หลักสูตรเรียนฟรี
“ตู้หมูชุมชน” ซีพีเอฟสนับสนุนคนรุ่นใหม่เป็นเถ้าแก่เล็ก ส่งต่อเนื้อหมูปลอดภัยได้มาตรฐานปศุสัตว์ OK ในยุคที่ทุกคนต่างมองหาอาชีพเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดการเป็นเจ้าของกิจการ มากกว่าการเป็นลูกจ้างในบริษัทใหญ่ๆอย่างในอดีต วันนี้จึงมีอาชีพที่หลากหลายที่เป็นทางเลือกและตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ หนึ่งในนั้นคือ “อาชีพเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน” ที่นอกจากจะสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งมอบเนื้อหมูที่ปลอดภัยปลอดสารให้กับผู้บริโภคในชุมชนด้วย สุริยา พลศิริ วัย 34 ปี หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจสร้างอาชีพของตนเอง ด้วยการเป็นเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน : CP Pork Shop “ร้านป่าเหมือดหมูสด” อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชีย เชียงใหม่ ที่นอกจากจะเป็นอาจารย์แล้วก็ยังมีอาชีพเสริมด้วยการเปิดร้านจำหน่ายอาหารสัตว์และข้าวสาร จากนั้นจึงต่อยอดเป็นร้านขายอาหารทะเลแช่แข็งแต่เนื่องจากมีต้นทุนค่อนข้างสูง หลังจากทำได้เพียง 6 เดือนก็จำเป็นต้องเลิกกิจการอาหารทะเลไป ต่อมามีเพื่อนอาจารย์ที่ทำธุรกิจร้านหมูกะทะและรับสินค้าประเภทเนื้อส
ไนซ์แอพพาเรลผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่สุดของไทยผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ซึ่งมีแบรนด์ดังระดับโลก 4แบรนด์ ได้แก่ adidas, Nike, Under Armour, และ Mizunoและผลิตให้อีก 1แบรนด์ซึ่งทำตลาดร้านขายปลีก ได้แก่ Foot Locker รู้จักบริษัทในเครือไนซ์แอพพาเรล ไนซ์กรุ๊ปก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2526 ปัจจุบันได้ขยายทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 8 บริษัท ได้แก่ 1) บริษัทไนซ์แอพพาเรล จำกัด (จ.นทบุรี) 2) บริษัท ไนซ์แอพพาเรลจำกัด (เมืองพล จ.ขอนแก่น) 3) บริษัท เอ็นเอแอพพาเรล จำกัด (จ.นครราชสีมา) 4) บริษัท เอ็นเคแอพพาเรล จำกัด (จ.ขอนแก่น) 5) บริษัท เอ็นซีแอพพาเรล จำกัด (ชุมแพ จ.ขอนแก่น) 6) บริษัท เอ็นบีแอพพาเรล จำกัด (จ.หนองบัวลำพู) 7) บริษัท เอ็นอี แอพพาเรล จำกัด (เมืองชิงเต่าประชาชนจีน) 8) บริษัท เคเค เอ็น แอพพาเรลจำกัด (เกาะกง ประเทศกัมพูชา) ทั้งนี้ยอดพนักงานของไนซ์กรุ๊ปล่าสุดมีทั้งหมดประมาณ 20,000 คน (ในไทยประมาณ 16,100 คน ในจีนประมาณ 1,400 คน และกัมพูชา 2,500 คน) เหตุผลขยายฐานการผลิตสู่กัมพูชา จากปัญหาค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทยสูงถึง 300 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมสิ่
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดต้นแบบแอร์ประหยัดพลังงานฝีมือนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ระบบแรกของไทย หวังช่วยประหยัดไฟและลดความสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยวงจร “Back to Back คอนเวอร์เตอร์” ผ่านการควบคุมความเร็วรอบคอมเพรสเซอร์ ทำให้สามารถรักษาอุณหภูมิได้คงที่ และลดใช้พลังงานไฟฟ้าลง 50% พร้อมหมุนเวียนส่วนที่เหลือกลับสู่ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งจากผลการทดลองกับเครื่องปรับอากาศปรับขนาด 38,600 บีทียู ที่ดัดแปลงให้เป็นระบบอินเวอร์เตอร์ และนำมาต่อเข้ากับอุปกรณ์ควบคุมกำลังไฟฟ้า