Featured
หมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นที่มาของอาชีพนวด ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาทำสวน ป้าปุ้ม หรือ คุณอาภา ปรีชากูลย์ หารู้ไม่ว่า งูพิษกำลังมุ่งตรงเข้ามาทำร้าย และจังหวะที่ป้าปุ้มเหลือบเห็นงูตัวนั้น อารามตกใจจึงผลุนผลันลุกขึ้น ทำให้เซล้มลง และนั่นจึงเป็นสาเหตุให้ป้าปุ้ม แม่ค้าขายส้มตำ ต้องเข้ารับการรักษาตัว แต่ทว่าไม่ใช่เพราะถูกพิษงู แต่เพราะอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น หลังจากเข้ารับการผ่าตัด อาการก็ยังไม่ดีขึ้นนัก และระหว่างอยู่ในช่วงหัดเดิน ป้าปุ้มมองหาทางเลือกเสริมในการสร้างสุขภาพตนเองให้กลับมาแข็งแรง โดยผันตัวเองสู่การเป็นนักเรียนแพทย์แผนไทย โดยศึกษาเรียนรู้หลากหลายหลักสูตร กับกระทรวงสาธารณสุข และยังได้เรียนรู้การนวดแบบแก้อาการ จัดกระดูก กับหมอชาวจีน รวมถึงหลักสูตรนวดแบบผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง “ก่อนหน้านี้ ป้าเปิดร้านขายส้มตำ พอมาประสบอุบัติเหตุก็ทำให้อาชีพนั้นสะดุดไปด้วย เพราะมุ่งรักษาตัว จนกระทั่งไปผ่าตัด และก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรให้อาการดีขึ้น จึงไปเรียนนวดแผนไทย และเมื่อเราได้รับการดูแลโดยการนวดด้วย อาการก็ดีขึ้น จึงเริ่มศึกษาเพิ่มเติม เห็นว่าเป็นหนทางที่ดีแล้ว กระทั่งไปเรียนนวดแก
คุณเจือ พุ่มทับทิม อยู่บ้านเลขที่ 48/4 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงโชคอนันต์เป็นอาชีพ แม้พื้นที่ปลูกต้องรอน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรท่านนี้ก็ยังสามารถปลูกและสร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณเจือ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่มาทำสวนมะม่วงเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้เน้นการปลูกพืชจำพวก ถั่วเหลือง ฝ้าย และทำนาข้าว ด้วยผลตอบแทนที่ได้รับของการเกษตรในรูปแบบนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงมีการคิดเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นภายในใจ “พืชล้มลุกพวกนั้น ปีหนึ่งปลูก 2 ครั้งเอง ได้เงินมาก็ยังไม่ถึง 5,000 ต่อไร่เลย นี่ยังไม่ได้หักต้นทุนด้วยนะ ก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาอะไรที่มันได้รายได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่รายได้ต้องมีมากกว่าเดิมที่เราทำ ก็ลองปลูกมาหลายอย่าง ช่วงนั้นโชคดีที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับมะม่วงโชคอนันต์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำขึ้นมาในตอนนั้นเลย” คุณเจือ เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน ซึ่งสวนมะม่วงของเขาเป็นมะม่วงแบบระยะชิด เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่มากนัก ปลูกประมาณ 150-200 ต้น ต่อไร่ และเน้นต
วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายสุทธิลักษณ์ หรือ “เฮียเล็ก” หรือ “เสี่ยเล็ก” เลิศวานิชย์กุล อายุ 51 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 742/1 ม.9 ต.ช่องสามหมอ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ อดีตเศรษฐี 100 ล้านเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ จังหวัดชัยภูมิ และเป็นพี่น้องกับนักการเมืองท้องถิ่นตระกูลดัง ตกอับป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัวต้องเร่ร่อนขอทานและอาศัยนอนตามวัดโรงพยาบาล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดนายโสภณ รอดชาติ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายอาคม เลิศวานิชย์กุล อายุ 53 ปี อดีต สจ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของเฮียเล็ก ได้เป็นตัวแทนญาติพี่น้องมาเข้าพบเฮียเล็ก ที่บ้านพักพิงศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดชัยภูมิ เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการช่วยเหลือเฮียเล็ก ซึ่งจากการพูดคุย เฮียเล็กมีอาการยิ้มแย้มแจ่มใสดี และมีน้ำตาคลอเบ้าตาตลอดเวลา รู้สึกดีใจอย่างมาก และรับปากสัญญาว่าจะกลับตัวกลับใจ จะพยายามเลิกดื่มสุราและเลิกเที่ยวเตร่เหมือนเก่าอีก ทั้งนี้เสี่ยเล็กยังขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่นำพาตนกลับคืนสู่ครอบครัวอีกครั้งด้วย ขณะที
