หลักสูตรเรียนฟรี
“ อยากกินส้มรสอร่อย ต้องเลือกซื้อ “ส้มฝาง” หากอยากได้มะม่วงคุณภาพดีเกรดส่งออก ต้องนึกถึง “ มะม่วงอำเภอพร้าว “ ก่อนเป็นที่แรก ” นี่เป็นคำบอกเล่าของคุณวิสูตร์ เจริญเมืองมูล เกษตรอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ( โทร. 053-475295 )เมื่อเอ่ยถามถึงตลาดผลไม้ในท้องถิ่น ธุรกิจมะม่วงพันล้าน ของจังหวัดเชียงใหม่ คุณวิสูตร์ บอกว่า อำเภอพร้าว เป็นแหล่งแรกที่เริ่มต้นปลูกมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า การทำสวนมะม่วงช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในอำเภอพร้าวจำนวนมาก สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ หันมาสนใจปลูกมะม่วงเชิงการค้ากันมากขึ้น ทำให้มะม่วง กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ทุกวันนี้ ชาวสวนมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่มีเนื้อที่ปลูกมะม่วงโดยรวมกว่า 57,632 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วกว่า 48,473 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง โชคอนันต์ มหาชนก นวลคำ เขียวมรกต มันขุนศรี ฯลฯให้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละ 711 กิโลกรัม จำหน่ายสินค้าใน 2 รูปแบบ คือ ประเภทผลดิบ และ ผลสุก ส่งขายตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ สาธารณรัฐปร
ตระกูล “โสวรรณะตระกูล” ที่มี นายชม เป็นหัวหน้าครอบครัว ย้ายจากแถบสะพานพระราม 6 ไปทำมาหากินอยู่ที่อำเภอเมือง นครนายก โดยยึดอาชีพการเกษตร ปลูกทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ ก่อนที่นายชมจะเสียชีวิตได้แบ่งที่ดินให้กับลูกๆ ทุกคน ซึ่งมีอยู่ 5 คน ด้วยกัน ลูกแต่ละคนตั้งชื่อสวนของตัวเองว่า “สวนละอองฟ้า” สวนละอองฟ้า 1 รู้จักกันดีในฐานะที่รวบรวมทุเรียนพันธุ์ดีไว้กว่า 40 พันธุ์ มี คุณชาตรี โสวรรณะตระกูล เป็นเจ้าของในปัจจุบัน สมาชิกของครอบครัวนี้เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่นายชมดูแลสวนทุเรียนอยู่ ลูกๆ ซึ่งเป็นหนุ่ม ไปหาน้ำมารดต้นทุเรียนในหน้าแล้ง ต้องไปแบ่งน้ำกับชาวบ้าน บางทีกระทบกระทั่งกัน เกือบจะมีเรื่อง เมื่อลูกๆ มารายงาน นายชม บอกว่า “เอาทุเรียนไว้ก่อน” นั่นแสดงว่า นายชมรักและผูกพันกับทุเรียนอย่างมาก น่าดีใจ ที่ทุกวันนี้ ทั้งรัฐและเอกชน เห็นความสำคัญพันธุกรรมทุเรียนสวนละอองฟ้า 1 มีการอนุรักษ์และนำไปเผยแพร่ในวงกว้างพอสมควร ละอองฟ้า 2 เด่นมะยงชิด และมะปรางหวาน ผู้ที่ได้ครอบครองที่ดิน บริเวณบ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 3 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จำนวน 12 ไร่ 2 งาน คือ คุณวชิระ โสวรรณะตระกูล เดิมที
รู้สึกคุ้นเคยยังไงก็ไม่รู้ ลูกชิ้นทองสุข จัดเป็นเมนูของว่าง กินเล่นๆ กินขำๆ กินไม่เป็นมื้ออาหาร นานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าชายย้วยมาเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปี 2529 ก็ได้รับประทานเขาแล้ว ตอนนั้นน่าจะยังไม่มีแบรนด์ พวกเราเหล่าลูกค้ามีรหัสเรียกชื่อเป็นอันรู้กันว่า “ลูกชิ้นหอแพทย์” ต้องออกตัวก่อนว่าเขาคงจะเขียนป้ายชื่ออยู่มั้ง แต่เราคงไม่อ่านเองแหละ จำได้แต่ว่าลูกชิ้นหอแพทย์ ตอนหลังจากจบการศึกษาไปแล้ว (ไม่น่าเชื่อว่าชายย้วยเป็นคนมีการศึกษา ฮาฮา) เห็นมีรถมอเตอร์ไซค์ขับว่อนทั่วเมืองเชียงใหม่ติดยี่ห้อลูกชิ้นทองสุข