทานแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บูรณะ และเผยแพร่องค์ความรู้ให้ป
กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร รวบรวมภาพพระราชประวัติ ภาพพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดภาพได้ที่ www.finearts.go.th/nat ซึ่งจะมีการทยอยดาวน์โหลดขึ้นเว็บไซต์ วิธีการดาวน์โหลดหรือบันทึกภาพจากเว็บไซต์ ดังนี้ 1. คลิกที่ “ประมวลภาพเหตุการณ์งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” 2. คลิกที่หัวข้อ “พระราชกรณียกิจ” 3. คลิกที่รูปภาพที่ต้องการ คลิกขวา “บันทึกรูปภาพเป็น” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 20 ต.ค. ที่ เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ จ.ปทุมธานี มีการถ่ายทำมิวสิควิดิโอเพลง “ฟ้าร้องไห้” ประพันธ์คำร้องทำนอง โดยศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ชลธี ธารทอง นำทีมศิลปินลูกทุ่งทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิ แม่ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ, พ่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินแห่งชาติ, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, สุนารี ราชสีมา, ไชยา มิตรชัย, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ศิรินทรา นิยากร, เอกชัย ศรีวิชัย, พรศักดิ์ ส่องแสง, ปอยฝ้าย มาลัยพร, เจเน็ต เขียว ฯลฯ มาร่วมขับร้องเพลงเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาจารย์ชลธี กล่าวว่า “หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต คนไทยทุกคนเศร้าเสียใจ ร้องไห้กันระงม ผมทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก น้ำตาไหล นั่งทำใจอยู่พักใหญ่ๆ วันนี้เราไม่มีพ่อแล้วหรอ ท่านจากเราไปแล้วจริงหรือ นั่งถามตัวเอง มาคิดว่าจะทำอะไรเพื่อพระองค์ท่าน ก็เลยคิดว่าต้องแต่งเพลง ในฐานะนักแต่งเพลง แต่งเพลงแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่าน รำลึกถึงเหตุการณ์ 13 ตุลาคม 2559 คนไทยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อถวายพระองค์ในฐานะที่ท่านมีคุณูปการต่อพสกนิกรชาวไทยทุกคน รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน” “เพลงนี้แต่งยากมา
ประกาศขอเดินตามรอยพ่อ ใช้ชีวิตพอเพียง โดยโพสต์ในอินสตาแกรม @djeaky ว่า เตรียมตัวเก็บของ เพื่อย้ายกลับไปอยู่บ้านเดือนหน้า ผมคิดไว้ว่าจะเลี้ยงปลา ปลูกพืชผักมุมเล็ก ๆ ไว้ทานเอง ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่บ่น ไม่วีน เปลี่ยนมุมมองบางอย่างในชีวิตใหม่ #พอเพียง ความกตัญญูต่อพ่อแม่ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ในช่วงชีวิตนึงผมเคยละเลยพวกเค้า แต่ผมก็มาคิดได้ตั้งแต่ที่ท่านทั้งสองไม่ค่อยสบาย เรามีพ่อแม่ได้คนเดียวในชีวิต ลองถามตัวเองกันดูนะครับทุกวันนี้ เรามีเวลาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับท่านอาทิตย์ละกี่มื้อ เดือนๆนีงเราให้เงินพ่อแม่บ้างไม๊? หรือนึกถึงแต่ความจำเป็นของตัวเอง #ตามรอยเท้าพ่อ #ปรับเปลี่ยนชีวิต #ความจริงที่บางคนอาจลืมแบบไม่ตั้งใจ #หาแสนให้สี่พันหรือหาแสนให้ห้าหมื่น #ตัวคุณๆรู้ดีนะครับ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างเวลา 08.30-16.00น. โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีพสกนิกรพร้อมใจใส่ชุดสีดำ ขณะที่บางส่วนใส่ชุดสีเข้มติดริบบิ้นสีดำ มานั่งต่อแถวรอก่อนเวลาเปิดให้เข้า ครั้นพอถึงเวลายิ่งมีพสกนิกรจากทั่วประเทศมาเข้าต่อแถวจนยาวออกไปนอกพระบรมมหาราชวังที่ประตูวิเศษไชยศรี ถึงถนนหน้าพระธาตุ ไปหน้าวัดมหาธาตุ ก่อนวกกลับท้ายแถวอยู่ภายในสนามหลวงขึ้นไปทางทิศเหนือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้จัดแถวตอนเรียง 4 ทยอยเข้าเป็นชุดๆ เพื่อให้พสกนิกรได้เข้าอย่างทั่วถึง นางอำไพ นางอำไพ สอนเมือง อายุ 69 ปี ชาวอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ยืนถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เล่าภายหลังถวายสักการะว่า มายืนและนั่งต่อแถวรอตั้งแต่เวลา 06.00น. จนได้เข้าถวายสักการะเวลา 09.00น. ซึ่งครั้งนี้มาเป็นครั้งที่ 2 เพราะรักพระองค์ ยังไงก็ต้องมา อาจจะยืนรอนานร้อนแดดบ้างก็อดทนได้ และตั้งใจจะมาให้ได้ทุกวัน ทั้งนี้ ติดตามพระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้า ทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาจำนวนมาก ต่างร่วมกันสวมใส่เสื้อผ้าชุดดำ เพื่อถวายความอาลัยแด่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยเฉพาะชาวกัมพูชาที่ได้มาอาศัยผืนแผ่นดินไทยใน“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ” เพื่อประกอบอาชีพค้าขายและทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง ด้วยความอบอุ่น ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกล่าวถวายอาลัยแด่พระองค์ท่านอีกด้วย ขณะที่บริเวณทางเข้าหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ได้มีการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ มาติดตั้งเพื่อถวายอาลัย นอกจากนี้ประชาชนนักท่องเที่ยว ที่มาเลือกซื้อสินค้าภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ส่วนใหญ่ต่างสวมใส่เสื้อผ้าชุดดำกันจำนวนมาก และยังมีการเลือกซื้อเสื้อผ้าสีดำ ที่ทางร้านค้าเสื้อผ้าภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอมนำมาจำหน่ายให้ประชาชนอย่างคึกคักอีกด้วย นางสาว สุ เพี๊ยะ อายุ 24 ปี แม่ค้ากัมพูชา ชาว จ.อุดรมีชัย กล่าวถวายอาลัย ว่า ตนเองเป็นคนกัมพูชา ได้มาค้าขายสินค้าในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ฝั่งประเทศไทยมานานหลายปีแล้ว ตนเองก็รักในหลวง รัชกาลท
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงออกมาพบปะพสกนิกรที่เฝ้ารับเสด็จฯอยู่ที่บริเวณประตูเทวาพิทักษ์ พระบรมมหาราชวัง โดยประทานอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชนจำนวนมาก https://www.youtube.com/watch?v=Suv5-VJIx5I โดยก่อนหน้านี้ ทรงโพสต์วิดีโอในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ เหตุการณ์ขณะเสด็จออกมาประทานอาหารและกำลังใจให้ประชาชนที่บริเวณใกล้ๆ กำแพงพระบรมมหาราชวัง โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพิมพ์ข้อความ ระบุว่า แจกข้าวกล่องวันที่ 2 เมื่อคืน #อยากอยู่ใกล้ชิดพวกเรา #กำลังใจให้กัน และ กำลังใจไม่มีวันหมด สร้างความปลาบปลื้มแก่บรรดาพสกนิกรและผู้ใช้งานอินสตาแกรมจำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
หลังกลายเป็นกระแสดังไปข้ามคืนสำหรับคุณตาชื่นรักในหลวง หลังชาวเน็ตแห่ชื่นชม เทหมดกระเป๋า นำเงินซื้อเสื้อแสดงความอาลัยในหลวง แม้คุณตาชื่นจะไม่มีบ้านอยู่ต้องอาศัยวัดเป็นที่หลับนอน แต่ความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงหาที่สุดมิได้ หลังจากมีการแชร์ภาพของตาชื่น คุณตาเดินหลังค่อมเข้าไปซื้อเสื้อสีดำในร้านค้าตลาดอำเภอกุมภวาปี จ.อุดรธานี เจ้าของร้านเห็นมาซื้อเสื้อดำไม่เอาเงิน แต่คุณตายังจะเอาเงินให้ซื้อเสื้อในราคา 100 บาท ซึ่งเงินในกระเป๋าก็มีแค่นั้นจริงๆ ตาชื่นวัย 63 ปี หรือ นายชื่น เด่นดวง ชาวบ้านเหล่าเชียงสม ต.แชแล อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่เป็นข่าวทางโซเชี่ยลเดินหลังค่อมไปซื้อเสื้อดำจากร้านค้า โดยคุณตาเทหมดกระเป๋าขอซื้อเสื้อดำใส่เพื่อแสดงความอาลัยในหลวง เจ้าตัวเผยรู้สึกเสียใจในหลวงสวรรคต อยากขอแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับคุณตาชื่น หรือ นายชื่น เด่นดวง อายุ 63 ปี ขณะกำลังนั่งขอทานหน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าตลาดสดนอกเทศบาลตำบลกุมภวาปี โดยคุณตาชื่นมีสีหน้าเรียบเฉย สวมเสื้อและกางเกงสีดำทั้งชุด ข้างๆ ก็มีขันพลาสติกสีน้ำเงินมีดอกไม้ไว้สำหร
ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้นำภาพธนบัตรไทย ฉบับแบบแรกที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเผยแพร่ โดยระบุว่า “ธนบัตรไทยแบบที่ ๙ เป็นธนบัตรแบบแรกที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ธนบัตรไทยแบบที่ ๙ มี ๖ ชนิดราคา ได้แก่ ๕๐ สตางค์ ๑ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท และ ๑๐๐ บาท พิมพ์ที่บริษัท โทมัส เดอ ลา รู จำกัด เริ่มทยอยออกใช้เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๑ โดยมีระยะเวลาการนำออกใช้นานกว่า ๒๐ ปี ประชาชนจึงคุ้นเคยกับสีของธนบัตรแต่ละชนิดราคาจนยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า สีของธนบัตรแบบที่ ๙ เป็นต้นแบบของการกำหนดสีของธนบัตรในปัจจุบัน” ขอบคุณที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย
