Exclusive
“ป๋ามาจากไหน อย่าแจกนักเลย อุ้มมากเดี๋ยวเป็นง่อยกันหมด” จากกรณี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาชูนโยบาย “ให้ทุกคนรวยอย่างมั่นคง ยั่งยืน” รวมทั้งจะดูแลค่าแรงงานขั้นต่ำ เป็น 400-425 บาทต่อวัน ค่าจ้างอาชีวะ 18,000 บาทต่อเดือน ค่าจ้างปริญญาตรี 20,000 บาท ซึ่งได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และต่อต้านอย่างหนักทั้งจากพรรคการเมือง และผู้ประกอบการรายเล็ก-รายใหญ่ นั้น ล่าสุด คุณพลชัย เพชรปลอด อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตผู้บริหารการตลาด กลุ่มธนบุรีประกอบรถยนต์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีดังกล่าวว่า การประกาศ หากพปชร. ได้เป็นรัฐบาล จะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 บาท เป็น 400-425 บาทนั้น คือ การผลักภาระให้นายจ้าง ในฐานะคนเกี่ยวข้องกับธุรกิจคง ไม่ปลื้ม คนได้ค่าแรงคงชื่นชอบ แต่อย่าลืมว่า ค่าแรงขึ้น ต้นทุนสินค้าก็ขึ้น ของจะแพงขึ้น ค่าครองชีพวิ่งหนีไปไกลกว่าเดิมอีก “ค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่เงินของรัฐบาล เป็นเงินของเอกชน ที่ถูกมัดมือชกด้วยกฎหมาย ฉะนั้นรัฐ ควรไปหาวิธีทำให้ค่าครองชีพลดลง ทำให้คนค้าขายได้คล่องจะดีกว่า หากทำได้กลไกการขึ้นค่าแรงก็จะเป็นธรรมชาติ ถ้าธุรกิจดี ธุรกิจต้องการคนเก่ง ค่าแรงจะขึ้นตามความเก่
กำลังรุ่ง! “นัดเดตด่วน-ดูตัววันอาทิตย์” ธุรกิจตัวช่วย “คนโสด”ตามหาคู่รัก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ผู้คนก็ยังไม่เลิกหวังที่จะมีคู่ เพราะมีคนโสดจำนวนมากที่ไม่อยากใช้ชีวิตโดดเดี่ยว นอกเหนือจากเหล่าคนโสดที่มีความสุขดีกับการอยู่ตามลำพัง เพียงแต่การหาคู่ใจอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม ในปีนี้ กระแสตามหารักที่น่าสนใจ คือ Dating Sunday หรือ นัดเดตวันอาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงวันอาทิตย์แรกๆ หลังปีใหม่ ดูจะเป็นจังหวะเวลาที่เอื้อต่อการออกเดต และผู้คนก็ออกมาดูตัวกันอย่างคึกคัก “จูลี สไปรา” ผู้เชี่ยวชาญด้านนัดเดตออนไลน์ อธิบายว่า วันอาทิตย์ต้นปี มีความสมบูรณ์แบบมากที่จะจัดกิจกรรมเช่นนี้ เพราะหลายๆ คนเพิ่งลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่หลังจากอกหัก หรือบางคนก็เพิ่งยุติความสัมพันธ์ที่ไปไม่ตลอดรอดฝั่งในช่วงวันหยุดยาว เมื่อประกอบกับการที่ผู้คนให้สัญญากับตัวเองเพื่อเริ่มต้นปีใหม่ ในขณะที่เวลาก็เดินถอยหลังสู่เทศกาลวาเลนไทน์ วันอาทิตย์ต้นปี จึงมีความเหมาะสมในการนัดดูตัวหนุ่มสาวที่หมายปอง นอกจากนี้ วันอาทิตย์ยังเป็นวันที่เว็บไซต์หาคู่มีผู้คนเข้าใช้บริการหนาแน่นที่สุดในรอบสัปดาห์อีกด้วย “สกายเลอร์ หวัง” นักศึกษาปริ
อุณหภูมิร้อน การเมืองแรง ห่วงประชาชนเครียด แพทย์แผนไทย แนะใช้ “ใบบัวบก-ขิง” ลดไมเกรน พท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งตัวผู้บริหาร ผู้สมัครพรรคต่างๆ ตลอดจนประชาชนทั่วไปต่างก็เสพข่าวที่มาจากหลายทาง เกิดอาการเครียด ประกอบกับเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง บางวันอากาศร้อนจัด หลายคนถึงขั้นปวดหัวไมเกรน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตระหนักถึงสถานการณ์ช่วงนี้ จึงขอเสนอทางออกของการบรรเทาอาการไมเกรนด้วยสมุนไพรใกล้ตัว 2 ชนิด คือ ใบบัวบก และขิง อย่างไรก็ตาม พท.ป.