PR News
วันที่ 8 เมษายน 2569 บริษัท อาเจไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก ประกาศรุกตลาดเครื่องดื่มพรีเมียมครั้งใหญ่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์‘CIELO’ (เซียโล่) เครื่องดื่มวิตามินโซดาเจนใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งปราศจากน้ำตาลและแคลอรี่ เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยเอนจอยแบบไม่รู้สึกผิด พร้อมสร้างสีสันให้ตลาดด้วย 2 รสชาติใหม่ล่าสุด ได้แก่ แอปเปิ้ล และ พีช และเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ด้วยการเปิดตัวพรีเซนเตอร์สาวสวยดีกรีนางงาม อแมนด้า ออบดัม เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์แบรนด์สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่สายเฮลท์ตี้ ซึ่งมองหาทั้งความอร่อยและไลฟ์สไตล์ที่สมดุลในทุกวัน มิสเตอร์ ฮวน โฮเซ่ โลเปซ เวอร์การ่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเจไทย จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว CIELO นี้ เป็นครั้งแรกของทวีปเอเชียที่ประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของอาเจกรุ๊ปที่มีชื่อเสียงและรู้จักกันเป็นอย่างดีในทวีปอเมริกาใต้ ในการนำเสนอนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผลิ
ในยุคที่อีคอมเมิร์ซแข่งขันกันอย่างดุเดือด และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจคิดว่าสินค้าท้องถิ่นหรือสินค้า OTOP จะก้าวตามโลกดิจิทัลไม่ทัน แต่จริงๆ แล้วปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ร้านค้า OTOP ปรับตัวเก่งกว่าที่คิด ด้วยการหยิบเอาเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมกับการขายแบบมืออาชีพ และใช้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop เป็นตัวช่วย ทำให้หลายร้านสามารถดันยอดขายให้ปังได้ทั่วประเทศ ท่ามกลางเรื่องราวความสำเร็จมากมาย มีหนึ่งธุรกิจ SMEs ที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ นั่นคือ“กุลแก้วเฮิร์บ” สินค้า OTOP 5 ดาวจากจังหวัดชัยนาท แบรนด์น้ำมันหอมระเหยและสมุนไพรที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความอยากรวย แต่เริ่มต้นจาก “ความเฉียดตาย” ของ คุณผึ้ง-คุณอนากุลชนะ เจ้าของแบรนด์ จากวิกฤตสุขภาพสู่การค้นพบ “ขุมทรัพย์” ทางธรรมชาติ คุณผึ้งเล่าให้ฟังว่า “เมื่อหลายปีที่แล้วเป็นอาหารเป็นพิษจนทำให้เกิดภาวะตับวายเฉียบพลัน ร่างกายปฏิเสธสารเคมีทุกชนิด ต้องหยุดทำงานขายเครื่องสำอาง และมีอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้านขวา ชีวิตตอนนั้นเหมือนพังทลายลงตรงหน้า” จากวิกฤตสุขภาพในครั้งนั้นเธอที่เคยอยู่ในว
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภค (FMCG) ชั้นนำของไทย เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการ “BKK Food Bank” โดยส่งมอบผลิตภัณฑ์ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันจากแบรนด์ต่างๆ ในเครือ NEO จำนวนกว่า 9,100 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 1,070,100 บาท ให้แก่ กทม. กระจายสู่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ครอบคลุมทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างสุขภาวะที่ดี (Well-Being) ของคนเมืองอย่างเท่าเทียม และยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายท่ามกลางแรงกดดันด้านค่าครองชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน นางปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ภายใต้แนวคิด Innovation from Core to Care ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ NEO โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ESG ที่เรามีความมุ่งมั่นโดยตลอดมาว่า นวัตกรรมที่ NEO พัฒนาขึ้น ควรถูกต่อยอดเพื่อสร้างคุณค่าและส่งต่อการดูแล (Care) ไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนได้อย่างทั่วถึง การสนับสนุนโครงการ BKK Food Bank จึงเป็นภาพสะท้อนของการใช้ทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ให้เ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคทั่วโลกรวมทั้งคนไทยต่างเผชิญความจริงว่า “ค่าครองชีพสูงขึ้นพร้อมกันทุกด้าน” ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าพลังงาน ค่าที่อยู่อาศัย ไปจนถึงค่า “ความสุขเล็กๆ” ที่เคยจ่ายได้โดยไม่ต้องคิด แต่วันนี้กลับต้องไตร่ตรองมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า อีกทั้งความไม่สงบระหว่างประเทศ ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน รวมถึงค่าขนส่งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ต่างเป็นแรงผลักที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกว่า “เงินเท่าเดิม ใช้ได้ไม่เท่าเดิมแล้ว” ค่าครองชีพสูงขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แม้อัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 2567 จะอยู่ที่เพียง 0.4% ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งสะท้อนการชะลอตัวของราคาสินค้าโดยรวม แต่ในปี 2568 สถานการณ์กลับสวนทางความรู้สึกผู้บริโภคอย่างมาก เพราะอัตราเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ -0.14% หรือติดลบต่อเนื่องยาวนานถึง 9 เดือน ซึ่งดูเหมือนว่า “ของถูกลง” แต่แท้จริงแล้วเกิดจากราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าปรับลดลง เป็นปัจจัยหลัก ไม่ใช่จากราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันที่ลดลงจริงแต่อย่างใด ในทางกล
เมื่อ ‘วรรณกรรม’ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แต่สามารถพาผู้อ่านก้าวข้ามห้วงเวลาไปสัมผัสร่องรอยอารยธรรมที่ยังคงหายใจอยู่ตามซากอิฐและยอดปรางค์ ‘Chommanard International Women’s Literary Award 2026’ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด จึงออกแบบทริปพิเศษ One Day Trip to Ayutthaya ขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ชวนนักอ่าน นักเขียน รวมถึงผู้สนใจวัฒนธรรม ออกเดินทางสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำรวจมรดกแห่งราชธานีเก่า โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเดินทางในฐานะวิทยากรประจำทริป คอยถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังโบราณสถานแต่ละแห่ง ด้วยมุมมองที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับบริบทร่วมสมัย ย้อนรอยกรุงเก่า สัมผัสจิตวิญญาณแห่งอยุธยา จุดหมายแรกที่รอต้อนรับคือ วัดมหาธาตุ หนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของราชธานีเก่า ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุและเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสี วัดแห่งนี้ได้รับการก่อสร้างและทำนุบำรุงมาอย่างต่อเนื่องตลอดสมัยกรุงศรีอ
ในโลกของวรรณกรรม บางเรื่องเล่าอาจถูกซ่อนไว้ แต่รางวัลชมนาดในปีนี้เลือกที่จะเปิดพื้นที่นั้นให้กว้างกว่าที่เคย ด้วยการขยับสถานะจากระดับชาติสู่ระดับสากล ภายใต้ชื่อ Chommanard International Women’s Literary Award 2026 จากความร่วมมือของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ความพิเศษของปีนี้คือการขยายพรมแดนไปไกลถึง 13 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน เพื่อค้นหา ‘หัวใจ’ ของผู้หญิงที่สะท้อนผ่านหน้ากระดาษ พร้อมรางวัลเกียรติยศ Grand Prize มูลค่า 500,000 บาท เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ จากผลงานกว่า 70 เรื่องที่ส่งเข้ามาจากทั่วภูมิภาค คณะกรรมการได้กลั่นกรองจนเหลือเพียง 8 ผลงานคุณภาพ ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน ซึ่งแต่ละเล่มล้วนแบกรับเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน ได้แก่ 1. The Sea Speaks His Name โดย Leila S. Chudori (อินโดนีเซีย) 2. Chinatown โดย Doan Anh Thuan (เวียดนาม) 3. Memories of the Memories of the Black Rose Cat โดย วีรพร นิติประภา (ไทย) 4. Tongueless โดย Lau Yee Wa (ฮ่องกง) 5. Mountains More Ancient โดย Isna Marifa (อินโดนีเซีย)
ถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ เมื่อกรุงเทพมหานครได้เปิดบ้านต้อนรับ 8 นักเขียนหญิงผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในรางวัล ‘Chommanard International Women’s Literary Award 2026’ ภายใต้ความร่วมมือของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด จากการยกระดับสู่สากลอย่างเต็มรูปแบบ รางวัล ‘ชมนาดอินเตอร์ฯ’ ในปีนี้ได้ขยายขอบเขตสู่การเฟ้นหานักเขียนหญิงใน 13 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจทั่วอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน พร้อมรางวัลเกียรติยศ Grand Prize มูลค่า 500,000 บาท เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และสะท้อนภาพสังคมผ่านงานเขียนที่ทรงพลัง โดยจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดมากกว่า 70 เรื่อง คณะกรรมการได้คัดสรร 8 ผลงานคุณภาพที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน ดังนี้ 1. The Sea Speaks His Name โดย Leila S. Chudori (อินโดนีเซีย) 2. Chinatown โดย Doan Anh Thuan (เวียดนาม) 3. Memories of the Memories of the Black Rose Cat โดย วีรพร นิติประภา (ไทย) 4. Tongueless โดย Lau Yee Wa (ฮ่องกง) 5. Mountains More Ancient โดย Isna Marifa (อินโด
