หลักสูตรเรียนฟรี
มีหลายปัจจัยที่ทำให้เด็กบางคนทานยาก หรือทานอาหารได้น้อย ส่วนหนึ่งมาจากรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือบางเมนูที่ลูกอยากทาน แต่คุณแม่ไม่ให้ทาน เพราะไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เลยทำให้ทุกครั้งที่เด็กทานข้าวก็มักจะทำหน้าเบื่อโลกให้คุณแม่ได้เห็นอยู่เป็นประจำ “หอมกรุ่น” แบรนด์น้ำสต๊อกเด็กสำเร็จรูป ที่ได้จากการเคี่ยวผัก 5 ชนิด และกระดูกสัตว์ นานกว่า 6 ชั่วโมง จนสารอาหารทั้งหมดละลายออกมาจากวัตถุดิบ กลายเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น นำไปปรุงอาหารให้มีรสชาติดีขึ้น มีประโยชน์ต่อเด็กทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป เพราะดูดซึมง่าย เจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว คือ แพทย์หญิงอัจฉรา สัมฤทธิวณิชชา หรือ คุณหมออ้อ ปรับสูตรจากอาม่า ต่อยอดกลายเป็นธุรกิจ อดีต หมออ้อเคยเป็นแพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ หลังจากมีครอบครัวพร้อมลูกน้อย 2 คน เธอหันมาเปิดคลินิกผิวหนังเป็นของตัวเอง พร้อมกับเป็นเจ้าของกิจการน้ำสต๊อกเด็กหอมกรุ่น สำหรับที่มาของสูตรน้ำสต๊อก หมออ้อ เล่าว่า เวลาลูกๆ ทานอาหารที่อาม่าทำให้มักทานเยอะกว่าอาหารที่ตัวเองทำให้ ด้วยความสงสัยเลยถามอาม่าว่า มีวิธีการอย่างไร ซึ่งก็ได้คำตอบว่า จะใช้น้ำ
ขายส่งเสื้อผ้าญี่ปุ่นมือสอง ตัวละ 35 บาท สร้างโอกาสคนอยากมีอาชีพ อดีตแม่บ้าน ตามสามีไปอยู่ที่ดินแดนซากุระ เห็นโอกาสสร้างรายได้ เปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่นส่งขายให้ลูกค้าคนไทย ผลตอบรับดี ต่อยอดกิจการขายเสื้อผ้ามือสอง สร้างมาตรฐานสูง มีเสื้อสูท เสื้อยืด ชุดกระโปรง เสื้อกันหนาว เสื้อโค้ต ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ทุกชิ้นบรรจุลงถุงพร้อมติดบาร์โค้ดราวกับเสื้อใหม่ ขายส่งราคาตัวละ 35 บาท ซื้อขั้นต่ำ 1,000 ตัว เพื่อเป็นการคละแบบ คละไซซ์ เสื้อผ้าจะไม่ซ้ำลายกันเลย ง่ายต่อการไปขายต่อ เรื่องราวของ คุณยุภาวรรณ อัจฉราพรเพ็ญ หรือ คุณเอ็มมี่ เธอตามสามีไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2553 ซึ่งสามีไปเปิดบริษัททำธุรกิจโมเดลการ์ตูน ในระหว่างนั้นมีเวลาว่าง เพราะเป็นแม่บ้าน เลยเปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่น ประเภทขนม ของเล่น กระเป๋า ของจุกจิก ส่งขายให้ลูกค้าคนไทย กระแสการตอบรับดี มีคนบอกปากต่อปาก ในเวลาต่อมา หญิงสาวผันตัวทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง “ในช่วงแรก ดิฉันขายสินค้าประเภท ขนม ของเล่น กระเป๋า จากนั้นได้รู้จักกับ คุณมิจิโอะ ซูซูกิ (Michio Suzuki) นักธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น พูดภาษาไทยได้ ปี 2
อาชีพนี้น่าสน! อดีตสาวออฟฟิศชอบงานประดิษฐ์ ‘พับแบงก์ดอกไม้’ สร้างรายได้จนมีเงินเก็บ เป็นกระแสมาสักพักสำหรับดอกไม้จากแบงก์ หากใครนึกภาพไม่ออก อธิบายง่ายๆ คือ นำธนบัตรมูลค่าตั้งแต่ยี่สิบบาทไปจนถึงหนึ่งพันบาทมาพับเป็นรูปดอกไม้ ที่นิยมเลยคือ ดอกลิลลี่ และดอกกุหลาบ จากนั้นนำมาขึ้นช่อ มอบเป็นของขวัญในวันสำคัญ เช่น วันเกิด รับปริญญา วันแม่ ผู้รับสุขใจกว่าได้ช่อดอกไม้ชนิดไหนๆ ด้วยความนิยมนี้เอง ทำให้หลายๆ คน หันมายึดอาชีพพับดอกไม้จากแบงก์ เช่นเดียวกับ คุณเก๋-บุษกร โกสีย์ภิบาล อายุ 42 ปี