หลักสูตรเรียนฟรี
จากความหลังในวัยเด็กกลายเป็นแรงบันดาลใจขับเคลื่อนออกมาเป็นแบรนด์ “บั๊กการ์ด” ผลิตภัณฑ์แผ่นแปะป้องกันยุง ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์น้องใหม่ในตลาดผลิตภัณฑ์กันยุง เพราะคนส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับสินค้าดั้งเดิมในรูปแบบของยาจุดกันยุงแบบขด แบบสเปรย์ หรือแบบโลชั่นทากันยุง จึงเป็น “โอกาส” เจาะเข้าไปในตลาดที่มี “ช่องว่าง” อีกมหาศาล และถึงแม้ว่าจะเริ่มมีผู้เล่นรายใหม่ๆ กระโดดเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด แต่ก็ยังเป็นบลูโอเชี่ยนที่มีการแข่งขันไม่สูง แบรนด์ “บั๊กการ์ด” ยังเป็นการตั้งชื่อที่มองการณ์ไกลไปถึงการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงประเภทอื่นๆ ออกมาสยายอาณาจักรไล่แมลงทั้งในและต่างประเทศ ทุ่มสุดตัว ลงทุนตั้งต้น 4 แสน ภญ.วันทณีย์ เสนาคุณกรรมการผู้จัดการ บริษัท วันเวนเชอร์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์แผ่นแปะป้องกันยุงจากสารสกัดธรรมชาติ แบรนด์ “บั๊กการ์ด” เปิดฉากเล่าที่มาที่ไปของธุรกิจว่าย้อนไปสมัยเด็กๆเคยป่วยเป็นไข้เลือดออกจึงเป็นความหลังฝังใจมาตลอดว่าทำไมไม่มียารักษา และเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังได้ยินได้รับรู้ข่าวที่มีผู้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกทุกปี จึงตัดสินใจเลือกเรียนคณะเภสัชศาสตร์ กระทั่งเรียนจบออกมาเปิดร้านขายยาของตั
ที่บริเวณถนนราชดำเนิน ถนนจ่านกร้อง หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ทุกวันศุกร์ ในช่วงเช้าจะมีตลาดนัดเกษตรกร นำสินค้าเกษตรหลากหลายชนิดมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งพืชผัก ผลไม้ ข้าวสาร อาหารแปรรูป มีชาวพิษณุโลกและข้าราชการมาอุดหนุนจำนวนมาก และมีอยู่ร้านหนึ่ง เป็นร้านขายข้าวเหนียวหมูทอด ชื่อร้านป๋าแจ้ว หมูหมักเทวดา ที่ขายดีมากๆ น่าจะขายดีที่สุดแล้วในตลาดนัดเกษตรกร ทุกเช้าวันศุกร์และวันจันทร์ จะมีผู้คนมายืนมุงสั่งซื้อข้าวเหนียวหมูทอดอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการที่ทำงานบนศาลากลาง หรือในค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เป็นลูกค้าขาประจำ ต้องมาสั่งข้าวเหนียวดำหมูทอด ห่อละ 20 บาทกันคับคั่ง เจ้าของร้านป๋าแจ้ว หมูหมักเทวดา คือ นายศักดินา เอี่ยมสะอาด อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ม.5 บ้านคลองแค ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จะทำหน้าที่หลักยืนทอดหมูอยู่ด้านหลังร้าน เฉพาะวันจันทร์และวันศุกร์ ที่มาขายในตลาดนัดเกษตรกรหน้าศาลากลางจ.พิษณุโลก โดยเตรียมหมูหมักมาขายถึงวันละ 100-110 กิโลกรัม และต้องเตรียมข้าวเหนียวดำ หรือที่นิยมเรียกกันว่า ข้าวเหนียวลืมผัว มานึ่งให้ลูกค้าวันละ 4 ถัง ( ถังละ 15 กิโลกรัม) ขายตั้งแต่เว
