หลักสูตรเรียนฟรี
Yimsoo Cafe (ยิ้มสู้คาเฟ่) ร้านน่านั่งบรรยากาศสุดชิลล์ ตั้งอยู่ที่ซอยอรุณอมรินทร์39 จังหวัด กทม.เปิดให้บริการ 7.00 – 18.00 น. เสิร์ฟออร์แกนิคและอาหารอร่อย มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อวดลงโซเชียล พร้อมปลั๊กไฟและรหัสไวไฟให้ใช้งานไม่อั้น ก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สถานที่ดีๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิ สากลเพื่อคนพิการ และผู้ก่อตั้งร้านกาแฟ “ยิ้มสู้คาเฟ่” เท้าความว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2541 ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ หลายธุรกิจล้มละลาย มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก จึงได้เขียนหนังสือ ”สู้ชีวิต เคราะห์สร้างโอกาส” ซึ่งเป็นการรวบรวมหลักธรรมคำสอนของมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์(ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) และ ซิสเตอร์โรสมัวร์(แม่อธิการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) หลักธรรมคำสอนของทั้ง 2 ท่าน ช่วยให้มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตจนประสบผลสำเร็จ รวมถึงได้เป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ศาสตราจารย์วิริยะได้รับโอกาสทางสังคม ยังมีผู้พิการอีกจำนวนมากที่ประสบความทุกข์ยากลำบาก และปราศจากก
ทายาท “นีโอสุกี้” ปรับโฉมร้านใหม่ไฉไลกว่าเดิม บุกตลาดด้วยน้ำซุป บัคกุ๊ดเต๋ สูตรเด็ดจากสิงคโปร์ และน้ำจิ้ม 7 รสชาติเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร หวังเจาะลูกค้ากลุ่มวัยทำงานและครอบครัว จากธุรกิจในครัวเรือนเล็กๆ ที่มีเพียง 2 สาขา ปัจจุบันขยายได้ถึง 19 สาขา ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 330 ล้าน ปักธงอีก 5 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณณัฐพล กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอ สุกี้ไทยเรสเทอ รองส์ จำกัด เท้าความว่า ย้อนกลับไปปี 42 ทางครอบครัวอยากมีธุรกิจอาหาร เลยซื้อแฟรนไชส์ร้านสุกี้ ชื่อว่า “อินเตอร์สุกี้” มาเปิดในปั๊มน้ำมันที่ถนนบางนาตราด กม.8 ปรากฏผ่านไปปีกว่าร้านเจ๊ง จากนั้นราวปี 51 เปิดร้านใหม่ คราวนี้ใช้ชื่อ “นีโอสุกี้” สร้างความต่างจากร้าน สุกี้ทั่วไปด้วยน้ำซุปต้มยำ และน้ำจิ้มหลากหลายชนิด ไม่ใส่ผงชูรส กรรมวิธีทำยังคงเป็นโฮมเมด “ปลายปี 2551 ทางนีโอสุกี้ ใช้สโลแกน นีโอสุกี้ สุกี้นานาชาติ อร่อยถูกใจกับน้ำจิ้มหลากหลาย รวบรวมสุกี้และความอร่อยทุกสไตล์ ไว้ในร้านเดียว น้ำจิ้มและอาหารได้รับมาตรฐาน องค์การอาหารและยา (อย.) , HALAL HACCP GMP , Q และ Thailand Brand” ธุรกิจเดิมของครอบครัว “กัปปิยจรรยา” กระทั่งปัจจ
คุณอนุสรณ์ วนสุวานิช เจ้าของโรงงานกล้วยตาก วัย 49 ปี เล่าว่า “เดิมที่บ้าน ทำโรงงานผลิตขนม เป็นธุรกิจผลิตขนมขายส่ง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่กล้วยตาก ของฝากจังหวัดตากขายดีมาก เป็นที่นิยม ก็มองเห็นว่าน่าจะทำขายได้ ตอนนั้นก็เลยนำกล้วยมาตาก เพื่อทำเป็นแพ็คขาย การตากกล้วยต้องทำเป็นโรงงาน เพื่อกันฝนและรักษาความสะอาด การตากกล้วยในแต่ละครั้งจะมีน้ำกล้วยที่ระเหยออกมา ให้จำนวนที่มาก ช่วงแรกๆ ก็ปล่อยให้น้ำกล้วยไหลออกมา ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ เพราะไม่ได้สังเกต แต่ต่อมาเมื่อเห็นว่าน้ำกล้วยที่ไหลลงมาบนพื้นมากๆ ก็เลยหันมาพัฒนาเป็นการพัฒนาไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโปรดักซ์จากกล้วยด้วย” ไซรัปกล้วย จึงได้มาด้วยความบังเอิญจากการตากกล้วย ในโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำหวานที่หยดจากกาตากกล้วย ในโรงเรือน เป็นการกลั่นตัวโดยธรรมชาติ ถูกนำมาต่อยอดเป็นงานวิจัยของ ผศ.ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป และได้จดรับรองอนุสิทธิบัตรจากกรมทรพย์สินทางปัญญาวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนากาโดยห้องปฏิบัติการและประเมินระบบคุณภาพความปลอดภัยอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล น้ำหวานจากกล้วย มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำหวานจากผลไม้กล้วย ซึ่งเป็นมิตรต่อสุขภา
มะม่วงหิมพานต์ นับเป็นผลไม้พื้นเมืองที่มีชื่อเสียง และยังเป็นของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดภูเก็ตแต่ที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 50 ปี ต้องยกให้ยี่ห้อ “เมธี” ซึ่งมีกำลังการผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกือบ 3 หมื่นกิโลกรัม ต่อปี ยอดขายต่อปีมากกว่า 30 ล้านบาท ร้อยละ 95 เปอร์เซ็นต์จำหน่ายในประเทศ และร้อยละ 5 เปอร์เซ็นต์จำหน่ายต่างประเทศ เจาะกลุ่มตลาดบน และนักท่องเที่ยว บริหารงานโดยสองสามีภรรยา คุณเมธี- คุณบุญมา จตุเมธเมธี ผู้ก่อตั้งบริษัท เมธีภูเก็ต จำกัด คุณเมธี และคุณบุญมา เดิมทั้งคู่เป็นช่างทอง เก็บเกี่ยวประสบการณ์นาน 14 ปี ราว พ.ศ. 2515 ตัดสินใจลาออกมาประกอบอาชีพขายเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เพราะเห็นว่าเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ดำเนินธุรกิจลักษณะซื้อมา-ขายไป โดยรับจากเกษตรกรในท้องถิ่น เงินลงทุนก้อนแรก 30,000 บาท ซึ่งกิจการเติบโตดีขึ้นเรื่อยๆ พ.ศ. 2532 รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ดังนั้น ทางโรงงานเปิดโชว์รูมและเริ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ต่อมา พ.ศ. 2544 เริ่มจัดตั้งดำเนินงานในรูปแบบบริษัท สำหรับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ของบริษัท เมธีภูเก็ต ปราศจากคอเลสเตอรอล และไขมันทรานส์ (กรดไขม
คุณจำนงค์ บุญเลิศ ปราชญ์ปลานิลแห่งบ้านป่ากว๋าว อ.พาน จ.เชียงราย จบเพียง ป.4 แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ปลานิล คิดค้นเทคนิค และอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลานิลได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และรางวัลเกียรติยศอีกมากมาย “เริ่มทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิลมาตั้งแต่ปี 2522 โดยเริ่มต้นจากการทำบ่อเลี้ยงปลานิลขนาดเล็ก ไปพร้อมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้รู้ในท้องถิ่น อ่านจากในตำรา ลองผิดลองถูกมาหลายครั้งจนเกิดเป็นองค์ความรู้ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายรูปแบบการเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ตามปกติแล้วรูปร่างลักษณะภายนอกของปลานิลตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แต่จะสังเกตได้โดยการดูอวัยวะเพศที่บริเวณใกล้กับช่องทวาร ตัวผู้จะมีอวัยวะเพศลักษณะเรียวยื่นออกมา ส่วนตัวเมียจะมีลักษณะเป็นรูค่อนข้างใหญ่และกลม ขนาดของปลาที่ดูลักษณะเพศได้ชัดเจนนั้น ต้องมีขนาดยาวตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป ในกรณีที่ปลามีขนาดโตเต็มที่แล้วนั้น อาจจะสังเกตเพศได้ด้วยการดูสีที่ลำตัว เพราะปลาตัวผู้จะมีสีเข้มตรงบริเวณใต้คางแ
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดีไม่มีตก ตามร
อาชีพทำเงิน ขนมบ้าบิ่นสูตรมะพร้าวอ่อนเมนูอร่อยสไตล์งานวัดแบบไทยๆ ที่บริเวณตลาดนัดชุมชนถนนคนเดินสรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีร้านขนมบ้าบิ่น ที่คนในชุมชนจะรู้จักคุ้นเคยดี ในชื่อ”ขนมบ้าบิ่นปิงปอง สูตรมะพร้าวอ่อน” ซึ่งจะมีลูกค้าทั้งขาจร และขาประจำมาต่อคิวซื้อกันคึกคักทุกวัน ด้วยความที่รสชาติความอร่อยที่แตกต่างจากแหล่งอื่น เพราะใช้เนื้อมะพร้าวอ่อนล้วนๆ อีกทั้งขนมของที่นี่ยังมีรูปทรงที่ต่างจากทั่วไปเพราะใช้เบ้าขนมครกเป้นแม่พิมพ์ ด้วยรูปร่างสวยแปลกตา บวกกับรสชาติที่หวานมันของเนื้อมะพร้าวและน้ำกะทิ ทำให้เป็นที่ติดอกติดใจของ นักชิม และลูกค้า จนทำขายกันแทบไม่ทัน ทั้งยังมีจุดขายอยู่ที่การแต่งชุดไทยสไตล์งานวัดโบราณยืนทำขนมขาย สร้างความสนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นการตลาดที่ได้ผลอย่างยิ่งยวดอีกด้วย นางวลัยพรรณ ดาราสิทธิ์ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายขนมบ้าบิ่น เปิดเผยว่า ตนเริ่มคิดค้นสูตรด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูก มาเป็น ร้อยๆครั้ง จนได้สูตรที่คงที่เมื่อ 3 ปี ก่อน เมื่อลองนำมาให้เพื่อนบ้านชิม ก็เกิดติดใจ ให้ตนทำใหม่ ถึงขนาดเอาส่วนผสม มาให้ทำให้กิน จนตนคิดว่า หากทำขายจะเป็นอย่างไร พอเริ่มขาย ขายตามงานวัด ตามตลาดนัด และหน้
ธุรกิจความงามในไทยโตไม่หยุด แถมส่งสัญญาณบวกเพราะหลายสถาบันการเงินได้คาดการณ์กันไว้ว่าในปี 2017 มูลค่าธุรกิจความงามทั่วโลกจะสูงถึง 2.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะ ‘เครื่องเลเซอร์ผิวหนัง’ นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานของทุกสถานบริการความงามที่ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของธุรกิจความงามนี้ด้วยเช่นกัน Fotona เครื่องเลเซอร์ที่ผ่านมาตรฐานอเมริกา (US FDA) ปลอดภัยได้รับการรับรองจากนานาชาติในยุโรป บุกตลาดไทยด้วย 2 เครื่องเลเซอร์นวัตกรรมสุดล้ำ คือ Fotona 4D และ StarWalker เจาะกลุ่มคลีนิกความงามไฮเอนด์ โรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลรัฐวงการแพทย์ต่างไว้วางใจเลือก Fotona ให้บริการแล้ว Dr. Anze Zorman (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ จากประเทศสโลวีเนีย) กล่าวว่า จุดเด่นของเครื่องเลเซอร์ Fotona 4D คือ การใช้งานได้หลากหลาย โดยเฉพาะ 4D ที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว คือยกระชับผิวหน้าจากภายในสู่ภายนอก (Inside-out Face Lifting) รวมถึง การกำจัดขนถาวร ลดรอยหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น กระชับสัดส่วน ลดถุงใต้ตาแบบไม่ต้องผ่าตัด แล
น้ำพริก อาหารพื้นบ้านทานง่ายที่เราสามารถทำทานเองได้ที่บ้าน จะสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้มากมายขนาดนี้ คุณฟาง- ชโลธร กอพัฒนกุล อายุ 27 ปี เจ้าของน้ำพริก แบรนด์ “ลองยัง” เธอใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่ร่ำเรียนมาคิดสูตรน้ำพริกแปลกใหม่จนได้มาถึง 8 สูตร ขายผ่านเฟซบุ๊กและตัวแทนจำหน่ายกว่า 220 ราย ผลิตในจังหวัดแพร่ เปิดขายมา 1 ปีกว่า เดิมทีก่อนทำแบรนด์น้ำพริก เธอเคยทำมาแล้วหลายอาชีพทั้งขายของออนไลน์ ทำแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สักในลักษณะทำตามออร์เดอร์ ควบคู่ไปกับการขายน้ำพริก แต่ดูเหมือนว่าการขายน้ำพริกจะเป็นอาชีพหลักของเธอมากกว่า คุณฟาง เล่าอีกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีพี่ที่รู้จักบอกให้เธอช่วยคิดสูตรน้ำพริกขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ บรรจุกระปุกแก้วติดฉลากภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นน้ำพริกแบบที่คนไทยคุ้นเคยมีขายทั่วไป เธอจึงทำและขายไปด้วยแต่ไม่ได้คิดจริงจังอะไรจึงเลิกไป แต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว พี่สนิทคนเดิมมาคุยกับเธออีกครั้งว่า ไม่คิดจะรีแบรนด์น้ำพริกใหม่หรือ ทำขายให้คนไทยได้กิน เรียนทางด้านอาหา
คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารจีนและฝึกฝีมือการทำอาหารเหลามาตลอดทั้งชีวิต สำหรับคุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัยปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านไต๋ตง เลิศรส พุทธมณฑลสาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 ที่ใครๆ ก็ต่างขนานนามให้ว่า เขาคือเจ้าของร้านอาหารเหลามือวางลำดับต้นๆ ที่ใส่ใจและพิถีพิถันปรุงอาหารด้วยตัวเองทุกจาน ไม่มีผู้ช่วย นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าของสโลแกน “อาหารเหลา รสชาติขั้นเทพ ราคาตลาดนัด” และเมนูหนึ่งเดียวในไทย เมนูฟิวชั่น กระเพาะปลาน้ำแดงต้มยำเจ้าสมุทร หลากเมนู เอาใจทุกวัย วัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือเฮียชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านไต๋ตง สาขาแรกตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 46 หรือข้างโรบินสันบางรัก สาขานี้เปิดมา 60 ปี ตั้งแต่รุ่นอากง เมนูเลื่องชื่อที่ใครมาต้องสั่งมีหูฉลาม กระเพาะปลา ข้าวผัดปู ผัดหมี่ฮ่องกง จุดเด่นอยู่ที่รสชาติกลมกล่อม ราคาไม่แพง แต่ด้วยความที่อยากให้ลูกค้าย่านพุทธมณฑล สาย 2 ได้มีอาหารจีนอร่อยๆ รับประทาน อีกทั้งใกล้บ้าน เลยแยกตัวออกมาเปิดอีกสาขาที่พุทธมณฑล สาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 สำหรับร้านนี้ เฮียชัยทุ่มทุนเกือบ 5 แสนบาท เพื่อเปิด