อดีตสาวออฟฟิศผู้มีใจรักงานประดิษฐ์ เริ่มจากคนในออฟฟิศวานให้ทำ ต่อยอดมาเรื่อย เริ่มสร้างเพจ กอปรกับกระแสเริ่มมา จนกลายเป็นอาชีพหลัก ณ ปัจจุบัน คุณเก๋ เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนทำงานออฟฟิศ หัวหน้างานเห็นว่าชอบงานประดิษฐ์ เลยชวนให้พับแบงก์ ขึ้นช่อเป็นดอกไม้ จากนั้นก็ทำมาเรื่อย โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กแต่ยังไม่ได้รับความสนใจเพราะช่วงนั้นไม่ค่อยมีกระแส แต่ยังดีที่ได้ลูกค้าจากคนในออฟฟิศบอกปากต่อปากมา เห็นว่าเป็นรายได้เสริมที่ดีจึงทำควบคู่กับงานประจำเป็นอาชีพราว 3 ปี ปัจจุบันลาออกมาทำเต็มตัวได้ 1 ปีแล้ว ถามถึงวิชาความรู้ด้านก
หญิงวัยเกษียนอดีตลูกชาวประมง ย้อนชีวิตในวัยเด็กว่าไม่ได้เรียนหนังสือ เหตุเพราะครอบครัวประสบวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก จำต้องมาเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อสร้างอาชีพ เหมือนชะตาชีวิตเข้าข้าง ได้เป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อ มีเงินส่งน้องๆเรียนครู มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ยินดีถ่ายทอดความรู้ด้านการสอนตัดเสื้อผ้า หากตั้งใจทำอะไรอย่างจริงจังความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกล ดังตัวอย่างจากคุณป้าวัย 70 ปี เจ้าของโรงเรียนสอนตัดเสื้อที่ไม่เพียงแค่มีความฝันแต่ขวนขวายหาความรู้อยู่ตลอดเวลา และฝึกฝนจนมีประสบการณ์ด้านการตัดเย็บเสื้อผ้ากว่า 40 ปี ทำให้มีการบอกเล่าปากต่อปาก การันตีผลงานของ “โรงเรียนสอนตัดเสื้อนัฏกานต์” ให้เป็นที่รู้จัก “คุณป้านงคราญ” หรือ อาจารย์นงคราญ บุญฤทธิ์ ผู้ชำนาญในการออกแบบตัดเย็บและเป็นอาจารย์อำนวยการสอนในโรงเรียนสอนตัดเสื้อนัฏกานต์ เล่าให้ฟังถึงชีวิตเริ่มต้นของการทำงานว่า เริ่มแรกไม่มีพื้นฐานด้านนี้เลย ครอบครัวเป็นชาวประมงและค้าขายมาก่อน ด้วยวัยเด็กที่เติบโตมาจากชนบทที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และครอบครัวต้องประสบวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก จึงทำให้ต้องทำงานหนักมากขึ้นและไม่ได้เรียนหนังสือต่อ ประกอ
ทายาทรุ่น 4 กิจการขนมเปี๊ยะชื่อดังย่านลาดกระบัง ปฏิเสธอาชีพเชฟดาวรุ่ง กลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว ผุดไอเดียพัฒนาขนมโบราณด้วยการเพิ่มไส้ที่หลากหลาย เพิ่มธัญพืช ลดความหวาน และเพิ่มไข่ต่อชิ้นมากถึง 8 ฟอง บรรจุภัณฑ์เปิด-ปิดกินง่าย ขายดีมากกว่าเดิม 10 เท่าตัว ช่วงเทศกาลปั๊มเงินแทบไม่ทัน คุณอานนท์ พงษ์จิวานิช หรือ เชฟปั๊ม หนุ่มวัย 28 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ทำงานเป็นเชฟอาหารไทยในโรงแรม จากนั้นไปเป็นผู้ช่วยเชฟร้านอาหารชื่อดัง 2-3 แห่ง เบ็ดเสร็จทำงานประจำ 3 ปีรับเงินเดือน เดือนละเกือบ 3 หมื่นบาท แต่สุดท้ายตัดสินใจลาออก เพราะอยากกลับมาช่วยกิจการขนมเปี๊ยะของครอบครัว โดยรับช่วงต่อจากคุณพ่อ ซึ่งท่านอายุมากแล้ว ครอบครัวเชฟปั๊มทำขนมเปี๊ยะสืบทอดกันมานาน 120 ปี หรือ 4 ช่วงอายุคน ใช้ชื่อร้านว่า “พงษ์จิวานิช” เชฟปั๊ม บอกว่า ในอดีตเป็นของเหล่าอากง มีโรงงานผลิตขนมเปี๊ยะอยู่ตลาดหัวตะเข้ ลาดกระบัง หลังจากนั้นอากง (พ่อของพ่อ) แต่งงานมีลูกได้แยกตัวออกมาทำขนมเปี๊ยะขายเอง กระทั่งรุ่นคุณพ่อ (รุ่นที่ 3) และรุ่นที่ 4 (รุ่นเชฟปั๊ม) เรียกว่าเกิดมาก็เห