“ผู้ใหญ่อี๊ด – อนันต์ อินทร” หนุ่มใหญ่ร่างบาง ผิวคล้ำ พูดจาสุขุม เกษตรกรยุคใหม่ที่ใช้หลักทฤษฎีเกษตรพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาพัฒนาบ้านเกิดจากนักกฎหมายผันตัวเองเป็นเกษตรกร เจ้าของไร่ธันยจิราพร ไร่อ้อยที่ใหญ่สุดในนครสรรค์ ส่งต่อผลผลิตสู่กลุ่มโรงงานน้ำตาลมิตรผล “การทำอะไรก็ตาม อย่างแรกเราต้องมีใจรักก่อน แล้วมาศึกษา พร้อมกับวางแผน ซึ่งการทำงานของผมจะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง (ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี) 2 เงื่อนไข (ความรู้และคุณธรรม) ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้กับงานและการดำเนินชีวิตในประจำวัน” ผู้ใหญ่อี๊ด เล่าให้เราฟังว่าหลังจากจบการศึกษาระดับม. 6 แล้วเรียนต่อในด้านกฎหมาย จากนั้นหันมาทำไร่อ้อย เริ่มต้นลงมือทำเองทุกอย่าง โดยนำหลักต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เน้นการคิดต่าง ผู้ใหญ่อี๊ดเล่าเพิ่มเติมว่าเริ่มทำไร่อ้อยตั้งแต่ปี 2529 จนถึงตอนนี้อายุ 49 ปีแล้ว ปัจจุบันมีไร่อ้อยที่เป็นของตัวเอง 400 ไร่ และมีลูกไร่อีก 3,000 กว่าไร่ การทำไร่อ้อย มีกระบวนการทำอย่างไรบ้าง? -สิ่งแรกคือเราต้องรู้เกี่ยวกับระบบดินก่อน แล้วนำเอาเรื่องของวิชาการเข้ามาปรับใช้ โด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านมงคลอิเลคทริค เลขที่ 430/1 ถนนกลางเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ร้านซ่อมและติดตั้งแอร์รถยนต์ ไดนาโม และแบตเตอรี่ นำถังน้ำยาแอร์เก่ามาประดิษฐ์ให้เป็นระฆังแจกจ่ายให้กับวัดในพื้นที่ชนบทห่างไกล นายอนุพงษ์ บุญอาจ เจ้าของร้านกล่าวว่า ทำเสร็จสิ้นแล้ว รวม 28 ใบ พร้อมไม้เคาะระฆัง โดยแนวคิดมาจากแนวกระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงนำแนวคิดดังกล่าวมาประกอบอาชีพอย่างพอเพียง พออยู่พอกิน พอมี พอใช้ หากเหลือให้แบ่งปัน แต่ละวันร้านจะมีลูกค้ามาเติมน้ำยาแอร์รถยนต์จำนวนมาก แต่ละถังมีขนาด 13.6 กิโลกรัม และเมื่อน้ำยาหมดต้องทิ้ง หรือบริจาคให้คนรับซื้อของเก่า บิดาคือ นายชูศักดิ์ บุญอาจ จึงมีแนวคิดอยากนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ จากนั้นได้ร่วมกันศึกษาหาความรู้ผ่านยูทูบ ที่มีการสอนการดัดแปลงถังให้ออกมาในรูปแบบต่างๆ “มาวันหนึ่งคุณพ่ออยากทำระฆัง จึงนำถังน้ำยาแอร์เก่านั้นมาทำ เริ่มจากการตัดวาล์วออกจากตัวถัง ใช้ใบตัดเหล็กตัดก้นถังออก ใช้ตะไบลบคม ดัดพับหูถังให้เป็นรูปใบเสมาและเชื่อมติดกัน เมื่อเสร็จนำถังไปล้างให้สะอาด ตากให้แห้ง พ่นสีกันสนิม ก่อนพ่นสีเหลือง ใช้เวลาทำใบละ
เมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง ถ.ราชดำเนิน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ประชาชนจำนวนมากนิยมไปรับประทานอาหารร้านข้าวแกง “เย่สิบ” หรือ 20 บาท กันอย่างเนืองแน่น ไม่ว่าจะเป็นเมนู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูทอด ข้าวมันไก่ทอด กวยจั๊บ หมี่ไก่ตุ๋น หรือแม้กระทั่งอาหารตามสั่ง ทุกเมนู 20 บาท อีกทั้งยังบริการน้ำแข็งฟรีอีกด้วยทั้งนี้จากการสอบถามทราบว่า เจ้าของร้าน คือ นายมนเทียร นุ้ยภิรมณ์ อายุ 50 ปี และภรรยา อาศัยอยู่ที่ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง นายมนเฑียร บอกว่า จากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยและจังหวัดตรังตกต่ำ อันเนื่องมาจากราคาพืชผลการเกษตร คือ ยางพาราและปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำมาหลายปีติดต่อกัน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้น้อย โดยที่ร้านอาหารจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตรัง มีการปรับกลยุทธ์ ในการทำการค้า และธุรกิจ ตนและภรรยาจึงมีความคิดว่า น่าจะเปิดร้านขายอาหารในราคาถูกเพื่อรองรับผู้ที่มีรายได้น้อย จึงตัดสินใจมาเปิดร้านอาหารภายใต้ชื่อร้าน “เย่สิบ หรือ ยี่สิบบาท” ในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี “ สำหรับเมนูอาหาร เป็น ขายข้าวราดแกง 2 อย่าง 20บาท และยังมีข้าวมันไก่ ข้
การออกแบบชิ้นงานด้วยความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทำได้สินค้าชิ้นนั้นก็จะมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร มีทั้งมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว อีกทั้งการใช้วิชาเรียนมาเป็นตัวเสริมสร้างแนวคิดยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เหมือนกับร้าน a.hoopp ร้านขายสินค้าที่เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญน่ารักๆ ให้กับทุกคน คุณจำปูน-สุธิดา อัตพุฒ อายุ 25 ปี จบปริญญาตรีจากภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Graphic Designer บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของของขวัญดีไซน์เก๋ โพสต์ขายสินค้าผ่านอินสตาแกรมควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังจากเรียนจบเริ่มหางานทำเกี่ยวกับ Graphic Designer ในระหว่างรอเรียกสัมภาษณ์งาน เริ่มเปิดร้าน a.hoopp (เอ.ฮู้ป) ปัจจุบันเปิดได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ในตอนนั้นเป็นช่วงงานรับปริญญาของเพื่อนๆ ที่สนิท เลยตั้งใจจะทำของขวัญแจกเพื่อน จึงนึกถึงของที่อยากทำมานาน นั่นก็คืองานปักลายลงสะดึงเป็นภาพคน แต่ตนปักไม่เป็น ถนัดงานวาดในคอมฯมากกว่า เลยพยายามหาอุปกรณ์ที่สามารถพิมพ์ลายลงผ้าได้ งานชิ้นแรกจึงเป็นการออกแบบภาพวาดในสะดึง พอทำเสร็จออกมา
ปัจจุบันกระแสออร์แกนิค ไร้สารพิษ มาแรงมาก ด้วยผู้บริโภคหวั่นเกรงอันตรายจากสารเคมี อันนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และไก่ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ ดังนั้น ทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ว่าง ข้างๆบ้าน ก็คือเลี้ยงไก่ไว้บริโภคเอง ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อหรือไก่ไข่ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” นำ แปลนสำหรับการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่มาฝากกัน ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือ การเลี้ยงในปริมาณที่ไม่มาก แต่สามารถต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพเสริมได้ โรงเรือนไก่พื้นเมืองต้นแบบ ที่ได้มาคราวนี้ มาจาก ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ที่มีคำแนะนำการสร้างโรงเรือนดังนี้ เป็น โรงเรือนขนาด 6 X 6 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงไก่ได้ 15-20 ตัว วัสดุก่อสร้างเป็นไม้ไผ่ และหลังคามุงด้วยจาก ต้นทุนก่อสร้างประมาณ 4500-5000 บาท นั่นหมายความว่า พื้นที่ที่จะสร้าง น่าจะเป็นในสวน ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็น และสร้างอยู่บนพื้นดิน เนื่องจาก จะมีพื้นที่ส่วนที่เป็นลานอิสระ ปล่อยให้ไก่ได้ออกมาหากิน ทั้งพืช ต้นหญ้า มด หรือปลวก เป็นต้น นอกจากนี้ โรงเรือนลักษณะน
