หลักสูตรเรียนฟรี
อดีตเจ้าของร้านเสริมสวย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย หลังแพ้สารเคมีหนักมาก ได้ผันตัวไปเลี้ยงจิ้งโกร่ง ควบคู่กับเลี้ยงกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด แต่แล้วเธอก็พบว่า รายได้จากการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดนี้ นั้นมากกว่า จิ้งโกร่ง 2 เท่าตัว เพราะนอกจากขายส่งร้านอาหาร และขายลูกกุ้ง ยังมีโรงงานมารับซื้อถึงฟาร์ม บางครั้งกุ้งไม่พอขาย ล่าสุดไม่สนใจว่า ในตลาดจะฮิตหรือไม่ฮิต เพราะทำเงินให้ชิลล์ๆ เดือนละกว่า 3 หมื่นบาท คุณภันฑิรา วิเศษลา หรือคุณหมี ปัจจุบันอายุ 38 ปี เธอเป็นเจ้าของฟาร์มกุ้ง “ภันฑิราฟาร์ม” เลขที่ 71 หมู่ 8 บ้านหนองฟ้าแลบ ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย คุณหมี เล่าว่า อาชีพแรก เป็นช่างเสริมสวย แต่ด้วยวิถีชีวิตประจำวัน ต้องอยู่กับสารเคมีตลอด กระทั่งร่างกายเริ่มทนไม่ไหว หนที่สุดปิดกิจการ แล้วลองไปเลี้ยงจิ้งโกร่ง เป็นแมลงชนิดหนึ่งสามารถรับประทานได้ มีลักษณะคล้ายกับจิ้งหรีด เนื้อเยอะกว่า ตัวใหญ่กว่า นิยมนำไปทอด หญิงสาวอดีตเจ้าของร้านเสริมสวย หันมาเลี้ยงจิ้งโกร่ง เมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือราวปี 2556สำหรับพื้นที่เลี้ยงจิ้งโกร่ง เธอบอกว่า 6 บ่อ ประมาณ 2 งาน ทุกๆ 2 เดือน จะเก็บจิ้งโกร่งขายได้ 1 คร
อดีตข้าราชการตำรวจวัยเกษียณ เกิดที่นครศรีธรรมราช ผันตัวมาสวมบทบาทเกษตรกร และใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอเมืองจังหวัดระนอง ด้วยการปลูกปาล์ม ปลูกยางพารา ปลูกผักสวนครัว และบรรดาผลไม้สารพัด บนที่ดิน 170 ไร่ แถมลดต้นทุนด้วยการทำปุ๋ยใช้เอง จนเได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2555 ปัจจุบันเก็บผลผลิตขาย มีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสน ด.ต.สมนึก โมราศิลป์ บ้านเลขที่ 1/9 บ้านห้วยปลิง หมู่ที่ 7 ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง เผยว่า ในอดีตเคยรับราชการตำรวจ และเข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด เมื่อปี 2543 โดยส่วนตัวเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ชอบเรื่องเกษตร จึงไปศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ช่วงแรกปลูกพืชระยะสั้นบนพื้นที่ 2 ไร่ อาทิ พริก แตงกวา มะเขือ ใบโหระพา กล้วย ขิง ข่า ต่อมาขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันราว 100 ไร่ รวมเบ็ดเสร็จ ปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 2,200 ต้น ปาล์มน้ำมันของ ด.ต. สมนึก ถูกบำรุงดูแลรักษาเป็นอย่างดี ให้ผลผลิตเดือนละ 2 ครั้ง แถมยังได้มาตรฐาน GAP ก่อเกิดรายได้ ให้ผลตอบแทนค่อนข้างคุ้มค่า และด้วยความต้องการอยากทำเกษตรผสมผสาน เกษตรกรคนเก่ง เลยปลูกยางพารา ผลไม้ ผักสวนครัว อย่างอื่นร
ประเทศไทยนับเป็นแหล่งผลิตทุเรียนอับดันต้นๆ ของโลก เมื่อปี 58 ผลผลิตทุเรียนได้ราว 603,332 ตัน ซึ่งภาคตะวันออก ยกตัวอย่าง จังหวัดจันทบุรี นับว่ามีผลผลิตทุเรียนมากที่สุดในไทย รองลงมา คือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามลำดับ ทุเรียนที่จังหวัดจันทบุรี หรือทุเรียนภาคตะวันออก จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด ในเดือนกรกฎาคม –สิงหาคม ส่วนทุเรียนใต้จะออกสู่ตลาด ราวเดือนกันยายน – ตุลาคม คุณวีรวัฒน์ จีรวงศ์ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร และยังเป็นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ที่ อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร ประสบความสำเร็จ จากการจำหน่ายทุเรียนเมื่อปีที่แล้ว 90 ตัน โกยรายได้ไปราว 4 ล้านบาท ปี 60 ตั้งเป้า จะมีผลผลิต 120 ตัน รายได้ 5 ล้าน คุณวีรวัฒน์ เล่าว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกร คุณพ่อมาซื้อที่ดินที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2505 จำนวน 100 ไร่ ปัจจุบันซื้อเพิ่มเป็น 200 ไร่ ปลูกทุเรียน 70 ไร่ ปาล์ม 100 ไร่ มังคุด ส้มโชกุน ลองกอง และยังลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้ด้วยกรรมวิธีฟรีซดายน์ ขายออนไลน์ รายได้แต่ละเดือนนับล้าน ปัจจุบันคุณวีรวัฒน์ อา
ลิ้นจี่ เป็นผลิตผลสินค้าเกษตรอย่างหนึ่งที่มักประสบปัญหาราคาไม่แน่นอน เกษตรกรมีความเสี่ยงในด้านการผลิตคือผลแตกและร่วง ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตน้อยและมีความเสี่ยงด้านการตลาด เกษตรกรมักขายได้ราคาต่ำ ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่กล่าวว่า เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่มักจะประสบปัญหาสำคัญ 2 ประการคือผลแตกและผลร่วง ทั้งนี้เพราะในช่วงที่ลิ้นจี่ติดผลเจริญเติบโตใกล้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่าย ประมาณปลายเดือนเมษายน – พฤษภาคม ซึ่งช่วงนี้สภาพอากาศร้อนและเจอฝนตกสลับกัน 2-3 ครั้ง จึงทำให้ผลลิ้นจี่แตกและร่วง ด้วยเหตุนี้เกษตรกรจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเก็บผลผลิตจำหน่าย ทำให้ได้ราคาต่ำ และที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)ลิ้นจี่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา ได้นำเอานวัตกรรมการห่อช่อผลลิ้นจี่ด้วยกระดาษโคบอน สามารถแก้ไขปัญหาลิ้นจี่แตก/ร่วง และประสบความสำเร็จในการยกระดับมาตรฐานสินค้า ทำให้ราคาลิ้นจี่ที่ห่อช่อผลมีราคากิโลกรัมละ 80 บาท ในขณะที่ลิ้นจี่ที่ไม่ห่อช่อผล จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 30 บาทเท่านั้น โดยมีส่วนต่างของราคาถึง 50 บาทต่อกิโลกรั
ชาวบ้านหาเห็ดถอบโกยรายได้ก่อนทำนาหอบแมงมันขาย กทม. กก. 2,000 บาท เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นางชรีพร ยอดฟ้า อาสาสมัครแรงงานนอกระบบ (อสร.) จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ขณะนี้อาหารพื้นถิ่นยอดนิยมของพะเยาและภาคเหนือยังมีต่อเนื่อง จนทำให้เพื่อนร่วมงานต่างจังหวัดต้องการซื้อหานำไปทำอาหาร เช่น แมงมัน ในพื้นที่ขายราคา กก.ละ 1,500 กว่าจะเก็บได้หนึ่ง กก. ต้องใช้เวลาเก็บพอสมควรและเก็บในเวลากลางคืน ต้องเก็บทีละตัวใส่ขวดไว้ไม่ให้แมงมันบินหนี ขณะเดียวกันคนเก็บแมงมันก็ต้องเสี่ยงถูกแม่พันธุ์แมงมันตัวเล็กกัดแสบคันไปทั้งตัว ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานของตนในกรุงเทพมหานครฯ ได้สั่งซื้อแมงมันเพื่อนำไปทำเป็นอาหารจำนวน 1 กก. จากแมงมันตัวเป็นๆ นำมาเด็ดปีกคั่วให้สุกหอม สามารถรับประทานได้ทันที หรือนำไปทำเป็นรายการน้ำพริกแมงมันเคียงกับผักลวกเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งแมงมันที่เด็ดปีกและคั่วสุกแล้วราคา กก.ละ 2,000 บาท ตนต้องหอบขึ้นรถโดยสารไปด้วย ด้านนางชิน ใจเย็น ผู้ประสานงานฮักบ้านเกิดพะเยา อ.ปง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ในพื้นที่ ต.ขุนควร ขณะนี้ชาวบ้านที่นิยมเข้าป่าหาเห็ดถอบ หรือ เห็ดเผาะ แจ้งว่า หลังจากที่มีอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกัน 2-3
คุณเบิร์ด พีอาร์หนุ่มร่างใหญ่ของตลาดไท พาผู้เขียนไปสำรวจตลาดมะละกอสุก พร้อมพูดคุยกับ คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา เจ้าของร้าน “ปิ่นแก้ว มะละกอ” โทร. (081) 922-6827 และ (085) 228-6564 ผู้ค้ามะละกอสุก รายใหญ่ของตลาดไท คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวเธอทำสวนมะละกอพันธุ์แขกดำ อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี คุณแม่ปิ่นแก้วของเธอได้มาเปิดแผงค้ามะละกอที่ตลาดไท เมื่อปี 2538 ตามคำเชิญของผู้บริหารตลาดไทในยุคนั้น เรียกได้ว่า ร้านปิ่นแก้ว เป็นผู้ค้ามะละกอรุ่นบุกเบิกของตลาดไทได้เลย หลังเรียนจบ คุณแม่ได้มอบกิจการ ร้านปิ่นแก้ว มะละกอ ให้เธอบริหารงานมาตลอด จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้ว คุณเดือนเพ็ญ วิเศษวงศา และสามี เจ้าของ “ร้านปิ่นแก้ว มะละกอ” ระยะแรก ร้านปิ่นแก้ว จำหน่ายมะละกอพันธุ์แขกดำเป็นหลัก จวบจนกระทั่ง ปี 2550 กระแสตลาดมะละกอสุกได้เปลี่ยนแปลงไป มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์เริ่มเข้ามาเป็นพระเอกแทน เพราะมีลักษณะเด่นถูกใจตลาดและผู้บริโภคหลายประการ ยกตัวอย่าง เช่น มีผิวสวย คุณภาพการเก็บรักษาที่ทนทานมากกว่า อายุการจำหน่ายที่นานขึ้น โดดเด่นด้านรสชาติความอร่อย มีรสหวานกว่าแขกดำ ขายได้ราคาสูงกว่
การขยายพันธุ์พืช สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การปักชำกิ่ง ปักชำใบ การติดตา การเสียบยอด ฯลฯ ซึ่งเป็นการขยายพันธุ์ที่ทำกันมานานแล้ว ในปัจจุบันนี้การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากเป็นการขยายพันธุ์ที่ได้จำนวนหรือปริมาณมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ได้ต้นพันธุ์ที่เหมือนต้นพันธุ์เดิม เป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืชที่หายาก อีกทั้งเป็นการขยายพันธุ์ที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแต่เป็นการปฏิบัติในห้องปลอดเชื้อโรค การคัดเลือกต้นพันธุ์ที่ต้องการ เมื่อได้ต้นพันธุ์แล้วจะต้องเปลี่ยนถ่ายขวดขนาดเล็กให้ใหญ่ขึ้น จนถึงการย้ายออกมาปลูกในแปลงเพาะขยายพันธุ์ ตัวอย่างการขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น พันธุ์ไผ่ กล้วย อินทผลัม ขนุนพันธุ์ไพศาลทักษิณ หน่อไม้ฝรั่ง กล้วยไม้ กุหลาบ ฯลฯ อินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ หน่อไม้ฝรั่งให้ผลผลิตที่ดี แปลงปลูกหน่อไม้ฝรั่ง คุณวรณัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา เล่าถึงประสบการณ์ที่เคยทำงานเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อว่า หลังจากที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รุ่นที่ 48 สอบเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการ ที่กรมส่งเสริม
ปีนี้นับว่า “ดอกมะลิ” มีราคาค่อนข้างผันผวน เพราะอากาศที่ร้อน เเละฝนที่ตกลงมาหลายพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งราคาดอกมะลิมีตั้งแต่ราคาลิตรละ 300 – 500 บาท หากขายเป็นกิโลกรัม ตกกิโลกรัมละ 500 – 1,000 กว่าบาทเลยทีเดียว คุณสามารถ นาคทั่ง เกษตรกรมะลิเงินล้าน ปัจจุบันอายุ 49 ปี เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร รุ่นที่ 1 ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมมาตลอด 20 กว่าปี ทั้งคุมเครื่องจักร อยู่แผนกไฟฟ้า ตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้จัดการโรงงาน รับเงินเดือนแสนกว่าบาท แต่ด้วยแรงกดดันและปัญหาสุขภาพรุมเร้า คือ หมอนรองกระดูกเสื่อม วิธีการรักษาที่ให้ผลดี คือ ต้องเดิน ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้มีความคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ อยากหาสิ่งใหม่ให้กับชีวิต หนที่สุดลาออกมาเป็นเกษตรกร ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แถมรายได้ไม่น้อยหน้าเงินเดือนเลยทีเดียว “ผมมีสายเลือดเกษตรกรเต็มตัว เพราะพ่อแม่เป็นชาวนา แต่เนื่องจากทำงานโรงงานมาตลอด ขาดประสบการณ์และความรู้ด้านการทำเกษตร เลยศึกษาอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไรดี ซึ่งหลังจากที่ได้เก็บข้อมูลก็พบว่า พืชใบ และไม้ดอก ดูแลไม่ยาก ทำเงินได้ไว
บัณฑิตสาวคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทายาทเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์พรีเมี่ยม ตราปลามังกร จังหวัดกาญจนบุรี ไอเดียเก๋ สร้างโรงเพาะเห็ดไซซ์มินิ ขนาดกว้าง 1.70 เมตร ยาว 1.70 เมตร สูง 2.10 เมตร โครงสร้างทำด้วยเหล็กทาสีกันสนิม หลังคาผ้าใบเต็นท์ ด้านข้างคลุมด้วยสแลนกันแดด โยกย้ายเคลื่อนที่ได้สะดวกสบาย อายุการใช้งาน 4 – 5 ปี 1 โรงสามารถเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานดำได้ 504 ก้อน หลังเห็ดเปิดดอกเพียง 3 วัน ก็สามารถทำเงินได้ยาวๆ สนนราคาโรงละ 10,000 บาท คุณสาธนี สกุลวัฒนะ หรือคุณนุ่น หญิงสาวอัธยาศัยดีวัย 26 ปี พี่สาวคนโตในบรรดาพี่น้อง 3 คน ทายาทเจ้าของบริษัท ปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรไทย หรือเคทีเอฟ จำกัด และเจ้าของออร์แกนิก แลนด์ ริม ถ.กำแพงแสน-พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งคุณนุ่น คือ เจ้าของไอเดีย โรงเพาะเห็ดมินิ หรือ บ้านเห็ด คุณนุ่น เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า จบคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทางครอบครัว ทำธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์พรีเมี่ยม มานานกว่า 20 ปี จำหน่ายตามสหกรณ์ และร้านค้าทั่วไป จุดเด่น มีแร่ธาตุอาหารสูง ใช้ได้กับทุกพืช ผัก ผลไม้ และต้นไม้ทุกชนิด มีส่วนผสมของไม้ยางยูคาลิปตัส ทะลายปา
“ภูแล” เป็นชื่อพันธุ์สับปะรดที่โด่งดังของทางจังหวัดเชียงราย ถึงวันนี้หลายคนคงรู้จักชื่อเสียงของสับปะรดภูแลเป็นอย่างดี และด้วยความที่มีผลขนาดเล็ก เนื้อสีเหลืองทอง กลิ่นหอม แกนสับปะรดกรอบรับประทานได้ มีรสชาติหวานปานกลาง จึงเป็นที่นิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผลที่มีขนาดเล็กมาก เวลาปอกเปลือกมักนิยมเหลือก้านผลไว้ถือรับประทานได้อย่างสะดวก ตลาดพระราม 5 ตั้งอยู่ริมถนนนครอินทร์ นับเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่มีสินค้าจำหน่ายทุกชนิด ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ของใช้ และบริการอื่น ซึ่งที่นั่นมีร้านหั่นสับปะรดภูแลขายอยู่ด้วย คุณจุ่น เป็นพ่อค้าร้านสับปะรดภูแลที่ขายมาพร้อมกับการตั้งต้นของตลาดแห่งนี้ เขาเป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบัน ทำงานประจำอยู่ที่สวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) หลังจากเลิกงานในทุกวัน หรือวันหยุดจะมาช่วยครอบครัวขายสับปะรดที่ตลาดพระราม 5 เหตุผลที่คุณจุ่นต้องมาขายสับปะรด เพราะต้องการหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัว ดังนั้น ในครั้งแรกเขาจึงเดินทางไปที่ตลาดสี่มุมเมือง เพื่อหาซื้อสับปะรดมาขาย แต่ความไม่แน่นอนมักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง คุณจุ่นไม่สามารถคาดเดาว่าในครั้งไหนเขาจะมีสับปะรดมาขาย จากนั้นเขาจึงเบนเ