สายช้อป J/K Beauty ห้ามพลาด! found & found สาดโปรแรงลดฉ่ำกับดีลสุดคุ้ม “found & found COOL SUMMER ลดดับร้อน Up to 70%” ที่ยกทัพบิวตี้ไอเทมแบรนด์ดังมากมายบินตรงจาก ญี่ปุ่น-เกาหลี มาให้เลือกช้อปกันแบบฟินๆ ก่อนใคร ในราคาสบายกระเป๋า ให้ทุกคนได้สวยครบ ดูดี เฮลตี้ ที่นี่ทุกวัน แบบไม่ต้องพรีออร์เดอร์ ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์ เมคอัพ โทนเนอร์แพด โลชั่นทาผิว ครีมอาบน้ำ และยาสระผม เช่น กันแดดจากแบรนด์ Dr.G, BIOHEAL, Beauty of Joseon, Banana Boat, Biore สกินแคร์ตัวท็อปจากแบรนด์ CNP, iskinclock, INNISFREE, SKIN 1004 โทนเนอร์แพด MEDIHEAL เมคอัพจากแบรนด์ Play 101, Laka, KANMAKE โลชั่นตัวท็อปจากเกาหลี hetras รวมไปถึงครีมอาบน้ำจากญี่ปุ่น P’s และแบรนด์ดังอื่นๆ มากมายที่มาร่วมเสิร์ฟความสวยกันแบบจุกๆ อีกเพียบ สำหรับสมาชิก ยิ่งซื้อครบ ยิ่งคุ้ม เพียงซื้อสินค้าครบ 99 บาท รับสิทธิ์ “แลกซื้อ ลดชัวร์” ช้อปฟินได้ ทั้งวันกับไอเทมสุดฮอตในราคาพิเศษกันแบบจุใจ และสำหรับยอดซื้อสินค้าครบ 1,290 บาทขึ้นไป รับ COOL SUMMER BAG มูลค่า 360 บาท ฟรี 1 ใบ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 นี้เท่านั้น สายช้อป สายตุน รีบพ
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนการดำเนินงานประจำปี 2569 ชูกลยุทธ์ “Resilient Growth” ผ่าน 3 แผนธุรกิจสำคัญ ทั้งการยกเครื่องนวัตกรรมวงเงินสินเชื่อดิจิทัล “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท” การปักธงสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้ามือสองครบวงจรรายแรกในไทย รวมถึงการยกระดับความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงแข็งแกร่ง และยั่งยืน โดยตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อใหม่โต 6% หรือ 162,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี นางสาวชญาน์ธิป พันธุ์มณี ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน โดยวิจัยกรุงศรี คาดการณ์ว่า GDP ปีนี้จะขยายตัวราว 2% และอาจปรับลดลงอีก 0.6–0.9% หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ กรุงศรี ออโต้ คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 600,000 คัน หรือลดลงราว 3% และยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 1,720,000 คัน หรื
แกร็บ ประเทศไทย เร่งเครื่องผลักดันโครงการ Grab EV เต็มสูบ ฝ่าวิกฤตพลังงาน เผยล่าสุดมียอดคนขับ-ไรเดอร์ใช้รถ EV ให้บริการบนแพลตฟอร์มทะลุ 30,000 คัน ขณะที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้ฟีเจอร์ Grab EV Ride เพิ่มขึ้นกว่า 35% ล่าสุดผนึก 9 พันธมิตรใหม่ ซึ่งรวมถึงสหกรณ์แท็กซี่ต่างๆ เพื่อขยายการเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าให้กับคนขับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ผ่านโปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป” และ “ผ่อนขับรับรถ” หวังเพิ่มทางเลือก-ลดต้นทุนการให้บริการ นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บถือเป็นแพลตฟอร์มแรกที่ส่งเสริมและผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2563 โดยเราได้ร่วมมือกับพันธมิตรในหลายภาคส่วน ทั้งบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่าย EV ผู้ให้บริการสถานีชาร์จและระบบบริหารจัดการชาร์จแบตเตอรี ตลอดจนสถาบันการเงิน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงรถ EV ในกลุ่มคนขับและไรเดอร์ พร้อมพัฒนาความร่วมมือและปรับปรุงการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน โครงการ Grab EV มีคนขับที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารและไรเดอร์จัดส่งอาหาร-สินค้าด้วย EV ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมแล้วม
