Exclusive
จันทบุรี เป็นหนึ่งในเมืองรองที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ มีแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจอย่าง “ล่าขุมทรัพย์บ่อพลอย” ที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและอนุรักษ์การหาพลอยแบบโบราณ บ่อพลอยเหล็กเพชร บ่อพลอยแห่งนี้ ไม่ใช่แหล่งจำลองหรือศูนย์สาธิตการขุดพลอย แต่เป็นสถานที่ที่ใช้ทำอาชีพขุดพลอยกันจริงๆ เป็นบ่อพลอยเพียงไม่กี่แห่งในจันทบุรีที่ยังคงใช้วิธีขุดชั้นดินลงไปหา คล้ายการทำเหมืองพลอยแบบสมัยก่อน นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้และสัมผัสวิธีการหาพลอยจากชาวเหมืองตัวจริง ที่จะมาช่วยสอนและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีเจ้าของบ่อ อย่าง คุณกุ๊ก-สราวุธ พึ่งตระกูล คอยยืนบรรยายให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวไปด้วย “ที่นี่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมเมื่อต้นปี 2561 ตอนนี้ก็ร่วมครึ่งปีได้ วันหนึ่งมีนักท่องเที่ยวมาที่นี่ประมาณเกือบ 20 คนได้ โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาลองขุดก็จะเจอพลอยจริงๆ แบบที่เราขุดเอาไปขายกันนี่แหละ ในอดีตบ้านทุกหลังคาเรือนในละแวกนี้ทำอาชีพขุดพลอยแบบโบราณกันหมด แต่พอถึงยุคที่เหมืองเขาหรือความต้องการพลอยมันเยอะ การขุดแบบโบราณมันช้า มันไม่ทันกิน ก็เลยต
หนาวนี้ห้ามพลาด แวะ “บึงกาฬ” ชมหินสามวาฬ-น้ำตกถ้ำพระ-บัวริมบึง ในปี 2560 ข้อมูลจาก “สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดบึงกาฬ” รายงานว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหลั่งไหลสู่จังหวัดบึงกาฬมากถึง 586,251 คน เป็นข้อมูลยืนยันได้ว่าจังหวัดบึงกาฬ ณ ขณะนี้คือหนึ่งในเดสติเนชั่นสำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ คุณบำเพ็ญพร สุริยกมล ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า เสน่ห์ของบึงกาฬยังคงเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รองลงมาคือวัฒนธรรมที่เด่นชัด “บึงกาฬเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำมีอากาศเย็นสบายตลอดปี เพราะห่างจากเวียดนามเพียง 220 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวดาวเด่นตอนนี้คือ หินสามวาฬ น้ำตกถ้ำพระ วัดอาฮงศิลาวาส พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บัวริมบึงหนองเลิง เป็นต้น” โดยหินสามวาฬ ลักษณะเป็นก้อนหิน 3 อันวางเรียงกันอยู่คล้ายปลาวาฬ เป็นจุดชมหมอกสวยงาม น้ำตกถ้ำพระขนาดใหญ่ 3 ชั้น สถานที่อันซีนต้องนั่งเรือเข้าไปประมาณ 200 เมตร วัดอาฮงศิลาวาส มีความมหัศจรรย์คือสะดือแม่น้ำโขงที่ลึกที่สุด พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต เรียนรู้วิถีชีวิตชาวอีสานผ่านศิลปะเรือนไทยอีสานมีอายุกว่า 60 ปี