“บิ๊กตู่” มึนแก้จราจรไทยบอกไม่รู้จะเอารถไว้ไหน เล็งทุบเกาะกลางถนนหวังเพิ่มเลนจราจร สั่งมั่นคงเร่งแก้รถติด เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 27 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีการแก้ไขปัญหาการจราจรว่า ขณะนี้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องฝนตกหนักทำให้น้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายในการแก้ปัญหาเพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ของทุกเมืองในโลกคือการวางผังเมือง และไทยเป็นประเทศลุ่มต่ำหากจะระบายก็จะติดขัดเสมอ อีกทั้งระบบระบายน้ำของไทยเป็นระบบเดิมที่ยังไม่ดีพอถือเป็นปัญหาที่พันกันอยู่ สิ่งสำคัญคือเราต้องแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดด้วยการแก้ไขปัญหาทางจราจร การสูบน้ำถ้าสูบแล้วจะนำน้ำไปไว้ที่ไหน เพราะถ้าน้ำท่วมตรงนี้ก็ไปท่วมตรงโน้นต่อ ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามทำให้เต็มที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราก็ลดระดับน้ำได้พอสมควรแล้ว หากฝนตกมากก็อาจจะมีปัญหายาวนานมากขึ้นด้วย เราคงต้องช่วยกันเพราะถือเป็นปัญหาธรรมชาติที่แก้ยาก และเราไม่มีระบบที่ดีที่เพียงพอ “วันนี้เราต้องใช้ระบบไอทีเข้ามาดูแลและแก้ปัญหาจราจรในเรื่องใบสั่งและใบอนุญาต ทั้งนี้
วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งยังมีน้ำท่วมเป็นวงกว้างที่ อ.บางระกำ โดยเฉพาะในเขต ต.คุยม่วง ต.ชุมแสงสงคราม และ ต.ท่านางงาม น้ำจากแม่น้ำยมหลากล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ทางการเกษตรนาข้าวเสียหายนับหมื่นไร่ หลายพื้นที่ได้สร้างแนวกั้นน้ำ เช่น ที่ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ต.ท่านางงาม และ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้ามาท่วมนาข้าวที่อายุ 2-3 เดือน ใกล้เก็บเกี่ยว ขณะที่หลายพื้นที่น้ำท่วมสูง ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทัน แม้ชาวนาอีกหลายรายกพยายามลงแรงเกี่ยวข้าวที่จมน้ำลึก ถึง 1 เมตร เพื่อจะได้ทุนกลับคืนมาบ้าง โดยที่บ้านวังแร่ หมู่ 3 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำยมไหลหลากมาจากอ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และจากคลองเมม ได้หลากมาท่วมพื้นที่นาจมมิดเป็นพื้นที่กว้าง มีชาวนาพยายามลงแรงเกี่ยวข้าวที่จมอยู่ใต้น้ำ เพียงลำพัง 2 คน เนื่องจากนาข้าวที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในไม่กี่วันข้างหน้า แต่กลับมาถูกน้ำท่วมเสียก่อน ซึ่งนายสน ด้วงต้อย และนางสมนึก ดวงต้อย อายุ 66 ปี 2 สามี-ภรรยา ได้ใช้เรือลงไปเกี่ยวข้าวในพื้นที่นาข้าวของตนเองที่ถูกน้ำท่วม ระดับคว
วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แห่แชร์กระทู้พันทิปจากสมาชิกชื่อ กงจื้อรอง ที่ตั้งกระทู้รีวิวการท่องเที่ยวกำแพงเมืองจีน ประเทศจีน ชื่อ “ชมภาพจิตรกรรมกำแพงเมืองจีนฝีมือคนไทย..ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก” ระบุว่า ระหว่างที่ไปดูงานที่นครเซี่ยงไฮ้-กรุงปักกิ่ง ของจีน ได้แวะไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศจีน เพื่อสัมผัสกับอารยธรรมจีนอันยิ่งใหญ่ แต่แล้วเจ้าของกระทู้ก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าบนกำแพงเมืองจีน มีข้อความที่นักท่องเที่ยวไทยเขียนลงบนกำแพงโบราณจำนวนมาก ทั้งชื่อ ภาษาไทยและอังกฤษ แม้กระทั่งชื่อเมืองที่นักท่องเที่ยวมา เช่น จากกรุงเทพ (Bangkok) เจ้าของกระทู้จึงถ่ายภาพร่องรอยของนักท่องเที่ยวไทยที่ไปสร้างความเสียหายบนกำแพงเมืองจีนมาบอกเล่าในเว็ปไซต์ดัง ด้านสมาชิกเว็ปไซต์พันทิป ต่างเข้ามาแสดงความไม่สบายใจเกี่ยวกับการที่นักท่องเที่ยวไปขีดเขียนกำแพงเมืองจีน เป็นพฤติกรรมที่ต้องแก้ไข ที่มา [CR]ชมภาพจิตรกรรมกำแพงเมืองจีนฝีมือคนไทย..ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก
จากที่สาวกะเหรี่ยงลงไปอาบน้ำบ่อกลางถนน จนกลายเป็นกระแสให้พื้นที่ต่างๆออกมาหาทางแก้ปัญหาเลียนแบบด้วยวิธีดังกล่าว โดยล่าสุดเพจ ฮากะเหรี่ยง ได้โพสต์ภาพล่าสุด พร้อมระบุว่า “หลังจากที่โพสต์ภาพน้องปาล์มมี่ อาบน้ำกลางถนน ล่าสุดนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ได้จัดส่งเครื่องจักรเข้าซ่อมถนนสายบ้านต้นผึ้ง-บ้านตีนธาตุ (บ้านน้องปาล์มมี่) โดยการปรับเกรดลงหินคลุกตลอดสาย ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร อำเภอแม่ระมาดได้มอบให้ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงประสานงานในพื้นที่ ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3 วัน ต้องขอขอบคุณท่านรอง นายกฯ อบจ.และทีมงาน สำคัญที่สุดคือขอบคุณ และเป็นกำลังใจให้น้องปาล์มมี่ ในความรักบ้านเกิด” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
หลายๆ ครั้ง ไอเดียศิลปะที่โดนใจผู้คนอาจมาจากสิ่งรอบตัว ซึ่งบางครั้งอยู่ใกล้จนคิดไม่ถึง แม้กระทั่งเดินเหยียบย่ำอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่กลับมองข้าม “เอ็มมา ฟรานซ์ ราฟฟ์” ศิลปินและดีไซเนอร์แฟชั่นชาวเยอรมัน มองเห็นสิ่งที่ผู้คนไม่เคยนึกถึง แม้จะเดินผ่านไปผ่านมาทุกวัน และเธอสามารถนำมาสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับความนิยม รวมทั้งสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ไอเดียที่ว่าคือ การสร้างสรรค์ลายเสื้อผ้าและกระเป๋าผ้าแบบต่างๆ จากฝาท่อระบายน้ำ แปลก แหวกแนว แตกต่าง และไม่ได้ใช้ต้นทุนมากมาย ฟรานซ์ ราฟฟ์ เริ่มต้นผลงานแฟชั่นจากฝาท่อในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งฝาท่อแต่ละชิ้นในเมืองนี้มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นงานศิลป์ที่มีความสวยงามอยู่แล้ว คนทั่วไปเดินผ่านท่อระบายน้ำเหล่านี้ แต่ ฟรานซ์ ราฟฟ์ เลือกพิมพ์ลวดลายของฝาท่อเหล่านี้บนเสื้อผ้า ตามหลักของการพิมพ์นูน โดยใช้ลูกกลิ้งทาหมึกหลากสีสันลงบนฝาท่อ แล้วนำเสื้อ หรือกระเป๋าผ้าลงไปประทับลายดังกล่าว ความชำนาญจะทำให้การทาสีหมึกลงบนฝาท่อมีความสม่ำเสมอ และสามารถกดด้วยน้ำหนักที่เท่ากัน เพื่อให้ลายปรากฏชัดเจน เคล็ดลับสำคัญของนักออกแบบรายนี้อยู่ที่การใช้หมึกท
ครองใจสาวกลองฌอมป์มานานกว่า 20 ปี กับกระเป๋าในตำนานรุ่น “เลอ ปลิยาจ” ด้วยแรงบันดาลใจที่ ฟิลิป กาสแกร็ง ทายาทเจ้าของแบรนด์ผู้รักในการท่องเที่ยวและต้องการคิดค้นกระเป๋าที่ตอบความต้องการระหว่างเดินทาง จึงเกิดเป็นไอเดียสุดฮิตจากการพับกระดาษสไตล์ญี่ปุ่นหรือโอริกามิ มาเป็นคอลเล็กชั่นใหม่สุดพิเศษ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย กับ เลอ ปลิยาจ ไนลอน เพอร์ซันนอลไลซ์ (Le Pliage Nylon Personalized) เลอ ปลิยาจ ไนลอน เพอร์ซันนอลไลซ์ เปิดโอกาสให้เอฟซีของแบรนด์ได้ดีไซน์ในแบบของตัวเอง ผลิตด้วยวัสดุไนลอนแคนวาสน้ำหนักเบา ทนทาน และพับเก็บได้เพื่อประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าเดินทาง เริ่มตั้งแต่เลือกขนาดกระเป๋าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ 4 ขนาด พร้อมเลือกแบบหูจับที่ต้องการทั้งสั้น ยาว จากนั้นเลือกสีกระเป๋าที่ถูกใจจาก 15 เฉดสีสด อาทิ สีฟ้า สีเหลืองเคอร์รี่ สีม่วง สีกากี ชมพู ไปจนถึงสีเบสิกอย่างดำ แดง เทา น้ำตาล และน้ำเงิน และเติมเอกลักษณ์ด้วยแถบกลางกระเป๋าที่เลือกเป็นอีกสีที่แตกต่างกันได้ รวมถึงหัวซิปและกระดุมที่เลือกได้ระหว่างสีทอง เงิน หรือบรอนซ์ ความลิมิเต็ดยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อสามารถเลือกสลักชื่อบนฝาปิดกระเป๋าได้ว่าจะใช้
คลิปทอดไข่เจียวด้วยตะเกียบในแบบสไตล์ญี่ปุ่น สำหรับกลุ่มผู้ชอบกินไข่เจียวแบบหนาๆรสนุ่มละมุนลิ้น ไม่กรอบไม่บาง https://www.youtube.com/watch?v=GyE-GCivmX4 Youtube โดย ทศกัณฑ์