เบญจวรรณ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจอาการและรู้จักไมเกรนก่อนว่า เป็นความผิดปกติในกลุ่มโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย โดยมีอาการทางระบบประสาทก่อนมีอาการปวดศีรษะไมเกรน เดิมเชื่อว่าเกิดจากหลอดเลือดในสมองมีการหดตัวเกิดขึ้น หลังจากนั้นร่างกายมีการตอบสนองโดยการทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัว ซึ่งการขยายตัวของหลอดเลือดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น ลักษณะสำคัญคือ มักมีอาการปวดข้างเดียวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดตื้อๆ (ประมาณ ร้อยละ 85%) การปวด
SMEs เครียด! ค่าจ้างขั้นต่ำ 425 บาท หวั่น ทำข้าวของแพง แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว หลังพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อัดนโยบายโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท /วัน เงินเดือน ปริญญาตรี 20,000 บาท เส้นทางเศรษฐีได้สอบถามไปยังผู้ประกอบการ SMEs ถึงนโยบายดังกล่าวว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน ให้ความเห็นว่า เครียดมากหลังเห็นนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ไม่เห็นด้วยอย่างมาก ทำค้าขายมา 4-5 ปี รู้เลยว่าถ้าค่าแรงขั้นต่ำขึ้น ของทุกอย่างต้องขึ้นตาม ทั้งวัตถุดิบ ข้าวของเครื่องใช้ ในทางกลับกันร้านไม่สามารถขึ้นราคาอาหารได้ ไม่อย่างนั้นลูกค้าหายหมด คู่แข่งเยอะลำบาก คุณต้อม-สุภชีพ แตงอ่อน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทูเค ฟู้ดส์ จำกัด ระบุว่า มองได้สองแบบ ในมุมของพนักงาน ถ้าได้รับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทขึ้นตามนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ก็จะทำให้คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจการจับจ่ายใช้สอยดีขึ้น ส่วนในมุมธุรกิจ ราคาสินค้าอาจขยับขึ้น SMEs อาจแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว เช่นเดียวกับ คุณวราภัสร์ แซ่เลา เจ้าของร้านขนมหวาน AU Mocca bistro จังห
ขายดีแสนซองต่อเดือน! “Dever Energy Gel” อาหารเหลวของทีมหมูป่า คุณอนนต์ อดิโรจนานนท์ หรือ คุณเดียร์ เจ้าของ Dever Energy Gel วัย 33 ปี เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ในอดีตตนเคยเป็นนักกีฬาเทนนิส เยาวชนทีมชาติ มักพบปัญหาแรงหมดช่วงท้ายของการแข่งขัน จึงเกิดความต้องการผลิตอาหารเติมพลังงานในรูปแบบ พกพาง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรออาหารทดแทนพลังงานอื่นๆ ที่เสียเวลาย่อยนาน เช่น กล้วยหอม ขนมปัง พอคิดได้ดังนั้นจึงจ้างบริษัท OEM เพื่อผลิต Energy Gel โดยนำความรู้ที่ตนจบปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ผนวกกับ ปริญญาโท สาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร ประเทศออสเตรเลีย คิดค้นสูตรเอง พัฒนาจนกลายเป็น Dever Energy Gel พลังงานเจลรูปแบบซอง เจ้าแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน คุณเดียร์ เล่าย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2555 ว่า เขาเริ่มทำผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ตอนเทรนด์สุขภาพยังไม่บูม ทำให้ประสบปัญหาเรื่องรายได้และการตีตลาด เข้าขั้นวิกฤต “เพราะเริ่มด้วยตัวเอง วิธีทำการตลาดและงบลงทุนของเราจะแตกต่างจากแบรนด์ใหญ่ๆ คือเราใช้วิธีออกแบบตัวผลิตภัณฑ์ให้ประหยัดที่
