PR News
เมืองไทยประกันชีวิต เข้าใจทุกความ “ห่วง” ชู “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” และ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20” ช่วยส่งต่อความมั่นคงเพื่อคนที่คุณรัก เมืองไทยประกันชีวิต เข้าใจทุกความ “ห่วง” ชูแบบประกันภัยเพื่อวางแผนมรดก “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” และ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20” ตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงเพื่อคนที่คุณรัก พร้อมเปิดตัวบริการ “MTL Legacy Consultant” มอบสิทธิพิเศษจาก ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ (Tilleke & Gibbins) และ “ชีวามิตร” ช่วยตอบโจทย์การวางแผนการส่งต่อมรดก การออกแบบพินัยกรรมชีวิต การวางแผนการเงินที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ ที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต (Trusted Lifetime Partner) พร้อมเข้าใจทุกความ “ห่วง” เพราะชีวิตไม่แน่นอน การเตรียมพร้อมเพื่อคนที่รักจึงสำคัญ ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงเพื่อคนที่คุณ
LY Corporation ประกาศจัดงาน “Tech-Verse 2025” มหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกที่รวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ล้ำสมัยจากผู้เชี่ยวชาญของ LY Corporation และบริษัทในเครือจากนานาประเทศ เชิญชวนนักพัฒนา และผู้สนใจ ร่วมสำรวจอนาคตของ AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ภายใต้ธีม “AI” และ “Security” โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2568 นักพัฒนาชาวไทยสามารถเข้าร่วมรับชมงานได้ในรูปแบบออนไลน์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เว็บไซต์ทางการ Tech-Verse 2025 : https://tech-verse.lycorp.co.jp/2025/en/ งาน Tech-Verse 2025 ครั้งนี้ จัดเต็มด้วยข้อมูลความรู้ในห้องบรรยายกว่า 128 หัวข้อ ครอบคลุม 12 กลุ่มเทคโนโลยีสำคัญ ทั้งด้าน AI ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ คลาวด์ อินฟราสตรักเจอร์ ดาต้าแพลตฟอร์ม การออกแบบ ไปจนถึงการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริการต่างๆ พร้อมไฮไลต์สำคัญในช่วงเปิดงานจาก 2 ผู้บริหาร ได้แก่ มร. อึยบิน ปาร์ค ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) และ มร. โนบุฮิโระ โทมิกาวะ หัวหน้ากลุ่มบริการโครงสร้างพื้นฐานจะมาร่วมเผยเบื้องหลังการผสานระบบแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ภายหลังการควบรวมกิจการ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรใ
สืบเนื่องจากวันที่ 2 เมษายน 2568 สหรัฐอเมริกาเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้ารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Reciprocal Tariff (ภาษีตอบโต้) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้า ส่งผลให้ไทยซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เป็นกลุ่มประเทศที่นับว่าถูกคิดภาษีในอัตราที่สูง โดยในเบื้องต้นถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ที่ 36% ซึ่งเมื่อเทียบกับภาพรวมถือว่าไทยถูกคิดอัตราภาษีเป็นลำดับที่ 13 จาก 185 ประเทศทั่วโลกที่มีการประกาศ แต่อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้เลื่อนอัตราภาษีที่ประกาศใช้ออกไปอีก 90 วัน โดยคงให้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศในอัตราพื้นฐานที่ 10% ยกเว้นประเทศจีนที่เหลือ 30% และถึงจะมีเหตุการณ์ไม่แน่นอนจากการฟ้องร้องคำสั่งการใช้กฎหมายการขึ้นภาษีตอบโต้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังอยู่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ภาษีตอบโต้นี้ยังคงถูกใช้งานตามกำหนดการเดิม ส่งออกไทยเตรียมรับแรงกระแทกหนักส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก จากภาระภาษีตอบโต้ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้สินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ ถูกเก็บภาษีทันที 10% และมีแนวโน้มจะถูกจัดเก็บภาษีสูงขึ้นภา
ปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ นับเป็นปัญหาคลาสสิคของเกษตรกรไทย ยิ่งปีไหนน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ดี ผลผลิตของชาวไร่ชาวสวนก็ออกมามาก จนขายไม่ทัน ตกอยู่ในภาวะล้นตลาด เช่นเดียวกับ “สับปะรด” ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ที่ปกติแล้วผลผลิตรุ่นแรกของปีจะออกช้ากว่าภาคใต้และภาคตะวันออก แต่ปีนี้เมื่อทางเหนือฝนดี แดดดี สับปะรดที่ปลูกก็ผลิดอกออกผลกันฉ่ำ เมื่อส่งเข้าสู่ตลาดผลผลิตจากทุกภาคก็ชนกัน ทำให้ในภาพรวมมีสินค้าในปริมาณมาก โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร จุดหมายใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง และ นางศิริพร ช่างปณีตัง เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ในการเชื่อมโยงการตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน ซึ่ง โก โฮลเซลล์ จะช่วยกระจายผลผลิตไปจำหน่ายยัง 13 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ จังหวัดลำปางได้ชื่อว่า เป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญในภาคเหนือ ซึ่งตำบลบ้านเสด็จถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่งของจังหวัดที่มีการปลูกสับปะรดกันมาก เนื่องจากสภาพพื้นดินเป็นดินภูเขา มีความอุดมสมบ
เตรียมพบกับเทศกาลอาหารสุดชิd ที่จะพาเหล่าฟู้ดดี้อิ่มอร่อย ไปพร้อมกับการเฉลิมฉลองความหลากหลายอย่างเต็มรสชาติ ในงาน “Gourmet Foodie Fest 2025 : Taste of Pride” จัดโดย นิตยสาร Gourmet & Cuisine เพื่อต้อนรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจ Pride Month ด้วยความอร่อยหลากสไตล์กว่า 40 ร้านเด็ด ที่พร้อมใจกันรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในธีมคัลเลอร์ฟูล สีสันสดใส และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ครบทั้งอาหารคาวหวาน ขนม เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และไอศกรีมพรีเมียม ให้เลือกช้อป ชิม ชิล ได้ครบจบในที่เดียว พร้อมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดครีเอทีฟ ฟรีตลอดงาน ในวันที่ 19-22 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00-22.00 น. ณ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Gourmet & Cuisine เปิดเผยว่า งาน “Gourmet Foodie Fest 2025” ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Taste of Pride” ความหลากหลายของอาหาร โดยต้องการถ่ายทอดบรรยากาศของการเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) ผ่านความสร้างสรรค์ของอาหารในทุกรูปแบบ ทั้งอาหารคาว หวาน ขนม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ที่เปี่ยมด้วยรสชาติ สีสัน และแรงบัน
เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) จับมือบัตรเครดิตยูโอบี บัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa, Royal Caribbean Cruise และ C-space รวมกับ 5 ศูนย์การค้าระดับแนวหน้าของเมืองไทย จัดมหกรรมเซลระดับชาติใหญ่ที่สุดกลางปี BANGKOK NO.1 SHOPPING FESTIVAL 2025 ปักหมุดเป็นเดสทิเนชันช้อปปิ้งสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ดึงดูดนักช้อปและนักท่องเที่ยวชาวไทยจากทั่วโลก มอบประสบการณ์ช้อปสุดเอ็กซ์คลูซีพ พร้อมนำ 4 ศิลปินวัยรุ่นสุดฮอตจากซีรีส์ Gel Boys ร่วมโปรโมตแคมเปญ โดยแคมเปญจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 28 กรกฎาคม 2568 ที่ เอ็ม ดิสทริค สำหรับแคมเปญ Bangkok No.1 Shopping Festival 2025 ในส่วนของเอ็ม ดิสทริค พร้อมสร้างความต่อเนื่องในการกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปี โดยเอ็ม ดิสทริค ทั้ง 3 ศูนย์การค้า ได้แก่ เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และ เอ็มสเฟียร์ โดยจับมือบัตรเครดิตยูโอบี, บัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa, Royal Caribbean Cruise และ C-space มอบความพิเศษตลอด 2 เดือน โดยเมื่อช้อปปิ้งร้านค้าชั้นนำในศูนย์การค้า ลูกค้าบัตรเครดิตบัตรเครดิต UOB รับคืนสูงสุด 14,600 บาท ในวันที่ 30 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 และบัตรเค
“ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล” แท็กทีมหนุ่ม “ซี พฤกษ์” ชวนเอฟซีและคนหัวใจรักษ์โลก ร่วมภารกิจประมูลเสื้อรักษ์โลกสุดลิมิเต็ด ในแคมเปญ “CENTRAL/ROBINSON LOVE THE EARTH 2025” รายได้ทั้งหมดมอบให้กรุงเทพมหานคร และกรมป่าไม้ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับพันธกิจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน จัดแคมเปญ “CENTRAL/ROBINSON LOVE THE EARTH 2025” ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลกภายใต้แนวคิด “A Journey to Sustainability” ชวนคนไทยร่วมแสดงพลังรักษ์โลก พร้อมประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าสานต่อ 5 มิชชันรักษ์โลก อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1) Say No To Plastic Bags งดการแจกถุงพลาสติกในทุกสาขาของห้าง 2) รณรงค์ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในห้าง ทั่วประเทศ 3) ร่วมกับ Central Tham เปิดพื้นที่สนับสนุนจำหน่ายสินค้าชุมชนที่ผลิตจากวัสดุในพื้นถิ่น เพื่อพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และสนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน 4) ร่วมเป็นส่วนหนึ่
พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดย ทีเอ็มบีธนชาต รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น” ปี 2567 ตอกย้ำบทบาทแหล่งเรียนรู้ปลูกฝังคุณธรรมด้านความกตัญญู ความดีงาม และความซื่อสัตย์ พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดย ทีเอ็มบีธนชาต ขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรมต้นแบบอย่างยั่งยืน ประกาศความสำเร็จอีกก้าว ได้รับการยกย่องเป็น “องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น” ประจำปี 2567 จากคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ โดยเป็น 1 ใน 95 องค์กรระดับประเทศที่ได้เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติจากกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์ครุฑตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการส่งเสริมคุณธรรมอย่างแท้จริง โดยได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น “องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น” ประจำปี 2567 จากการประเมินของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ถือเป็นเครื่องยืนยันผลงานอันประจักษ์โดดเด่นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ที่มุ่งมั่นตั้งใจปลูกฝังคุณธรรมผ่านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง โดยสอดแทรกเรื่องราวของความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม อันเป็น 3 สิ่ง
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ประกาศความพร้อมเข้าร่วมงาน OTOP Midyear 2025 ที่จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 7–15 มิถุนายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 ยกบูธ 7-Eleven จัดเต็มทั้งโซนจำหน่ายสินค้า OTOP นำเสนอสินค้าดีจากชุมชนทั่วไทย และกิจกรรมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาด Modern Trade อย่างยั่งยืน เซเว่น อีเลฟเว่น เดินหน้าผลักดันสินค้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมโอกาสต่อยอดธุรกิจให้ “ปัง” อย่างแท้จริง! ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ยึดแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทยผ่านกลยุทธ์ 2 ให้ คือ ให้ช่องทางจำหน่าย และให้ความรู้ ด้วยการเปิดพื้นที่จำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศให้กับสินค้า OTOP ที่ผ่านการคัดสรร รวมถึงสนับสนุนด้านองค์ความรู้ การตลาด บรรจุภัณฑ์ และสื่อโฆษณา เพื่อสร้างมาตรฐานให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน การเข้าร่วมงาน OTOP
“ดีพร้อม” ปลุกพลัง อุตฯ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย สร้าง “Fashion Hero Brand” ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สากล หนุนพลัง Soft Power แฟชั่น คาดสร้างมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าสร้าง Hero Brand อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย หนุนพลัง Soft Power แฟชั่นไทยผ่าน “กิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย” เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และด้านการตลาด พร้อมดึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่การพัฒนาแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งคาดว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 100 ล้านบาท นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของไทยถือเป็นหนึ่งสาขาในอุตสาหกรรมแฟชั่น และมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยปี 2567 การส่งออกอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มไทย มีมูลค่ารวม 6,196.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน (ที่มา :
