Exclusive
ไม่บ่อยนักที่จะได้ขนมไทยหาทานยากมาออกบู๊ธอวดความอร่อยตามห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่ แม่แดง- ยุพา วงศ์สิริ วัย 60 ปี เจ้าของร้านครัวทะเล ที่ยังคงอนุรักษ์ขนมโค ขนมไทยโบราณกว่า 100 ปีไว้ ขนมโค เป็นขนมท้องถิ่นทางภาคใต้ แม่แดงเล่าว่า เปิดร้านอาหารครัวทะเลเป็นอาชีพประจำอยู่แล้ว แต่ที่หันมาทำขนมโคเพิ่มอีกอย่างเป็นเพราะอยากอนุรักษ์ขนมไทยไว้ให้เด็กรุ่นหลังได้ทาน ไม่ได้ขายหวังผลกำไร บางคนไม่ได้คิดเผยแพร่แต่ทำขายเพียงหารายได้เท่านั้น แม่แดงเสริมว่า ขนมโคมีลักษณะคล้ายขนมต้มของทางภาคกลาง ต่างกันคือไส้ของขนมต้มจะใช้มะพร้าวผัดผสมน้ำตาลปึก ส่วนไส้ของขนมโคจะเป็นน้ำตาลแว่นที่ได้จากตาลโตนด คลุกมะพร้าวทึนทึกขูดด้วยกระต่าย และเดิมทีขนมโคมีแค่แป้งสีขาว เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยจึงนำมาประยุกต์ใหม่โดยการเพิ่มสีให้น่าทานมากขึ้น สีขาวคือแป้งข้าวเหนียว สีเหลืองผสมฟักทอง สีดำจากข้าวเหนียวดำ ส่วนขั้นตอนการทำที่เห็นจากหน้าร้าน ดูไม่ยุ่งยากอะไร ต้มน้ำให้เดือดใส่ใบเตยเพิ่มกลิ่นหอม ใส่น้ำตาลแว่นบนแป้ง ปั้นให้เป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำ นำไปต้มในน้ำที่เดือดพอดี เมื่อสุกนำมาคลุกน้ำตาลเป็นอันเสร็จ แม่แดง ทิ้งท้ายว่า ขนมโคเป็นขนมทำ
ชาวอินโดนีเซียนั้น ใช้ซีอิ๊วเป็นเครื่องปรุงรสหลักในอาหารเลยทีเดียว โดยมีทั้งซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำรสหวานเรียกว่า “เกอจั๊บ มานิส” (Kecap Manis) ทั้งใช้จิ้ม ใช้ปรุงรส ใช้หมักกับอาหารต่างๆ เช่น หมักปลาแล้วนำไปย่างที่เรียกว่า “อิกัน บาการ์” (Ikan bakar) ซึ่งเคยเขียนถึงไปแล้ว เวลาใส่ซีอิ๊วหวานในอาหาร ใส่ทีก็ไม่ใช่ใส่น้อยๆ แต่จะใส่จนอาหารนั้นมีสีน้ำตาลเข้ม วันนี้ลองมาทำเมนูซีอิ๊วหวานแบบง่ายๆ และถูกปากชาวเรากันดีกว่าค่ะ นั่นคือ ไก่ผัดซีอิ๊วหวาน ที่มีชื่อเรียกว่า “อะยัม เกอจั๊บ” (Ayam Kecap) หรือ อะยัม มาสัก กิจั๊บ (Ayam masak kicap) ก่อนอื่นนำไก่ส่วนที่ชอบ จะเป็นปีก น่อง หรือส่วนอื่นๆ ก็ได้ ถ้าเป็นส่วนที่ชิ้นใหญ่ก็สับเสียหน่อย นำไปหมักกับขิงสับ กระเทียมสับ เกลือ และพริกไทย ทิ้งไว้ในตู้เย็น ระหว่างนี้จะไปทำอะไร เล่นเฟซ เล่นไลน์เพลินๆ ไปก่อนก็ตามสะดวก เมื่อกะว่าเครื่องหมักเข้าเนื้อดีแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากหน่อย รอจนร้อนก็ใส่ไก่ลงไปทอดให้ผิวนอกสุกเหลืองสวยงามก็ตักขึ้นมาพักไว้ เทน้ำมันออกให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย ใส่เนยลงไปผสม ตามด้วยกระเทียมสับ หอมแดงสับ และหอมใหญ่ซอย ผัดจนสุกใสจะได้กลิ่นหอมโช
แม้เหตุการณ์มหาอุทกภัย จะผ่านพ้นไปแล้วหลายปี แต่หลายคนคงยังจำความยากลำบากในครั้งนั้นกันได้ดี ที่หลายบ้าน อาจจำต้องอดทนอยู่ในความมืด เนื่องจากน้ำท่วมสูงถึงหม้อแปลง ไฟฟ้าจึงถูกตัด ไม่สามารถใช้ชีวิตกันได้ตามปกติ ห้วงเวลาดังว่า หลายคนคงคิดในใจว่า ถ้ามี “การไฟฟ้าฝ่ายผลิต” มาครอบครอง เป็นของตัวเอง คงจะดีไม่น้อย และนั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของที่มาของสินค้าน่าสนใจนับจากนี้ กระเป๋าผจญภัย (Survivor Kit) แบรนด์ “บิ๊ก ฟุต” เป็นกระเป๋าที่ออกแบบรูปทรงใหม่และติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่สามารถช่วยชีวิต หรือช่วยให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์คับขันได้ เช่น แผงโซลาร์เซลล์เก็บพลังงานไฟฟ้า ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น “แนวคิดเริ่มต้นในการทำกระเป๋านี้ มาจากคำทำนายเกี่ยวกับภัยพิบัติ ในปี 2012”คุณขนิษฐา นภาวรกุล ผู้บริหารบริษัท โจ เฮาส์ จำกัด กิจการรับผลิตและจำหน่ายกระเป๋าทุกชนิดมานานกว่า 20 ปี เริ่มต้นให้ฟังอย่างนั้น ก่อนย้อนความเป็นมาให้รู้จักกันมากขึ้นว่า เป็นผู้ผลิตกระเป๋าในลักษณะ OEM หรือรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่างๆอยู่หลายปี กระทั่งมีความคิดอยากมีผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นแบรนด์ของตัวเอง ล่าสุดจึง ผุด
ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงในบ้านเรามีศักยภาพ มีการเติบโตต่อเนื่อง และ มีแนวโน้มน่าลงทุนไม่น้อย PET MASTER คือ ธุรกิจภาคบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกริ่นมาแค่นี้หลายท่านอาจคาดว่า คงหนีไม่พ้น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านอาบน้ำตัดขน หรือ ไม่ก็ที่พักโรงแรม ดังเห็นกันอยู่มากมายหลายแบรนด์ หากใครเดาอย่างนั้นต้องขอบอกว่าผิดถนัด เพราะธุรกิจเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ มีการบริการไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้ลมหายใจแล้ว….เท่านั้น! โครงการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง PET MASTER มีหญิงสาวบุคลิกคล่องแคล่ว ร่าเริงเป็นกันอง วัยสามสิบปีกว่า ชื่อ พลอยทราย ภัสสรศิริ เป็นเจ้าของ ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา เธอย้อนความเป็นมาให้ฟัง จบการศึกษาด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนได้รับปริญญาตรีจะต้องทำงานวิจัยส่ง และด้วยความที่กิจการของครอบครัวเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเตาไร้มลพิษทุกประเภท เลยเลือกทำหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่การจัดงานศพสำหรับส่วนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษ ในเขตกรุงเทพฯ หลังเรียนจบออกมา ระหว่างช่วยทำธุรกิจที่บ้าน คิดอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง “เป็นคนชอ
ขนมเปี๊ยะ เป็นขนมอีกชนิดหนึ่งที่ทำขายกันมาก ไม่ว่าจะไปที่ย่านการค้าใด ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า ย่อมเห็นขนมชนิดนี้วางจำหน่าย ขนมเปี๊ยะโดยทั่วไปมันจะใช้วิธีอบ และมีไส้หลักๆ คือหวาน เค็ม ถั่ว ไส้ฟัก ไข่เค็ม แต่ที่เส้นทางเศรษฐี ไปพบมาคราวนี้ ต่างออกไป เป็นขนมเปี๊ยะปิ้ง อีกทั้งมีไส้ให้เลือกมากมาย ไม่จำกัดอยู่แค่ถั่ว ฟัก ไข่เค็ม แต่เป็นไส้ที่เจ้าของบอกว่า เป็นอาหารคาว เช่น หมูแดง กะหรี่ไก่ เป็นต้น คุณลำแพน เสถียร วัย 36 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า มีหน้าร้านอยู่ที่ 78/2 ม.1 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ใช้ชื่อว่า ขนมเปี๊ยะปิ้งบ้านพะยูน เหตุที่นำมาปิ้ง ก็เนื่องจากเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง “ขนมเปี๊ยะปกติ มีแบบอบ และทอด แต่แบบปิ้งยังมีน้อย ส่วนไส้ ในท้องตลาดก็จะมีไส้หวาน ถั่ว เผือก เราสร้างความแตกต่าง ไส้หมูแดง และกะหรี่ไก่” ส่วนช่องทางการขาย ขายในแหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง รวมทั้งขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี ไลน์ เมื่อลูกค้าสั่งแล้ว ก็ส่งทางไปรษณีย์ ไปรษณีย์เอกชน รถไฟ รถทัวร์ เรียกว่าใช้ทุกช่องทาง “ที่บ้าน ปกติทำเบเกอรี่ได้หมด เมื่อก่อนเราทำซาลาเปาไส้หมูแดง อร่อย ก็เลยปรับมาทำเป็นขน
