Exclusive
หลัง 2475 “อาหารจานเดียว” กินเพื่อความเท่าเทียม สลายค่านิยม และการแบ่งชนชั้น “การกินอาหารในยุคก่อนปฏิวัติมีความเป็นชนชั้นกำกับ แต่หลัง 2475 มันเปลี่ยนไป” หากพูดถึงเรื่องอาหารการกิน ได้มีการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมอาหาร อันเป็นผลพวงมาจากความเปลี่ยนแปลงในการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ที่ทำให้อาหารที่เป็นการแบ่งแยกชนชั้น ค่อยๆ กลายเป็นครัวสมัยใหม่ เปิดกว้างมากขึ้น เน้นย้ำความเท่าเทียมและหลักโภชนาการ อาหารการกินก่อน พ.ศ. 2475 เป็นอาหารทางชนชั้น ซึ่งชนชั้นสูงจะกินอีกแบบหนึ่ง ชนชั้นล่างจะกินอีกแบบหนึ่ง ชนชั้นแรงงานหรือชาติพันธุ์ ก็จะมีอาหารเป็นของตนเอง อาหาร จะเป็นตัวแสดงออกถึงชนชั้นหรือสถานะของคนกินอีกด้วย ดังนั้น เป้าหมายของคณะราษฎร คือต้องการทำให้ชนชั้นของอาหาร หายไปจากสังคม ผศ.ดร.ชาติชาย มุกสง เจ้าของผลงาน “ปฏิวัติที่ปลายลิ้น” ได้กล่าวบนเวที “เสวนา ศิลปวัฒนธรรมสเปเชียล” ที่งานสโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล “๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์” ในหัวข้อ “เมนูสร้างชาติ ราษฎรยุค 2475” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2566 ไว้ว่า “สมัยก่อนจะมีสำรับกับข้าว ชนิดที่เรียกว่า ต้ม ผัด แกง ทอด ตำน้ำพริก มีข้าวเป็นอาหารหลักอยู่ตรงกลาง
“ศิลปวัฒนธรรม” ชวนรื่นเริง “พลวัตวันชาติ” เสพประวัติศาสตร์ครบรส ทั้ง “ทอล์ก-ฟู้ด-บุ๊กแฟร์-บันเทิง” 21-22 มิ.ย. นี้ ที่มติชนอคาเดมี สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์ “พลวัตวันชาติ” จัดเต็มพลังวัฒนธรรมกับกูรูประวัติศาสตร์ “ชาญวิทย์-ธงชัย-ชาตรี-ณัฐพล” ร่วมด้วย “ศิโรตม์-พรรณิการ์” เสริมทัพด้วย “อรุณ-สะอาด” นักวาดการ์ตูนมากฝีมือ ที่มาพร้อม “หนุ่มเมืองจันท์” พิธีกรขวัญใจมหาชน ชวนดูหนังกับ “เอส คมกฤษ” ผู้กำกับร้อยล้าน ฟังเพลงบรรเลงยุค 70 เอาใจคอประวัติศาสตร์ไปอีกขั้นกับ “เปิดคลังหนังสือประวัติศาสตร์” โดย 6 สนพ. ชื่อดัง พร้อมอิ่มอร่อยจุใจกับเมนูเด็ดจากร้านระดับมิชลิน ไกด์ 21-22 มิถุนายนนี้ เวลา 10.30-18.30 น. ที่มติชนอคาเดมี เข้าร่วมฟรี! เมื่อ “วันชาติ” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2482 คืองานที่ทุกคนมารื่นเริงบันเทิงใจ อบอวลด้วยความสุขของผู้คนทุกชนชั้น ศิลปวัฒนธรรม ผู้นำคอนเทนต์ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงร่วมกับ สำนักพิมพ์มติชน และ เส้นทางเศรษฐี ทั้งหมดภายใต้ “เครือมติชน” จัด สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์ “พลวัตวันชาติ” ต่อยอดความสำเร็จของงาน “
เมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน อาชีพเสริม สร้างรายได้ มากกว่าเงินเดือน ใครหลายๆ คนคงรู้จัก เมี่ยงคำ ที่มีส่วนผสมหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ใบชะพลู เนื้อมะพร้าวคั่ว มะนาว หอมแดง ขิง กุ้งแห้ง พริก ถั่ว น้ำเมี่ยง ซึ่งทุกอย่างต่างให้ประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น หลายคนเคยกินเมี่ยงที่ใช้ใบชะพลูในการห่อกันมา แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอ เมี่ยงกลีบบัว ที่ใช้กลีบบัวหลวงแทนใบชะพลู ซึ่งมีความอร่อยลงตัวเป็นอย่างมาก จากร้าน เมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน คุณอ้วน-อ้อมจันทร์ พรายพรรณ เจ้าของร้านเมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวกว่าจะเป็นเมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน ต้องเจออะไรมาบ้าง และต้องผ่านอะไรมามากมาย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน ที่คิดอยากจะลองทำอะไรสักอย่างโดยใช้สิ่งที่มีอยู่รอบๆ ตัว อย่างที่คุณอ้วนทำ จุดเริ่มต้นของเมี่ยงกลีบบัว จุดเริ่มต้นของการทำเมี่ยง ต้องบอกว่า เธอได้ทำกินเล่นอยู่เป็นประจำกับครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งตอนแรกก็ใช้ใบทองหลาง ใบชะพลูปกติ แต่ด้วยแฟนของเธอเป็นคนต่างจังหวัด และกินกลีบบัวจิ้มน้ำพริกเป็นปกติอยู่แล้ว ประกอบกับเธอชอบดอกบัวเป็นทุน วันหนึ่งได้นำกลีบบัวมากินกับเมี่ยงคำแล้วเห็น
ประสบความสำเร็จล้นหลาม ‘Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย’ สร้างรายได้สู่ชุมชนกว่า 1 ล้านบาท ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับอีเวนต์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ‘Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย’ ผลงานการร่วมมือครั้งสำคัญ ฺBEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วง ผนึกกำลังกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน สร้างความสุขให้กับประชาชนด้วยการพาย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัย ทวารวดี สุโขทัย และอยุธยา ตลอดจนตามล่าหาเมนูอาหารย้อนยุค เพลิดเพลินไปกับหนังสือเชิงประวัติศาสตร์ และตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการแสดงชั้นสูงที่หาชมยากอย่าง โขนโรงใน รามเกียรติ์ แบบเต็มอิ่ม ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14-16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล รองอธิบดีกรมศิลปากร, นางสาวฤทัยวัลคุ์ มโนสา ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, นางสาวจิรนันท์ วรจักร ผู้ช่วยผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จ
ทิ้งเงินเดือนหลายหมื่น เปิดร้านอาหารใต้ รายได้ดี ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร ที่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่ชื่อว่า “ร้านหนมจีนอุบลราชธานี” ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับการตกแต่งแบบร้านอาหาร สร้างบรรยากาศแตกต่างจากร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่มาปักหลักขายให้กับคนอีสาน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ติดต่อพูดคุยกับ คุณธชพล ณ นคร เจ้าของร้าน ได้ความว่า เขามีคุณพ่อเป็นคนมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่งงานกับคุณแม่ ซึ่งเป็นคนอุบลฯ คุณแม่ มีฝีมือในการทำอาหารปักษ์ใต้ ได้สูตรและเรียนรู้การทำมาจากญาติทางฝั่งคุณพ่อ และมักทำให้รับประทานเสมอๆ จึงเกิดแนวคิดเปิดร้านอาหารปักษ์ใต้แนวร้านขนมจีนเมืองคอน ที่เมืองอุบลฯ “ปกติอาหารอีสานจะมีรสชาติจัดจ้าน ผมคิดว่า อาหารปักษ์ใต้ที่มีรสเผ็ดร้อนก็น่าจะถูกปากคนอีสาน อีกทั้งจะได้เปลี่ยนบรรยากาศการกินอาหารหลายๆ รูปแบบ” ร้านแห่งนี้ เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2549 ที่ผ่านมา ได้ผลตอบรับดีเกินคาด “ที่ว่าได้ผลตอบรับดีเกินคาดเพราะไม่คิดว่า คนอีสานจะชอบกินอาหารใต้ รวมทั้งคนใต้ในพื้นที่ด้วย ช่วงแรก ก็กระท่อนกระแท่นนิดหน่อย ยอดขายไม่ค่อยดี