อดีตแม่บ้าน ตามสามีไปอยู่ที่ดินแดนซากุระ เห็นโอกาสสร้างรายได้ เปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่นส่งขายให้ลูกค้าคนไทย ผลตอบรับดี ต่อยอดกิจการขายเสื้อผ้ามือสอง สร้างมาตรฐานสูง มีเสื้อสูท เสื้อยืด ชุดกระโปรง เสื้อกันหนาว เสื้อโค้ต ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ทุกชิ้นบรรจุลงถุงพร้อมติดบาร์โค้ดราวกับเสื้อใหม่ ขายส่งราคาตัวละ 35 บาท ซื้อขั้นต่ำ 1,000 ตัว เพื่อเป็นการคละแบบ คละไซซ์ เสื้อผ้าจะไม่ซ้ำลายกันเลย ง่ายต่อการไปขายต่อ เรื่องราวของ คุณยุภาวรรณ อัจฉราพรเพ็ญ หรือ คุณเอ็มมี่ เธอตามสามีไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2553 ซึ่งสามีไปเปิดบริษัททำธุรกิจโมเดลการ์ตูน ในระหว่างนั้นมีเวลาว่าง เพราะเป็นแม่บ้าน เลยเปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่น ประเภทขนม ของเล่น กระเป๋า ของจุกจิก ส่งขายให้ลูกค้าคนไทย กระแสการตอบรับดี มีคนบอกปากต่อปาก ในเวลาต่อมา หญิงสาวผันตัวทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง “ในช่วงแรก ดิฉันขายสินค้าประเภท ขนม ของเล่น กระเป๋า จากนั้นได้รู้จักกับ คุณมิจิโอะ ซูซูกิ (Michio Suzuki) นักธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น พูดภาษาไทยได้ ปี 2556 เลยเริ่มเอาเสื้อผ้ามือสองเข้ามาขายที่เมืองไทยและส่งไปทางอรัญป
ติดอันดับนักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมที่ถูกสาวๆ ค้นประวัติในกูเกิ้ลอยู่บ่อยๆ สำหรับ กึ้ง – เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซีอีโอไฮโซหน้าตี๋ วัย 39 ปี ลูกชายคนเดียวของ คุณประยุทธ และ คุณสุวิมล มหากิจศิริ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด และเป็นผู้ถือหุ้นหลักโรงงานผลิตกาแฟ เนสกาแฟ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด นอกจากนั้นยังมีธุรกิจอื่นอีกมากมาย ปัจจุบัน กึ้ง เฉลิมชัย ได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจหลักของครอบครัวเต็มตัว โดยนั่งในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เป็นบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนี ที่มีหลายธุรกิจอยู่ภายใต้การบริหาร https://www.facebook.com/SentangSedtee.matichon/videos/1229399050536637/ คุณเฉลิมชัย ฉายภาพว่า “ทีทีเอ” มีหลายการลงทุน ส่วนที่ 1 คือ บริษัท โทรีเซน ชิปปิ้ง เป็นธุรกิจเดินเรือ ซ่อมแท่นขุดเจาะ ธุรกิจนี้ทำรายได้ให้มากที่สุด มีเรือทั้งหมด 21 ลำ มีกำลังจุ 58,000 ตัน มีนักดำน้ำ 500 คน พร้อมทีมปฏิบัติงาน ส่วนที่ 2 คือ เมอร์เมด มาริไทม์ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการเรือขุดเ
ถึงหูหนวกแต่ไม่ยอมแพ้! ทำงานมาหลายอย่าง ทั้งวาดรูป งานบริษัท ปัจจุบันเป็นบาริสต้าร้านกาแฟดัง คุณออ-บุญมี เรือนปัญญา หนุ่มพิการบกพร่องทางการได้ยิน ผู้ไม่ยอมแพ้! ใช้ความสามารถและความขยัน อดทน จนได้เป็นบาริสต้า ร้านกาแฟดัง ทรูคอฟฟี่ (True Coffee) ภายใต้โครงการ “True Coffee Deaf Barista” บาริสต้าหนุ่ม เริ่มเล่าถึงการทำงานให้ฟังโดยใช้ภาษามือ มีล่ามคอยแปลให้เพื่อความเข้าใจว่า รักในอาชีพ บาริสต้ามาก หนึ่งปีเต็มที่ได้ทำงาน พยายามทำงานเต็มที่ ขอบคุณมากที่ให้โอกาสตรงนี้ ก่อนเล่าย้อนว่า เมื่อก่อนตอนทำงานด้านศิลปะ วาดรูปการ์ตูน ภาพเหมือนจริงขายที่ถนนข้าวสาร จตุจักร และสยาม