ของดั้งเดิมเป็นลูกชิ้นทอด (อันนี้ดึงข้อมูลจากลิ้นชักความทรงจำ เด้อคับ) ตั้งโต๊ะทอดอยู่ใต้ถุนหอ เป็นลานจอดรถที่ส่วนใหญ่มีมอเตอร์ไซค์จอดเยอะๆ มีทั้งลูกชิ้นเนื้อกับหมู ตอนหลังงอกเป็นลูกชิ้นไก่ และมีช่วงหนึ่งเห็นมีหมูปิ้งด้วยอ่ะ ไม่รู้ว่าป้าทองสุขทำเองหรือมีคนมาแจมขาย เพราะว่าพอเริ่มขายดีมีลูกค้าติด ก็กลายเป็นทำเลคอมเมอร์เชียลขึ้นมา สมัยที่ลูกชิ้นทองสุขต้นฉบับออริจินัลอยู่ในหอพักนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์นั้น หอประชุมที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานรับปริญญายังไม่ได้สร้างเ
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้จัดโครงการเมืองเกษตรสีเขียวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตสินค้าจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอุตสาหกรรมประมง โดยมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สอดคล้องกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งภายใต้โครงการเมืองเกษตรสีเขียวได้มีการคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการและจัดส่งเจ้าหน้าที่กรมประมงในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลผลิตภัณฑ์มาวิเคราะห์ค่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตสินค้าประมง เพื่อนำมาเป็นแนวทางในลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในผลิตภัณฑ์ให้ลดน้อยลง อีกทั้งได้มีการจัดฝึกอบรมเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพให้สามารถผลิตสินค้าที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2559 กรมประมงได้คัดเลือกจังหวัดนำร่องในการจัดโครงการเมืองเกษตรสีเขียวจำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.หนองคาย จ.ศรีสะเกษ จ.ราชบุรี และจ.พัทลุง “ปีนี้ผลิตภัณฑ์ประมงที่ได้รับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่
คุณต้น สันติคม ศรีเจริญ ศิษย์เก่าวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด ตามโครงการ “เรียนฟรี อยู่ประจำ ทำโครงการ” สำเร็จการศึกษา ตั้งปี 2549 เป็นเจ้าของฟาร์มทางจังหวัดชลบุรี “ศรีเจริญฟาร์ม” วันนี้สำนึกรักบ้านเกิด งานผ้าป่าที่โรงเรียนหินกองวิทยาคาร ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คิดถึงลุงวัชรินทร์ เขจรวงศ์ ที่เคยสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ สมัยท่าน ผอ.เกรียงศักดิ์ ศิลป์ประสิทธิ์ ได้ข่าวว่าตอนนี้เป็นเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ จึงเรียนเชิญเยี่ยมแปลงไร่นาสวนผสม “เกษตรทฤษฎีใหม่” แปลงต้นแบบ รายได้หลักแสนบาทต่อปี มีรายได้ รายวัย รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี ต้น ขับรถยนต์นำหน้า จากปากทางข้างเทศบาลตำบลหินกอง มีซุ้มประตูบอกว่า “บ้านหนองสระ” ประมาณ 2 กิโลเมตร เข้าไปถึงไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่ คุณลุงอ่อนสา-คุณป้านิ่มนวล ชุมวัน สามีภรรยาให้การต้อนรับ ที่บ้านเลขที่ 69 ม.9 บ้านหนองสระ ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โทร.084-8265759 บนพื้นที่ 6-2-0 ไร่ มีซุ้มทางเข้าเตรียมปลูก ฟัก แฟง ถั่วฝักยาว บวบ แตง ลุงอ่อนสา เล่าให้ฟังว่า ที่นี่มีการจัดการตามรูปแบบไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ เกษตรทฤษฎี