ชาบูแบรนด์ดัง แชร์ประสบการณ์ ” กับดัก”ธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่เจ้าของร้านไม่ค่อยรู้ เพจ Tor Vongchinsri เจ้าของกิจการ “ชาบู เพนกวิน” แชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจในโอกาสครบ 4 ปี ร้านเพนกวิน ไว้อย่างน่าสนใจ และน่าจะเป็นตัวอย่างจริงให้ได้เรียนรู้ และน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังอยากก้าวเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหาร เจ้าของร้านอาหารที่มีร้านอยู่แล้ว หรือที่กำลังคิดอยากขยายสาขา เพจเจ้าของกิจการ “ชาบู เพนกวิน” ระบุเป็นข้อๆไว้ดังนี้ 1. อย่าหลงระเริงกับภาพลวงตาในปีแรก ส่วนใหญ่ทุกร้านที่คิดจะขยายสาขาสอง เพราะว่าร้านแรกขายดีมาก พอขายไปได้สัก 3-6 เดือน ริ่มอยากขยายสาขาสองทันที หรือบางร้านเริ่มมีคนมาขอซื้อแแฟรนไชส์ จงรู้ไว้ว่ามันคือเรื่องปกติที่ร้านที่มีหลายสาขาในปัจจุบันล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น คุณไม่ได้เก่งไปกว่าร้านพวกนี้เลย คงไม่มีร้านไหนตัดสินใจขยายสาขาทั้งที่สาขาแรกยังขายไม่ดีจริงมั้ย สิ่งที่คุณจะต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนขยายสาขา คือ ลูกค้าที่เข้ามาร้านคุณช่วงแรกนี้มาเพราะมาทานแล้วกลับมาทานร้านคุณอีก หรือแค่อยากมาลองเพราะเป็นร้านเปิดใหม่หรือเป็นกระแสในช่วงนั้น เพราะมีร้านอาหารจำนวนไม่น้อยที่
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
“ออมก่อน ไม่มีอด” แนะเทคนิค “ทุกเที่ยงวัน ให้หยิบแบงก์ใหญ่สุดในกระเป๋าออกไปเพื่อเก็บ” จากงานเสวนาในหัวข้อ “ออมก่อน ไม่มีอด” จัดโดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.อภิชาติ ประเสริฐ ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า เรื่องการออมมีความสำคัญมาก เป็นทั้งความรู้และทักษะที่คนสมัยใหม่ต้องเข้าใจ ปัจจุบันคนไทยอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 80 ปี ซึ่งหมายความว่าเมื่อเราเกษียณอายุที่ 60 ปี เราจะมีเวลาอีก 20 ปี ซึ่งบางคนอาจไม่ได้ทำงานต่อ อาจดำเนินชีวิตอยู่ด้วยเงินที่สะสมเก็บออมเอาไว้ในช่วงที่ทำงานอยู่ การออมเงินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงเป็นที่มาของการจัดเสวนาครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทุกวัย ทั้งวัยที่กำลังมีรายได้ วัยใกล้เกษียณ และวัยที่เกษียณแล้วซึ่งมีเงินจำกัด เพื่อให้มีแนวทางบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตดีไปจนถึงบั้นปลายของชีวิต ดร.อภิชาติ กล่าวต่อว่า การออมเป็นพฤติกรรม เป็นระเบียบวินัยของชีวิต ต่างประเทศให้ความสำคัญและมีการฝึกเด็กให้ออมเงินตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งในไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัช
ไม่มีจ่าย-ทานฟรี! “กะเพรายักษ์ใหญ่ใจดี” ถือคติ “ขาดทุนคือกำไร” ข้าวราดกะเพราหมูสับล้วน ไม่ปนผักอื่นเพื่อเพิ่มปริมาณ สำหรับผู้ใหญ่หนึ่งอิ่มสบายๆ ที่ร้าน “กะเพรายักษ์ใหญ่ใจดี” ย่านพุทธมณฑลสายสอง ปัจจุบันขายในราคาเพียงจานละ 20 บาท แต่หากใครไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะจ่าย สามารถหยิบคูปอง ที่แขวนไว้อยู่บนกระดานแผ่นใหญ่หน้าร้านนำมาเมนูหลักไปรับประทานได้โดยไม่ผิดกติกา ข้อเท็จจริงเหล่านี้ เคยถูกตั้งคำถามตรงไปตรงมา