งานนี้เหนื่อยเหมือนกัน เพราะต้องวนทำหลายๆ ที่ มีปัญหาบ้าง เลยเปลี่ยนมาทำงานบริษัทอยู่ได้ 4 ปี ถอดใจกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดเพื่อดูแลพ่อแม่ ในหัวก็คิดอยู่ตลอดว่าต้องเปลี่ยนๆ ต้องทำงานๆ เป็นจังหวะดีที่ทรูคอฟฟี่เปิดโครงการสนับสนุนการทำงานแก่ผู้พิการทางการได้ยิน จึงมาสมัคร เพราะเป็นคนชอบทางกาแฟอยู่แล้วด้วย “ได้ยินข่าว มาสมัครทันทีครับ เข้าสัมภาษณ์ผ่านก็ดีใจ ภูมิใจ” https://www.facebook.com/SentangSedtee.matichon/videos/227625334926
เมื่อ “พ่อ” ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวจบชีวิตลง ทำให้ โอห์ม – กษิดิศ เกษตรการุณย์ ต้องลาออกจากเรียนปริญญาโทมาหารายได้เลี้ยงแม่และน้องสาว ด้วยการขายหมี่กรอบลำไย คิดค้นและพัฒนาสูตรเรื่อยมา จนรสชาติถูกปากลูกค้า ขายความอร่อยคู่วัฒนธรรม ปัจจุบันส่งเสียน้องสาวเรียนจบพยาบาล แม่มีความสุข มีรายได้เลี้ยงครอบครัวสบายๆ ชีวิตคนเรานั้นจะเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ อยู่ดีๆ ชีวิตกลับพลิกผันแค่ข้ามคืน ดังชีวิตของ คุณกษิดิศ เกษตรการุณย์ หรือ โอห์ม หนุ่มวัย 30 ปี อยู่บ้านดอนไชย หมู่ที่ 5 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ดีกรีปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขณะที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโท พ่อซึ่งเป็นเสาหลักในการดำรงชีวิตของครอบครัว อดีตเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตลง จึงตัดสินใจหยุดเรียน กลับบ้านมาผลิตหมี่กรอบลำไยจำหน่ายและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าเงินเดือนประจำ สามารถส่งน้องสาวเรียนต่อพยาบาลจนสำเร็จการศึกษา และเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อได้อย่างสบาย คุณกษิดิศ หนุ่มชาวเชียงคำเจ้าของผลิตภัณฑ์หมี่กรอบลำไยเจ้าแรกและเจ้าเ
“เราเคยถามคำถามนี้กันเองเมื่อ 10 ปีก่อน อาลีบาบาจะเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างไรหลังแจ็ก หม่า ออกจากบริษัท เราเชื่อว่าหนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาการสืบทอดการเป็นผู้นำองค์กรได้ คือการพัฒนาระบบที่โปร่งใส ที่อยู่บนวัฒนธรรมอันแตกต่างและวิธีการที่จะพัฒนาคนเก่งและผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งอย่างสม่ำเสมอ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราได้คิดค้นส่วนผสมที่เหมาะสม ด้วยการที่ถูกสอนมาให้เป็นครู ผมมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ผมได้ประสบความสำเร็จ ครูบาอาจารย์มีความปรารถนาที่จะให้ลูกศิษย์ทำได้ดีกว่าตนเอง ดังนั้น ความรับผิดชอบของผมและบริษัทที่ต้องทำคือการปล่อยให้คนรุ่นใหม่กว่า เก่งกว่า มารับหน้าที่ผู้นำ เพื่อให้เขาสืบทอดภารกิจที่จะ “สร้างความสะดวกสบายในการทำธุรกิจจากที่ไหนก็ได้…..” คำพูดบางส่วนของแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาณาจักรอาลีบาบา ที่ส่งสารเปิดผนึกถึงลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงานในวันที่เจ้าตัวตัดสินใจแน่วแน่เตรียมลงจากตำแหน่งประธานกรรมการของอาลีบาบา ส่งไม้ต่อให้กับ “แดเนียล จาง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาลีบาบา กรุ๊ป ในวันที่อาลีบาบาครบรอบ 20 ปี (10 ก.ย. 2562) และหันไปทุ่มเทให้งานด้านการศึกษา เดินตามรอย “บิล เก