มีคำกล่าวที่ว่าความรักทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู ความรักทำให้โลกสดใส แต่ความรักของแต่ละคนก็จะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนกันเสียทุกคู่ อาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน การปรับตัวเข้ากันไม่ได้ เคมีหลายหลายๆอย่างไม่ต้องกัน ทำให้หลายคู่ต้องเลิกรากันไป ไม่เพียงเท่านั้นปัญหาแฟนมีชู้มีกิ๊กในปัจจุบันนี้ก็มีอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งนับวันกลายเป็นปัญหาให้คุณผู้หญิงคุณผู้ชายปวดหัวไปตามๆกัน แต่ในหลายประเทศมีทางแก้ไข มีการเปิดบริษัทปรึกษาเรื่องความรัก ปรึกษาปัญหาความรัก จัดหาคู่ ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย แนวโน้มผุดขึ้นราวดอกเห็ด หากย้อนกลับมาบ้านเราการทำธุรกิจที่ปรึกษาความรักยังมีให้เห็นน้อย แต่เชื่อว่าในอนาคตการทำธุรกิจนี้จะมาแรงไม่แพ้ธุรกิจสตาร์ทอัพอื่นๆ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคบ้านเราเริ่มหันมาหาที่ปรึกษา หรือโค้ช ความรัก ได้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานได้เป็นอย่างดี มีผู้คนจำนวนมากโทรศัพท์มาในรายการปรึกษาหารือ แชร์ แลกเปลี่ยน ความเห็น และร่วมกันหาทางแก้ไขในรายการ จากกระแสผู้คนเริ่มโหยหาที่ปรึกษาเรื่องความรักทำให้ผู้ชายคนนี้ “นฤพนธ์ เวียงชนก” หรือคุณแม๊กซ์ หนึ่งในกูรูที่ปรึกษา
ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า ปัจจุบันกล้วยหอมทองของประเทศไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เหตุเพราะกล้วยหอมทองของประเทศไทยรสชาติอร่อย หอมหวาน ทั้งยังมีสีเหลืองทอง จนทำให้ใครๆ ต่างอยากที่จะบริโภค เพียงแต่ช่วงผ่านมา อาจไม่ค่อยมีใครทราบเท่าไรนักว่าแหล่งผลิตกล้วยหอมทองอยู่บริเวณไหนของประเทศไทย เพราะสภาพพื้นที่โดยรวมสามารถเพาะปลูกกล้วยต่างๆ ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ และกล้วยหอม แต่สำหรับกล้วยหอมทองที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น แหล่งเพาะปลูกสำคัญกลับอยู่ที่ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในอำเภอบ้านลาด ที่ในอดีตต่างประกอบอาชีพทำนา และทำการเกษตรอื่นๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ เกษตรกรเหล่านี้จึงรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ขึ้นครั้งแรกในปี 2483 เพียงแต่ตอนนั้น การจัดตั้งสหกรณ์ยังไม่มีการจดทะเบียน และยังมีอุปสรรคในการดำเนินงานหาทุนหลายอย่าง จึงทำให้มีความคืบหน้าน้อยมาก กระทั่งในปี 2518 มีการจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปีเดีย
วันที่ 11 เมษายน 2560 ในฤดูแล้งมีประชาชนส่วนหนึ่งที่นิยมเข้าป่าหาเก็บไข่มดแดงมาเป็นอาหารและขายเป็นรายได้เสริมราคาดี จะมีแม่ค้านำไข่มดแดงมาขายตามตลาดสดท้องถิ่นเกือบทุกแห่ง ซึ่งเป็นอาหารป่ายอดนิยมในฤดูแล้งควบคู่กับผักหวานป่าเป็นอย่างดี ไข่มดแดงราคาเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 500-600 บาท นางสุภาภรณ์ กลิ่นหอม อายุ 49 ปี ประชาชน หมู่ 1 ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา แม่ค้าขายไข่มดแดงในตลาดสดสบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา กล่าวว่า นายอดุลย์ สามีของตนจะใช้เวลาว่างจากการทำนาเข้าป่าหาไข่มดแดง เมื่อได้มาก็ให้ตนนำมาขายในตลาดสดสบบง ทำอาชีพเสริมหาและไข่มดแดงมาได้ประมาณ 3 ปี