“ทองม้วน” ขนมไทยโบราณ ที่ปัจจุบันยังพอหารับประทานได้ไม่ยากนัก และด้วยความเป็นสินค้า “รู้จักกันดี” ในหมู่ผู้บริโภค จึงมีคนทำออกมาขายกันค่อนข้างมาก นับดูเล่นๆ เห็นมีอยู่นับสิบเจ้า ใครถูกปากร้านไหน เลือกอุดหนุนกันได้ตามแต่อัธยาศัย ในขณะฟาก “คนขาย” อาจหนักใจไม่น้อย เพราะคู่แข่งมีมาก หากอยากให้สินค้าในแบบของตนถูกนึกถึงเป็นอันดับต้น การหา “จุดเด่น” จนเป็นจุดขายเฉพาะตัว จึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ารสชาติที่ต้อง กลมกล่อม…อร่อยติดลิ้น “ทองม้วนแม่เล็ก” เป็นร้านขนมที่ชื่อเสียงไม่เล็กเหมือนชื่อ ตั้งอยู่ในตลาดแห่งอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และถึงแม้จะมีสินค้าหลักเป็นของทานเล่นมีมาแต่นมนาน แต่ “ลุกส์” ของร้านอาจแปลกตาถึงขั้นเหนือความคาดหมายของใครหลายคน “อยากเปลี่ยนภาพของทองม้วน ที่หลายคนมองเป็นแค่ขนมธรรมดาไปเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเมื่อเดินเข้ามาในร้านแล้ว ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกเหนือความคาดหมาย…สักนิดนึงก็ยังดี” นี่คือความตั้งใจในเบื้องแรกของเจ้าของกิจการ ช่วงเวลางานในร้านไม่ยุ่งเหยิงมากนัก คุณเล็ก-วันทนา เก่งทอง เจ้าของกิจการ “ทองม้วนแม่เล็ก” กรุณาปลีกตัวมานั่งพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้ม
คุณโจ้-วิศรุต สุคนธ์พงเผ่า ผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจเต้าหู้กรอบ “โยฟุ-YOFU” ขนมขบเคี้ยวจากเต้าหู้ 100% เล่าให้ฟัง จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาการเงินและบริหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อและการตลาด เพื่อหาประสบการณ์ หลังจากทำงานได้ประมาณ 1 ปี ได้รับแรงบันดาลใจจากนักธุรกิจหลายท่าน จึงตัดสินใจลาออกและมาประกอบธุรกิจส่วนตัว “เรียนจบแล้วทำงานประจำอยู่ 1 ปีลาออกมาเพราะอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เสี่ยงออกมาทำ ทำธุรกิจเทรดดิ้งไม่ประสบความสำเร็จ เจ๊งไป 2 รอบแต่ไม่ท้อ เคยตั้ง บริษัท ชามิลโก้ จำกัด สร้างแบรนด์ชานมไข่มุก แต่ตลาดมีการแข่งขันสูงจึงต้องปิดตัวลง แต่ยังไม่ยอมแพ้ พยายามเริ่มธุรกิจใหม่ คิดค้นวิธีการผลิตเต้าหู้กรอบ ตั้ง บริษัท โกจิโซ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ไปพร้อมกับสร้างแบรนด์ ชื่อ “โยฟุ-YOFU” ขนมขบเคี้ยวจากเต้าหู้ 100%” คุณโจ้ เล่าต่อว่า การลงทุนทำธุรกิจรอบที่สามในแบบของเขานั้น อยากทำขนมขบเคี้ยวมีประโยชน์ ราคาไม่แพงมาก ให้คนทั่วไปได้ทาน แต่ตอนที่เริ่มทำโยฟุ สิ่งที่เจอ คือ ปัญหาของเต้าหู้ ที่เก็บไว้ได้ไม่นาน เลยหาทางทำให้เก็บได้นาน หาทานเมื่อไหร่ก็ได้ สะดวกขึ้
จากธุรกิจขายส่งข้าวแต๋นกว่า 10 ปี วันนี้แบรนด์ ติกกี้ไรซ์ ข้าวแต๋น…อร่อยมาก กลายเป็นข้าวแต๋นเงินแสน ด้วยฝีมือการสร้างแบรนด์จาก คุณเจี๊ยบ-รุจิรา สิงห์ทอง วัย 35 ปี ดีกรีปริญญาโท 2 ใบ และเป็นผู้จัดการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เธอไม่ทิ้งเวลาว่างหางานเสริมทำเพิ่มคู่ไปกับงานประจำ คุณเจี๊ยบ เล่าว่า ที่บ้านทำข้าวแต๋นขายมา 10 ปีแล้ว แต่เป็นเพียงการขายส่งไม่ได้ติดแบรนด์อะไร ช่วงที่ทำงานประจำนำข้าวแต๋นไปฝากเพื่อนที่ออฟฟิศ หลายเสียงชอบรสชาติชมว่าอร่อย จึงคิดว่าน่าจะทำควบคู่กับงานประจำได้ เกิดเป็นแบรนด์ชื่อ เจี๊ยบ ข้าวแต๋น