หรือ แอคทีฟฟร้อนเอ็นด์ ที่พัฒนาเพิ่มฟังก์ชั่นเข้าไป พบว่าสามารถลดกำลังการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 1.7 กิโลวัตต์ ขณะเดียวกันได้ก่อให้เกิดกำลังไฟฟ้าเสมือนที่สูงขึ้น ส่งเข้าสู้ระบบไฟฟ้าภายในอาคารพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ ช่วยประหยัดค่าไฟได้ปีละกว่า 36,000 บาท รศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองอธิการบดี และอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ในฤดูร้อนโดยเฉพาะเดือน เม.ย. ของทุกปี ถือเป็นช่วงที่ทั่วประเทศมีความต้องการใช้
วันที่ 19 เมษายน ที่บริเวณทุ่งนา หมู่ 4 ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ได้พบกับนายบุญช่วย โตรส อายุ 55 ปี อยู่ที่หมู่ 3 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง กำลังรอเก็บลูกตาล ที่ส่งลงมาจากด้านบนของต้น โดยนายบุญช่วยเล่าให้ฟังว่า ตนเองและเพื่อนที่มาด้วยกัน กำลังช่วยกันเก็บลูกตาลเพื่อนำไปเฉาะขาย โดยมีลูกค้าโทรศัพท์มาสั่งเป็นจำนวนมาก สำหรับรายได้นั้น นายบุญช่วยกล่าวว่า จะอยู่ที่ครั้งละพันกว่าบาท บางเจ้าปีหนึ่งมีรายได้จากการเฉาะตาลขายถึงหลักหมื่นเลยทีเดียวก็มี สำหรับตาลที่มาปีนเก็บนั้น ตนเองเช่านาอยู่กับทางเจ้าของนา ก็เลยเป็นการเหมารวมเช่าต้นตาลไปด้วย หากไม่ได้เช่าที่นา ก็ต้องเช่าต้นตาลปีละ 100 บาทต่อ 1 ต้น สำหรับการเก็บตาลส่วนใหญ่จะทำการเก็บขายในช่วงประมาณเดือนเมษายน ปีหนึ่งจะเก็บได้เพียงช่วงนี้เท่านั้น เนื่องจากตาลจะออกมากในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งก็เป็นรายได้อีกทางหนึ่งที่ว่างเว้นจากการทำนา ตอนนี้ก็หยุดทำเพราะไม่มีน้ำ ช่วงนี้ก็รอรับออเดอร์จากลูกค้าที่สั่งเข้ามา และหาลูกตาลเพื่อรองรับจากปริมาณการสั่งซื้อเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องผิดหวัง เพราะปีหนึ่งมีโอกาสได้กินเพียงครั้งเดียว
“ อยากกินส้มรสอร่อย ต้องเลือกซื้อ “ส้มฝาง” หากอยากได้มะม่วงคุณภาพดีเกรดส่งออก ต้องนึกถึง “ มะม่วงอำเภอพร้าว “ ก่อนเป็นที่แรก ” นี่เป็นคำบอกเล่าของคุณวิสูตร์ เจริญเมืองมูล เกษตรอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ( โทร. 053-475295 )เมื่อเอ่ยถามถึงตลาดผลไม้ในท้องถิ่น ธุรกิจมะม่วงพันล้าน ของจังหวัดเชียงใหม่ คุณวิสูตร์ บอกว่า อำเภอพร้าว เป็นแหล่งแรกที่เริ่มต้นปลูกมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า การทำสวนมะม่วงช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในอำเภอพร้าวจำนวนมาก สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ หันมาสนใจปลูกมะม่วงเชิงการค้ากันมากขึ้น ทำให้มะม่วง กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ทุกวันนี้ ชาวสวนมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่มีเนื้อที่ปลูกมะม่วงโดยรวมกว่า 57,632 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วกว่า 48,473 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง โชคอนันต์ มหาชนก นวลคำ เขียวมรกต มันขุนศรี ฯลฯให้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละ 711 กิโลกรัม จำหน่ายสินค้าใน 2 รูปแบบ คือ ประเภทผลดิบ และ ผลสุก ส่งขายตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ สาธารณรัฐปร