จากลูกค้าหลายท่านที่ทราบข้อมูลว่า “ทำแบบนี้-มีกำไรหรือ” “ทำเพื่ออะไร” และแม้กระทั่ง “จะทำไปทำไม” คำบอกเล่าอรรถาธิบาย จาก “คนต้นคิด” เจ้าของธุรกิจใจดี นับจากนี้ น่าจะสามารถไขข้อข้องใจข้างต้นได้ดี ซึ่ง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รวบรวมไว้นับจากนี้แล้ว หวังผู้บริโภคทุกระดับ ได้ทานของดีมีประโยชน์ ช่วงสายของวันเปิดร้านตามปกติ คุณรุจน์ สุวรรณเสรีเกษม เจ้าของกิจการ “กะเพรายักษ์ใหญ่ใจดี” วัยห้าสิบเศษ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลความเป็นมาเป็นไป ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มกันเอง เริ่มต้นจากการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบหลายอย่าง ทั้งผลิต-จำหน่ายอาหารเสริม เปิดคลินิกแพทย์
“นวยนาด” เครื่องสำอางสุดอินดี้ “ไม่ทำมาร์เก็ตติ้ง สินค้าทุกชิ้นผลิตจากความอยาก” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เดินงานจัดแสดงสินค้าที่ไบเทค บางนา ไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่งที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องประทินผิวต่างๆ ทั้งสบู่ ครีม และลิปบาล์ม ยืนดูอยู่สักครู่ มีหญิงสาวหน้าตาดีท่านหนึ่งเดินเข้าร้านมา สอบถามพูดคุยกัน เลยทราบว่าเธอคือ คุณปุ้ม-นันท์พันธ์ พูลสวัสดิ์ อายุ 35 ปี เจ้าของสินค้าแบรนด์ “นวยนาด” นั่นเอง เธอเล่าให้ฟังว่า เป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบนิเทศศาสตร์ มีแฟนที่เป็นเจ้าของแบรนด์อีกคน คือ คุณว่าน-ปกาสิต เนตรนคร อายุ 37 ปี เรียนจบมาทำงานฟรีแลนซ์ทั้งคู่ แต่ด้วยความที่คุณปุ้มชอบงานคราฟต์ (craft) งานฝีมือ อีกทั้งเป็นคนผิวแพ้ง่าย จึงสนใจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติ และเริ่มศึกษาคุณสมบัติของพืชสมุนไพรต่างๆ ประจวบเหมาะกับย้ายไปอยู่ที่บ้านซับศรีจันทร์ จ.นครราชสีมา เห็นว่าชาวบ้านที่นั่นใช้น้ำฝนในการอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำสะอาดอย่าง น้ำซับ (แหล่งน้ำสะอาดในหมู่บ้าน ที่มีน้ำซึมขึ้นมาบนผิวดินตลอดทั้งปี) ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ มีน้ำสะอาดธรรมชาติจากทั้งฟ้าและดินใช้ คุณปุ้มได้ไอเดีย เริ
ดัน“อีคอมเมิร์ซ” ช่วยต่อยอด เพิ่มรายได้เอสเอ็มอีบึงกาฬ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามตามธรรมชาติของจังหวัด อย่าง หินสามวาฬ น้ำตกถ้ำพระ บัวริมบึง และภูทอก ที่เป็นแหล่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวโตขึ้น สร้างรายได้ให้จังหวัดบึงกาฬแล้ว สินค้าชุมชน หรือ สินค้าโอท็อปต่างๆ ก็เป็นแหล่งทำเงิน สร้างอาชีพให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนชาวนาได้อีกทางหนึ่ง หากแต่เป็นที่รู้จักแพร่หลายและโดดเด่นไม่มากเท่าใดนัก คุณกุสุมาลย์ พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า บทบาทของนายกเหล่ากาชาดในการส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ จะเป็นการช่วยเหลือในเรื่องของการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้ชาวบึงกาฬ อาทิ การให้ความรู้ มอบสิ่งของ และดูแลสุขอนามัยของชาวบ้าน แต่อีกหน้าที่หนึ่ง คือ การเป็นประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดบึงกาฬ สามารถให้ความช่วยเหลือ แนะนำ สนับสนุนธุรกิจของชาวบ้านได้อย่างเต็มที่มากกว่า ทางคุณกุสุมาลย์เอง ได้ทำหน้าที่ตรงนี้โดยการเข้าไปให้คำแนะนำโดยตรง ด้วยการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และสร้างความหลากหลายให้กับสินค้าของชาวบ้าน ให้แปลกใหม่ มีความแตกต่างและทันสมัยมา
เดินตลาด ทัวร์ย่านคนจน “กัวเตมาลา” เศร้าใจเกินกว่าจะอยากถ่ายรูป ดราม่ามหากาพย์หนึ่งในหลายเรื่องที่ทรัมป์สร้างขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่เข้ามาเป็นประธานาธิบดีอเมริกา คือเรื่องขบวนผู้อพยพจากประเทศในอเมริกากลาง เดินทางบ่ายหน้าจะไปหางานในอเมริกา ทรัมป์กรีดร้องเสียงสูงว่าพวกนี้เป็นผู้ก่อการร้าย ต่อมาก็บอกว่าเป็นอาชญากร ต่อมาก็ว่าเป็นพวกจะเข้ามาแย่งงานคนอเมริกัน ตีอกชกหัวว่าจะไม่ให้เข้ามาเหยียบแผ่นดินเด็ดขาด ประกาศก้องว่าถ้าพวกนี้เข้ามาวุ่นวายใกล้พรมแดนอเมริกาจะเจอจัดหนัก ว่าแล้วก็ส่งกองทัพไปประชิดชายแดน ขึงขังดั่งจะรบล้างโลก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นขณะที่ขบวนผู้อพยพที่ว่านั่นอยู่ห่างจากชายแดนอเมริกาไปพันกว่ากิโล ยังไม่ข้ามประเทศเม็กซิโกมาด้วยซ้ำ และด้วยความเร็วของการเดินเท้าของผู้อพยพที่อ่อนล้าเหล่านี้ คาดว่าถ้ารอดชีวิตข้ามเม็กซิโกมาถึงชายแดนอเมริกาได้ ก็คงอีกหลายเดือน อาการประสาทกินของทรัมป์จึงตลกและน่าเศร้าใจไปในคราวเดียวกัน ผู้อพยพกว่า 4,000 คนที่เป็นข่าวนี่มาจากประเทศในอเมริกากลาง ส่วนใหญ่คือ ฮอนดูรัส กัวเตมาลา ซึ่งยากจนข้นแค้นมานานปี อาชญากรรมมากมาย การอาละวาดของแก๊งและข้าราชการฉ้อฉล ทำให้แผ่นดิน
ลัดเลาะริมโขงเที่ยว ‘ถนนคนเดิน’ เวียงจันทน์ สปป.ลาว เวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ไทย เดินทางสะดวกด้วยรถก็ดี หรือเครื่องบินไม่ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เวียงจันทน์ เป็นเมืองที่ยังคงเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่อดีตไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีตึกสูงใหญ่ให้รกหูรกตา แต่มีวัดวาอารามและบ้านช่องอันเป็นเอกลักษณ์ให้ได้เห็น อีกทั้งผู้คนที่นี่ยังใช้ชีวิตสงบเรียบง่ายตามวิถีชีวิต นับว่าเป็นประเทศที่งดงามในสายตาของผู้คนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ หากได้แวะมาเยือนเวลากลางวันทริปของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นการเยี่ยมชมวัด ส่วนกลางคืนจะมีร้านนั่งชิว ร้านอาหารคล้ายไทยให้ได้ผ่อนคลาย มีตลาดถนนคนเดินริมแม่น้ำโขงจำหน่ายสินค้าทั้งของใช้ และของกิน ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่นำเข้ามาจากจีนและเวียดนาม โดยถนนคนเดินจะเริ่มเปิดตั้งแต่ 17.00-22.00 โดยประมาณ มีร้านค้าตั้งเรียงรายในเต้นท์สีแดงทอดยาวไปหลายร้อยเมตร เดินๆ ดูแล้วคล้ายถนนคนเดินของไทยอย่างตลาดนัดจตุจักร ตลาดหัวมุม อยู่เหมือนกัน ดังภาพบรรยากาศนี้