กำลังฮิต! “สีทอง หางใบโพธิ์” ผลงานล่าสุด “ลุงอ๋า ปากน้ำ” สายเก๋าแห่งวงการปลากัด หลังจากมีข่าวน่ายินดี “ปลากัด” ถูกยกให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย ทำให้แวดวงปลากัดในประเทศไทยตื่นตัวมากยิ่งขึ้นจากคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจในความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พามารู้จักกับผู้คร่ำหวอดในวงการปลากัดมานานนับ 50 ปี หากเอ่ยชื่อ เชื่อว่าทุกคนที่เลี้ยงปลากัดจะต้องรู้จักเขาคนนี้อย่างแน่นอน คุณอ๋า – ธีรศักดิ์ สุพินพง วัยหกสิบเศษ หรือที่ในวงการปลากัดรู้จักกันดีในชื่อของ “ลุงอ๋า ปากน้ำ” ผู้สนใจปลากัดมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยปัจจุบันมีหน้าร้านตั้งอยู่ที่อำเภอบางเมืองใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ ชื่อว่า “Goldenbetta-โกลเด้นเบตต้า ที่เปิดมานานมากกว่า 30 ปี ปัจจุบันมี คุณรถเมล์ – นิภา สุพินพง ลูกสาว เข้ามาช่วยดูแลกิจการอย่างเต็มตัว เนื่องจากเห็นว่าคุณพ่อของเธออายุเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจลาออกจากงานบัญชี หันมาพัฒนาธุรกิจขายปลากัดของทางบ้าน เพื่อเพิ่มยอดขาย ขยายโอกาสตลาดไปยังลูกค้าไทยและลูกค้าต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แม้คุณอ๋า จบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน ต้องไปเป็นเด็กฝึ
คุณวิทยา สาเพิ่มทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบปลากรายมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้สัตว์น้ำจืดชนิดนี้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ที่อยากทดลองเพาะพันธุ์ด้วยสองมือของเขาเอง ซึ่งจากความพยายามไม่ได้นำมาแต่ความสำเร็จ แต่สามารถเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้อีกด้วย คุณวิทยา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีตนมีอาชีพทำงานเกี่ยวกับเครื่องกลอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมา ปี 2543 มีเหตุต้องย้ายมาอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงยึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาเพื่อเป็นอาชีพในขณะนั้นด้วย “เหตุที่ต้องย้ายมาที่นี่ พอดีแม่ของภรรยาเสียชีวิต ก็เลยได้ย้ายมาอยู่ที่สุพรรณฯ ซึ่งเราเป็นคนที่ชอบปลากรายอยู่แล้วสมัยยังเด็ก ช่วงนั้นก็เลยลองเพาะพันธุ์ดู ก็ทดลองเพาะกับธรรมชาติก่อน คือใช้บ่อใช้คลองแบบธรรมชาติ เพราะช่วงนั้นเราไม่มีที่ ต่อมาเมื่ออะไรเข้าที่เข้าทางก็ขยับขยาย มาทำบ่อของตัวเอง ปรากฏว่าที่เพาะพันธุ์ทั้งหมดมันขายได้ เราก็เลยเริ่มมาทำบ่อเพาะอย่างจริงจัง เพราะว่าจะทำแบบธรรมชาติไม่ได้แล้ว ลูกปลามันได้จำนวนที่น้อยลง” คุณวิทยา เล่าถึงความเป็นมา วิทยาการความรู
“กล้วยกรอบไร้มัน”สแน็กน้องใหม่แบรนด์ “ย่ามะลิ” วางขาย 2 ปี เตรียมโกอินเตอร์! คุณอาร์ต – ทรงพล ทรงประไพ วัย 26 ปี เจ้าของธุรกิจกล้วยกรอบไร้มัน แบรนด์ “ย่ามะลิ” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า พื้นเพเป็นคนสิงห์บุรี เรียนจบอาชีวะ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เคยทำงานที่กรมทางหลวงฯ มาประมาณ 2 ปีครึ่ง ตามบ้านต่างจังหวัด ชาวบ้านจะชอบปลูกพืชผลไม้อย่างพวกกล้วยไว้ทานเอง จึงคิดและนำกล้วยมาแปรรูปใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า สามารถยืดอายุให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ยังคงความหวานของกล้วยจากธรรมชาติ และทำให้กล้วยทอดของเขา “ไม่มีไขมัน” โดยการนำมาทอดโดยไม่ติดน้ำมัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกปีกว่าๆ จึงสำเร็จ และได้กล้วยทอดกรอบ ที่รสชาติเหมือนทานกล้วยแบบปกติ ที่ไม่มีการใส่น้ำตาล หรือ สารปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น จากนั้นจึงแจกจ่ายให้บรรดาเพื่อนๆ และญาติ ได้ลองชิม ผลตอบรับที่ได้ก็เป็นไปในทางที่ดี จึงลองผลิตเพื่อขาย และนำคุณลักษณะของกล้วยที่มีความกรอบแบบ “ไร้มัน เน้นธรรมชาติ” มาตั้งชื่อเป็น “กล้วยกรอบไร้มัน” โดยให้มีความเป็นไทยแต่ทันสมัยในชื่อ “ย่ามะลิ” ซึ่งเป็นชื่อของญาติ ที่เป็นทั้งบุคคลต้น
“หมอไทยราชสกุล” ออกโรงย้ำ “กัญชา รักษามะเร็งไม่ได้” แต่โรคซึมเศร้า บำรุงความจำ รับรองฉลุย จากการเสวนา ในหัวข้อ “กัญชา ทางการแพทย์แผนไทย” ซึ่งเป็นเวทีวิชาการ ในงานมหกรรมสมุนไพร แห่งชาติ จัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อไม่กี่วันก่อน อาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา วิทยากรรับเชิญจากคลินิกแพทย์แผนไทย ในฐานะหมอไทยในราชสกุลทินกร ลำดับที่ 6 ซึ่งเป็นราชสกุลแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่ลำดับชั้นที่ 1-7 ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์อย่างต่อเนื่องมิขาดสายจวบจนปัจจุบัน กล่าวตอนหนึ่งว่า กัญชาทางแพทย์แผนไทยเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เพราะปรากฏมาตั้งแต่สมัยก่อน ความรู้สึกของแพทย์แผนไทยอย่างตน กัญชา จึงเปรียบเสมือนต้นหญ้าข้างทางที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป สำหรับความเชื่อเรื่องกัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น อาจารย์คมสัน บอก เป็นความเชื่อผิดๆ กัญชาไม่สามารถรักษามะเร็งได้ เพราะ ไม่เคยปรากฏให้เห็นเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ หรือถูกอ้างอิงถึงในตำราการแพทย์แผนไทย และตามตำรับยา 16 ขนาน มีการสมมติฐานว่า มะเร็งไม่ใช่โรค แต่เป็นฝี คือ สิ่งที่เกินกว่าส่วนปกติในร่างกาย เกิดขึ้นบริเวณ ก้น ท้อง อย่างไรก็ตาม จ
“ไม่เห็นพรรคไหนพูดนโยบายเพื่อคนทำมาทำไค้าขาย มีแต่ประชานิยมกับด่าพรรคอื่น” ใกล้โค้งสุดท้ายเข้ามาทุกขณะ สำหรับวันเลือกตั้งครั้งประวัติศาสต์ “24 มีนาคม 2562” ยามนี้หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่นโยบายหาเสียงจากพรรคการเมืองน้อยใหญ่ ซึ่งอาจมีทั้งถูกใจ-ไม่ถูกใจ ว่ากันไปตามความรักความชอบของแต่ละคน ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามความเห็นไปยัง “ผู้มีสิทธิ” ชี้ชะตาว่าบรรดานักเลือกตั้งท่านใด จะได้รับเกียรติเดินเข้าสู่สภาฯตามวิถีระบอบประชาธิปไตย เกี่ยวกับ “นโยบายเพื่อคนทำมาค้าขาย” น้อยใหญ่ ว่ามีพรรคไหน “ขายไอเดีย” ให้ได้โดนใจมากน้อยแค่ไหน คุณพลชัย เพชรปลอด อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตผู้บริกหารการตลาด กลุ่มธนบุรีประกอบรถยนต์ “ไม่เห็นพรรคไหนพูดถึงนโยบายเพื่อคนค้าขายเลย มีแต่ประชานิยม กับด่าพรรคอื่น ควรเลิกด่า แล้วหันมาบอกนโยบายชัดๆ พร้อมวิธีรูปธรรมคร่าวๆ ให้เห็นว่าจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร ด้วยวิธีไหน โดยเฉพาะแนวประชานิยมใช้เงินทั้งหลาย เงินจะเอามาจากไหน จะขึ้นภาษีมั้ย คือ พูดแต่ใช้เงิน ไม่เห็นวิธีได้เงิน ขณะเดียวกัน แหล่งเงินรัฐนั้น มาจากภาษีเป็นหลัก รัฐไม่ใช่ร้านค้า เงินที่มีจึงควรใช้กับสิ