ตกงาน 2 ปี ตั้งหลักได้ ขอไปขายแรงต่างแดน ค่าตอบแทน-สวัสดิการ ดีกว่า การทำงานในต่างประเทศ เป็นความฝันของใครหลายคน ขอเพียงมีโอกาสก็พร้อมที่จะคว้าไว้ งานบริการลูกค้าที่อาศัยไหวพริบและทักษะ ความยากของภาษาที่ต้องฝึกฝน พร้อมอุปสรรคแวดล้อมที่ต้องเจอ เราจึงต้องเรียนรู้ และพยายามอย่างไม่ย่อท้อ สิ่งเหล่านั้นจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ เช่นเดียวกับ แอมมี่-ธนสิตา แสงประทีป ผู้ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ปัจจุบันทำงานแผนกบริการอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมริดเจส เวิลด์สแควร์ (Rydges World Square) ประเทศออสเตรเลีย แอมมี่ เล่าเส้นทางการทำงานให้ฟังว่า ตอนเลือกเรียนสาขาการจัดการโรงแรมและภัตตาคาร มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่าประเทศไทย เด่นในเรื่องของการท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรมเติบโตค่อนข้างเยอะ อีกทั้งเป็นอาชีพที่รายได้ดีในระดับหนึ่ง แต่หลายคนมองภาพงานบริการเป็นงานใช้แรง ได้เงินเดือนน้อย ซึ่งความจริงกลับตรงกันข้าม รู้เพียงว่าอาชีพนี้คงไม่ตกงาน หลังเรียนจบเป็นช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ไม่นาน เริ่มต้นทำงานโรงแรมในประเทศไทย ศึกษาและวางแผนไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา เส้นทางความฝันที่อยากทำงานในต่างประเทศไม่ได้เริ่มต้นสวยหรู แต่เก
หมวก-รองเท้านินจา ฝีมือวัยเก๋าไอเดียไม่มีแก่ สร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้สูงอายุมีรายได้ ไม่เหงา ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นับวันคนชราจะมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งในชุมชนท้องถิ่นหลายแห่ง คนที่เหลืออาศัยอยู่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย เพราะหนุ่มสาวต้องเข้ามาต่อสู้ดิ้นรนทำงานในเมือง แนวทางส่งเสริมสร้างอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุได้ทำงานในท้องถิ่นบ้านเกิดเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ดังนั้น SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย พร้อมเคียงข้างสนับสนุนกิจการ หจก.ชิงชัยเจริญทรัพย์ ผู้ผลิตหมวกใช้ในการเกษตร และรองเท้าใช้ในการเกษตร หรือ “รองเท้านินจา” ที่แรงงานผลิตทั้งหมดล้วนเป็นวัยเก๋า นอกจากจะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ เพื่อจุนเจือครอบครัวแล้ว ยังทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่า ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต นำไปสู่สังคมแห่งความสุข เจ้าของกิจการ หจก.ชิงชัยเจริญทรัพย์ จ.พะเยา คือ คุณลุงชิงชัย ทวนทอง หนุ่มใหญ่วัยเก๋า ใบหน้าเปื้อนยิ้ม เล่าอย่างอารมณ์ดีให้ฟังว่า พื้นเพเป็นหนุ่มเมืองสุพรรณ ประกอบอาชีพช่างเย็บรองเท้ามาตั้งแต่อายุ 16 ปี ชีวิตพลิกผันต้องย้ายถิ่นฐาน เมื่อมามีครอบครัวอยู่ที่ จ.พะเยา ด้วยความที่คุณลุงชิงชัย เป็นคนขยัน
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไขกุญแจสู่ความสำเร็จ จากเงิน 100 ดอลลาร์ สู่นักลงทุนระดับโลก มีทรัพย์สินกว่า 118,000 ล้านดอลลาร์ การทำธุรกิจ อาจจะต้องดูบุคคลที่เขาประสบความสำเร็จแล้วมาเป็นตัวอย่าง เพื่อพัฒนาตนเองและต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาชวนทำความรู้จักกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในโลกตลอดกาล วอร์เรน บัฟเฟตต์ เริ่มขายของเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนอายุ 11 ขวบ ได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งถือว่ายังมีอายุน้อยมากๆ ก่อนที่เขาจะเข้ามหาวิทยาลัย เขาสามารถสร้างรายได้ถึง 5,000 ดอลลาร์ จากธุรกิจที่เขามีอยู่ทั้งหมด ตอนนั้นเขาเป็นลูกจ้างในบริษัท Berkshire Hathaway (เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์) ต่อมาได้ซื้อหุ้น และปัจจุบันเขากลายเป็นเจ้าของบริษัท และ เข้าซื้อและถือหุ้นของบริษัทต่างๆ อีกมากมาย ปัจจุบัน วอร์เรน บัฟเฟตต์ ในวัย 93 ปี ถือว่าเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 5 ของโลก ที่จัดอันดับโดย นิตยสาร Forbes ถือครองสินทรัพย์รวม 118,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.3 ล้านล้านบาท ซึ่ง
ลูกสาวคนเล็ก งัดความรู้ ต่อยอดโต๊ะจีนจัดเลี้ยงของพ่อ เป็น โต๊ะจีนดีลิเวอรี่ มีงบหลักพันก็สั่งได้ 3 ปีแห่งการปรับเปลี่ยน จากโต๊ะจีนจัดเลี้ยงสู่โต๊ะจีนดีลิเวอรี่ โดยลูกสาวคนเล็กของบ้าน “คุณฑิฆัมภรณ์ คงสบาย หรือ กิ๊กซี่” วัย 31 ปี เธอเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส หลังธุรกิจครอบครัวเผชิญพิษโควิด มีวัตถุดิบเก็บสต๊อกไว้มากมาย แต่ไม่มีงานจ้าง การปรับตัวมาทำโต๊ะจีนดีลิเวอรี่ ‘ครัวโต๊ะจีน สมศักดิ์ โภชนา (โพธิ์แจ้) by ลูกสาวคนเล็ก’ จึงเริ่มขึ้น โดยใช้ความรู้จากปริญญาตรีด้านฟู้ดไซน์ ปริญญาโทการบริหารจัดการธุรกิจอาหาร รวมทั้งทักษะความรู้ด้านการตลาดจากงานประจำมาประยุกต์ใช้ ครอบครัวคุณกิ๊กซี่ ทำธุรกิจโต๊ะจีนจัดเลี้ยงมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ในปี 2549 และเป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยเริ่มต้นจากการเป็นพ่อครัวโต๊ะจีน เมื่อสั่งสมประสบการณ์มานาน 4-5 ปี ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกตัวออกมาทำธุรกิจของตัวเอง และดูแลครอบครัวด้วยธุรกิจโต๊ะจีน โดยกู้เงินหลายล้านบาทมาลงทุน พร้อมตีตลาดใหม่ และเริ่มให้คุณกิ๊กซี่เข้ามาช่วยงานตั้งแต่อายุ 12 ปี ด้วยหน้าที่เล็กๆ คือ โรยผักชี ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งกิจกรรมการเรียน ตั้งแต่นั้นมา คุณกิ๊
น้ำพริกกากหมู ของทำง่าย ขายออนไลน์อันดับ 1 บอกทั้งสูตร วิธีคิดต้นทุน ของทำง่ายขายออนไลน์อันดับ 1 เห็นทีจะไม่พ้นพวกน้ำพริก เพราะวิธีทำไม่ยุ่งยากมาก สูตรต่างๆ มีเปิดเผย เก็บได้นาน ต้นทุนอาจจะไม่ต่ำนัก แต่ขายได้ราคาดี น้ำพริกยอดฮิต น่าจะเป็นน้ำพริกกากหมู ถ้าเป็นของแพร่เขาเรียก น้ำพริกน้ำย้อย ซึ่งจริงๆ แต่เดิมไม่มีกากหมู เป็นน้ำพริกแห้งๆ มีส่วนผสมของหอมเจียว กระเทียมเจียว พริกป่น ปรุงรสด้วยผงปรุงรส เกลือ ต้นกำเนิดมาจากอำเภอลอง จังหวัดแพร่ เขาเอาน้ำพริกนี้ไว้กินกับขนมจีนน้ำย้อย น้ำพริกเลยได้ชื่อน้ำย้อยไปด้วย ที่ได้ชื่อน้ำย้อยเพราะการทำขนมจีนต้องซาวขึ้นมาจากน้ำเลยมีน้ำย้อยหยดมาตามเส้น เขาว่าอย่างนั้น แต่ตอนหลังพอเอ่ยชื่อน้ำพริกน้ำย้อยขึ้นมา คนทั่วไปจะนึกถึงน้ำพริกกากหมูแห้งๆ รสเผ็ดเค็มหวาน เอาไว้คลุกข้าว น้ำพริกกากหมูแบบน้ำย้อย เป็นน้ำพริกที่ใช้เครื่องปรุงแห้งๆ จึงทำให้น้ำพริกออกมาแห้งเก็บได้นาน อีกแบบหนึ่งจะมีส่วนผสมของน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เคี่ยวทำให้น้ำพริกที่ได้มีความเหนียวหน่อยๆ เก็บได้นานเช่นกัน น้ำพริกกากหมูแบบแห้ง พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 5 กรัม หอมเจียว 30 กรัม กระเทียมเจียว