แล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่และพ่อค้าแม่ค้าตามหมู่บ้านห่างไกลมาซื้อไปทำอาหารหรือของฝาก บางรายก็ซื้อไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง สำหรับราคาขายไข่มดแดง มี 2 ลักษณะ คือ ไข่ใหญ่หรือที่เรียกว่า เต้ง จะขายแก้วละ 20 บาท เป็นแก้วเล็กสำหรับทานยาน้ำทั่วไป ส่วนไข่เล็กหรือแยบ ขายแก้วละ 10 บาท ไข่ใหญ่นิยมนำไปทำอาหารได้หลายชนิด โดยเฉพาะแกงใส่ผักหวานป่า ทำไข่ป่ามหรือนึ่งกับไข่ไก่ หมกแบบพื้นบ้านทางเหนือ ผสมไข่ไก่ทอดฟูน่าทาน ส่วนไข่เล็กนำไปทำยำหรือตำแบบทางเหนือ เป็น
สภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ส่งเสริมทายาทเกษตรกรดองผักเสี้ยน กันภูมิปัญญาชาวบ้านสูญหาย นายวิระศักดิ์ ติ่วกุล หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ได้จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกด้านการเกษตรในสถานศึกษา กลุ่มยุวเกษตรกรรุ่นที่1/2560 โดยร่วมกับโรงเรียนวัดโคกยาง ต.โคกยาง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มีนักเรียน 150 คน เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างยุวเกษตรกรหรือทายาทเกษตรกร มีชุมชน ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งครั้งนี้นางมณฑา นบนอบ เกษตรกรผู้ดองผักเสี้ยนสูตรดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อของตำบลโคกยางเป็นผู้ถ่ายทอด เพื่อให้ทายาทเกษตรกรได้มีความรู้ด้านการเกษตรสามารถช่วยงานในครอบครัวหรือยึดถือเป็นอาชีพต่อไปได้ในอนาคต ผลผลิตที่ได้นำไปจำหน่ายยังตลาดเกษตรจังหวัดในราคาถุงละ 20 บาท รายรับที่ได้นำมาแบ่งปันเป็นรายได้ระหว่างเรียนและส่วนหนึ่งเข้ากองกลางเพื่อกิจกรรมโรงเรียน ในอนาคตได้เตรียมพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อต่อยอดการตลาด ด้านนางมณฑา นบนอบ เกษตรกรบ้านโคกยาง ต้นแบบในการปลูกผักเสี้ยนเป็นอาชีพได้กล่าวว่า จะใช้เวลาว่างจากการทำสวนเช่น ปลูกพริกแดง ถั่วฝักยาว ผักเสี้ยน มาถ่ายทอดวิธีการดองผักเสี้ยน
มะม่วง เป็นผลไม้พื้นบ้านของไทยที่นิยมปลูกกันแทบทุกภาคของประเทศ แต่ปลูกเป็นแหล่งใหญ่และส่งออกมีไม่กี่แห่ง แหล่งที่รับรู้กันในวงกว้างคือ มะม่วงแปดริ้ว และมะม่วงพิษณุโลก เชื่อว่าคงมีหลายคนไม่รู้มาก่อนว่าอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกแหล่งที่ปลูกมะม่วงส่งออกอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และหากผลผลิตเหลือจากการคัดเกรดก็นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงกวน มะม่วงหยี มะม่วงสามรส น้ำมะม่วง มะม่วงแผ่น มะม่วงอบแห้ง ไวน์มะม่วง ทอฟฟี่มะม่วง และล่าสุด ได้นำไปทำเป็นซอสมะม่วง ซึ่งหลายคนชอบใจเพราะถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชอบมะม่วงเป็นชีวิตจิตใจ รวมถึงพวกที่เบื่อซอสมะเขือเทศที่เราๆ ท่านๆ กินกันมานานหลายชั่วอายุคน ส่งออกไปหลายประเทศ จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่าบ้านเรามีพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งประเทศกว่า 2 ล้านไร่ แต่เป็นการปลูกเชิงพาณิชย์ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นการปลูกแบบริมรั้ว โดยปี 2557 มีการส่งออกมะม่วงคิดเป็นมูลค่าถึง 3,000 ล้านบาท ในปริมาณกว่า 70,000 ตัน ตลาดส่งออกหลักคือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งทางกรมส่งเสริมฯ มีนโยบายสนับสนุนการปลูกมะม่วงในเชิงอุตสา