เวลาดูหนังบางเรื่อง โดยเฉพาะหนังผี หรือหนังที่เป็นเรื่องเหนือจริง จะเห็นรูปร่างหน้าตาของคนที่แปลกออกไปจากปกติมาก ทั้งหน้าเละ หน้าผี หน้าแฟนซี แต่งคนเป็นปีศาจ ฯลฯ บางเรื่องใช้ซีจี แต่บางเรื่องเกิดจากการตกแต่งด้วยสองมือของมนุษย์ธรรมดานี่เอง นอกจากในหนังแล้ว ที่เห็นเป็นข่าวฮือฮาบ่อย ๆ ในช่วงนี้ คือ การแต่งหน้าในรายการ “เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ (Sing Your Face Off)” ทางช่อง 7 ที่เอานักร้องนักแสดงมาแต่งหน้าเป็นคนอื่น อย่างเช่น นัท ทิวไผ่งาม แต่งเป็นเจ้าชายอสูร และแหลม 25 hours กระแต อาร์สยาม แต่งเป็นคุณแม่ผ่องศรี วรนุช หรืออย่างปีที่แล้วที่เปลี่ยนกรีน อัษฎาพร เป็นสังข์ทอง สีใส เปลี่ยนโบว์ เมลดา เป็นอดัม เลอวีน เบื้องหลังใบหน้าที่ถูกตกแต่งออกมาจนชวนตะลึงร้องว้าวเหล่านั้น คือ สเปชียลเอฟเฟ็กต์เมกอัพอาร์ติสต์ชื่อดังงานชุกของวงการคนหนึ่ง คือ เจี๊ยบ-ฐาน ธัญศญาพร อีกคนคือ ไก่-คงกฤช ทองดี ทั้งคู่ให้ข้อมูลกว้าง ๆ ว่า การแต่งหน้าที่เหนือจริงไม่ใช่การแต่งคนสวยงามปกติ เรียกโดยรวมว่าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์เมกอัพ ซึ่งจะแยกย่อยไปตามลักษณะการแต่ง ไม่ว่าจะเป็นการติดหนวด การติดขน การติดซิลิโคน การติ
หลังประสบวิกฤตโรคระบาดในสวนส้ม ทำให้ต้องหันมาปลูกพืชผักสวนครัวและกล้วยหอมเพื่อสร้างรายได้ทดแทน ตรงนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ คุณเกรียงศักดิ์ วิเลปะนะ ลูกชาวสวนพบโอกาสทองที่แฝงอยู่ในกล้วยหอม ผลไม้เศรษฐกิจที่โตก้าวกระโดด ราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมมีดีมานด์ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ปัจจุบัน ผู้ชายคนนี้กลายเป็นเจ้าตลาดกล้วยหอม ด้วยการสร้างแบรนด์ “KING FRUITS” (คิง ฟรุทส์) มีพื้นที่ปลูก 3,000 ไร่ เกษตรกรเครือข่ายอีก 1,000 ไร่ ตั้งเป้าอีก 2 ปีจะขยายพื้นที่ปลูก 10,000 ไร่ ส่งกล้วยหอมขายแต่ละวันเกือบ 15 ตัน ตลาดหลักส่งเข้าร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น, ห้างสรรพสินค้า อาทิ สยามพารากอน ฟู้ดแลนด์ บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส แม็คโคร แม็กซ์แวลู และสายการบิน เช่น การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ รวมทั้งการบินเครือไมเนอร์ กรุ๊ป รายได้ทั้งปี 2559 ราว 200 ล้านบาท ผลผลิตมาตรฐานส่งออก ขายในไทย คนไทยกินของดี คุณเกรียงศักดิ์ เรียนด้านการเกษตรที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ อำเภอบางพระ จังหวัดชลบุรี หลังจากเรียนจบ เขาเลือกเดินตามรอยของครอบครัว ด้วยการสืบทอดมรดกสวนส้มเข
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