แต่ยังไม่ลงแรงอะไรมาก ทำขายอยู่เพียง 1 ปีตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง ขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่แล้วธุรกิจที่คิดว่าไปได้ดี กลับมาสะดุดช่วงน้ำท่วม เพราะเจ้าของร้านที่ให้เช่าพื้นที่ นำที่ไปปล่อยเช่าให้ร้านอื่น คุณเจี๊ยบจึงเปลี่ยนมาขายส่งแทน ติดต่อวางสินค้าตามร้านอาหาร ได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่ร้าน แต่การขายส่งใช่ว่าจะดี เพราะติดปัญหาคือบางร้านสินค้าขายไม่ดีทำให้ข้าวแต๋นถูกเก็บไว้นานมาตรฐานสินค้าเรื่องรสชาติอาจไม่เหมือนเดิม จึงเลิกติดแบรนด์ไปหันกลับมาทำง
บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ “ซัยโจ เด็นกิ” ที่ยืนหยัดอยู่ในตลาดมานานกว่า 30 ปี มีเจ้าของเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ชื่อว่า คุณสมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ “ปีที่แล้วยอดขายของซัยโจ เด็นกิ อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท มาปีนี้แทนที่จะเติบโตแตะ 2,000 ล้านบาท แต่เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยรวมไม่ดี ยอดขายจึงตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มลูกค้าในประเทศ 85 เปอร์เซ็นต์ ต่างประเทศ 15 เปอร์เซ็นต์”คุณสมศักดิ์ เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และขอชี้แจง กรณีก่อนหน้านี้ มีกระแสความไม่พอใจบริการหลังการขายของแอร์ซัยโจ เด็นกิ จากลูกค้าบางส่วน ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์ว่า เรื่องบริการหลังการขาย ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าปวดหัวพอสมควร เพราะว่าซัยโจ เด็นกิ ใช้ระบบการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย แต่พร้อมจะเข้าไปดูแลให้ผู้ซื้อโดยตรงกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับอันเนื่องมาจากความบกพร่องจากการผลิต ขณะเดียวกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ซื้อร้อยละเก้าสิบห้านั้น เกิดจากการต
วันก่อนเส้นทางเศรษฐีมีโอกาสได้ไปพบกับร้านขนมเบื้องร้านหนึ่ง ลูกค้าต่อคิวยาวทั้งชายและหญิง ซื้อกันคนละสิบยี่สิบบาท อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปต่อคิวเป็นลูกค้าอีกราย แม่ทิพย์-สมพงค์ สุวรรณศรี เจ้าของร้านขนมเบื้อง วัย 51 ปี เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า ขายขนมเบื้องมาร่วม 25 ปี เรียนรู้สูตรจากเพื่อนที่รู้จัก และดูวิธีทำเพียงครั้งเดียว ด้วยความที่เป็นแม่ค้าอยู่แล้วจึงเรียนรู้เร็ว กลับมาหัดทำด้วยตัวเอง จนสามารถเปิดร้านขายเองได้ เจ้าของร้านคนเก่ง ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อก่อนขายแผ่นใหญ่เหมือนร้านอื่น ภายหลังต้นทุนวัตถุดิบราคาสูงขึ้นจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขายด้วยการเปลี่ยนมาทำไซซ์มินิแทน แต่คุณภาพไม่ได้ลดลง ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม จุดเด่นของร้านแม่ทิพย์ อยู่ที่ไซซ์มินิพอดีคำ วนแป้งบนเตาขนาดใหญ่ได้ถึง 200 ชิ้น ต่อ 1 ครั้ง ไม่ใส่ครีมเยอะ มีไส้หวานและเค็มเหมือนร้านขนมเบื้องทั่วไป ส่วนรสชาติ แม่ทิพย์ เล่าอย่างถ่อมตัวว่า อร่อยเหมือนร้านอื่นๆ แล้วแต่ลูกค้าชอบ จุดเด่นอีกอย่าง คือ ไม้แซะ ที่แม่ทิพย์และสามีช่วยกันคิดค้นขึ้นมาเพื่อย่นเวลาในการขาย เมื่อขนมเบื้องสุกได้ที่ใช้ไม้แซะๆ ขึ้นจากเตาได้ทีละ 3 แผ่น รวดเร็วทั