ตระกูล “โสวรรณะตระกูล” ที่มี นายชม เป็นหัวหน้าครอบครัว ย้ายจากแถบสะพานพระราม 6 ไปทำมาหากินอยู่ที่อำเภอเมือง นครนายก โดยยึดอาชีพการเกษตร ปลูกทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ ก่อนที่นายชมจะเสียชีวิตได้แบ่งที่ดินให้กับลูกๆ ทุกคน ซึ่งมีอยู่ 5 คน ด้วยกัน ลูกแต่ละคนตั้งชื่อสวนของตัวเองว่า “สวนละอองฟ้า” สวนละอองฟ้า 1 รู้จักกันดีในฐานะที่รวบรวมทุเรียนพันธุ์ดีไว้กว่า 40 พันธุ์ มี คุณชาตรี โสวรรณะตระกูล เป็นเจ้าของในปัจจุบัน สมาชิกของครอบครัวนี้เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่นายชมดูแลสวนทุเรียนอยู่ ลูกๆ ซึ่งเป็นหนุ่ม ไปหาน้ำมารดต้นทุเรียนในหน้าแล้ง ต้องไปแบ่งน้ำกับชาวบ้าน บางทีกระทบกระทั่งกัน เกือบจะมีเรื่อง เมื่อลูกๆ มารายงาน นายชม บอกว่า “เอาทุเรียนไว้ก่อน” นั่นแสดงว่า นายชมรักและผูกพันกับทุเรียนอย่างมาก น่าดีใจ ที่ทุกวันนี้ ทั้งรัฐและเอกชน เห็นความสำคัญพันธุกรรมทุเรียนสวนละอองฟ้า 1 มีการอนุรักษ์และนำไปเผยแพร่ในวงกว้างพอสมควร ละอองฟ้า 2 เด่นมะยงชิด และมะปรางหวาน ผู้ที่ได้ครอบครองที่ดิน บริเวณบ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 3 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จำนวน 12 ไร่ 2 งาน คือ คุณวชิระ โสวรรณะตระกูล เดิมที
รู้สึกคุ้นเคยยังไงก็ไม่รู้ ลูกชิ้นทองสุข จัดเป็นเมนูของว่าง กินเล่นๆ กินขำๆ กินไม่เป็นมื้ออาหาร นานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าชายย้วยมาเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปี 2529 ก็ได้รับประทานเขาแล้ว ตอนนั้นน่าจะยังไม่มีแบรนด์ พวกเราเหล่าลูกค้ามีรหัสเรียกชื่อเป็นอันรู้กันว่า “ลูกชิ้นหอแพทย์” ต้องออกตัวก่อนว่าเขาคงจะเขียนป้ายชื่ออยู่มั้ง แต่เราคงไม่อ่านเองแหละ จำได้แต่ว่าลูกชิ้นหอแพทย์ ตอนหลังจากจบการศึกษาไปแล้ว (ไม่น่าเชื่อว่าชายย้วยเป็นคนมีการศึกษา ฮาฮา) เห็นมีรถมอเตอร์ไซค์ขับว่อนทั่วเมืองเชียงใหม่ติดยี่ห้อลูกชิ้นทองสุข ของดั้งเดิมเป็นลูกชิ้นทอด (อันนี้ดึงข้อมูลจากลิ้นชักความทรงจำ เด้อคับ) ตั้งโต๊ะทอดอยู่ใต้ถุนหอ เป็นลานจอดรถที่ส่วนใหญ่มีมอเตอร์ไซค์จอดเยอะๆ มีทั้งลูกชิ้นเนื้อกับหมู ตอนหลังงอกเป็นลูกชิ้นไก่ และมีช่วงหนึ่งเห็นมีหมูปิ้งด้วยอ่ะ ไม่รู้ว่าป้าทองสุขทำเองหรือมีคนมาแจมขาย เพราะว่าพอเริ่มขายดีมีลูกค้าติด ก็กลายเป็นทำเลคอมเมอร์เชียลขึ้นมา สมัยที่ลูกชิ้นทองสุขต้นฉบับออริจินัลอยู่ในหอพักนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์นั้น หอประชุมที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานรับปริญญายังไม่ได้สร้างเ
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้จัดโครงการเมืองเกษตรสีเขียวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตสินค้าจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมประมง โดยมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สอดคล้องกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งภายใต้โครงการเมืองเกษตรสีเขียวได้มีการคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการและจัดส่งเจ้าหน้าที่กรมประมงในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลผลิตภัณฑ์มาวิเคราะห์ค่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตสินค้าประมง เพื่อนำมาเป็นแนวทางในลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในผลิตภัณฑ์ให้ลดน้อยลง อีกทั้งได้มีการจัดฝึกอบรมเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพให้สามารถผลิตสินค้าที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2559 กรมประมงได้คัดเลือกจังหวัดนำร่องในการจัดโครงการเมืองเกษตรสีเขียวจำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.หนองคาย จ.ศรีสะเกษ จ.ราชบุรี และจ.พัทลุง “ปีนี้ผลิตภัณฑ์ประมงที่ได้รับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่
คุณต้น สันติคม ศรีเจริญ ศิษย์เก่าวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด ตามโครงการ “เรียนฟรี อยู่ประจำ ทำโครงการ” สำเร็จการศึกษา ตั้งปี 2549 เป็นเจ้าของฟาร์มทางจังหวัดชลบุรี “ศรีเจริญฟาร์ม” วันนี้สำนึกรักบ้านเกิด งานผ้าป่าที่โรงเรียนหินกองวิทยาคาร ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คิดถึงลุงวัชรินทร์ เขจรวงศ์ ที่เคยสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ สมัยท่าน ผอ.เกรียงศักดิ์ ศิลป์ประสิทธิ์ ได้ข่าวว่าตอนนี้เป็นเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ จึงเรียนเชิญเยี่ยมแปลงไร่นาสวนผสม “เกษตรทฤษฎีใหม่” แปลงต้นแบบ รายได้หลักแสนบาทต่อปี มีรายได้ รายวัย รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี ต้น ขับรถยนต์นำหน้า จากปากทางข้างเทศบาลตำบลหินกอง มีซุ้มประตูบอกว่า “บ้านหนองสระ” ประมาณ 2 กิโลเมตร เข้าไปถึงไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่ คุณลุงอ่อนสา-คุณป้านิ่มนวล ชุมวัน สามีภรรยาให้การต้อนรับ ที่บ้านเลขที่ 69 ม.9 บ้านหนองสระ ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โทร.084-8265759 บนพื้นที่ 6-2-0 ไร่ มีซุ้มทางเข้าเตรียมปลูก ฟัก แฟง ถั่วฝักยาว บวบ แตง ลุงอ่อนสา เล่าให้ฟังว่า ที่นี่มีการจัดการตามรูปแบบไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ เกษตรทฤษฎี
มีคำกล่าวที่ว่าความรักทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู ความรักทำให้โลกสดใส แต่ความรักของแต่ละคนก็จะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนกันเสียทุกคู่ อาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน การปรับตัวเข้ากันไม่ได้ เคมีหลายหลายๆอย่างไม่ต้องกัน ทำให้หลายคู่ต้องเลิกรากันไป ไม่เพียงเท่านั้นปัญหาแฟนมีชู้มีกิ๊กในปัจจุบันนี้ก็มีอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งนับวันกลายเป็นปัญหาให้คุณผู้หญิงคุณผู้ชายปวดหัวไปตามๆกัน แต่ในหลายประเทศมีทางแก้ไข มีการเปิดบริษัทปรึกษาเรื่องความรัก ปรึกษาปัญหาความรัก จัดหาคู่ ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย แนวโน้มผุดขึ้นราวดอกเห็ด หากย้อนกลับมาบ้านเราการทำธุรกิจที่ปรึกษาความรักยังมีให้เห็นน้อย แต่เชื่อว่าในอนาคตการทำธุรกิจนี้จะมาแรงไม่แพ้ธุรกิจสตาร์ทอัพอื่นๆ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคบ้านเราเริ่มหันมาหาที่ปรึกษา หรือโค้ช ความรัก ได้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานได้เป็นอย่างดี มีผู้คนจำนวนมากโทรศัพท์มาในรายการปรึกษาหารือ แชร์ แลกเปลี่ยน ความเห็น และร่วมกันหาทางแก้ไขในรายการ จากกระแสผู้คนเริ่มโหยหาที่ปรึกษาเรื่องความรักทำให้ผู้ชายคนนี้ “นฤพนธ์ เวียงชนก” หรือคุณแม๊กซ์ หนึ่งในกูรูที่ปรึกษา
