Exclusive
“อาตี๋รีวิว” จากพ่อค้าเคสโทรศัพท์ตลาดนัด สู่อินฟลูฯ TikTok สร้างยอดขาย 21 ล้านบาท ใน 1 ไลฟ์! หลายสัปดาห์ก่อนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีคนไทยที่ไหนทำบนแพลตฟอร์ม TikTok ในระยะเวลา 7 ชั่วโมง สามารถทำยอดขายถึง 10 ล้านบาท และไม่กี่ชั่วโมงต่อมายอดเงินที่ว่าก็ขยับเป็น 21 ล้านบาท ใครกันที่จะมีพลังขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่ ตี๋โอ-วุฒิพงษ์ ลิขิตชีวัน ‘อาตี๋รีวิว’ ตี๋โอ เล่าว่า การขายของให้ได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะความน่าเชื่อถือ คือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ อีกทั้งเรื่องที่เราต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจง่ายอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นอีกสักหน่อย เขาเป็นเพียงแค่พ่อค้าขายเคสโทรศัพท์คนหนึ่งเท่านั้นเอง “ยุคนั้นเคสมือถือฮอตมากเลยอยากลองเอามาขายบ้าง ลองสั่งเคสจากเมืองจีนมา ขายตามตลาดนัด ขายได้ประมาณ 3 เดือน ก็เจอผู้ชายคนหนึ่งทักมาว่า ‘น้องของที่น้องขายถูกลิขสิทธิ์ป่ะเนี่ย’ กลายเป็นว่าเราก็อ้ำๆ อึ้งๆ ตอบไม่ได้ เเล้วเขาก็บอกว่ารู้ไหมมันผิด เรารู้สึกว่าหลังจากนี้เรามาขายไม่ได้แล้วคงต้องทำอย่างอื่น” หลังจากการโดนเตือนตอนนั้นเรามาทำอะไรต่อ? “ทำเพจคู่รักเหมือนเพจ “คนอะไรเป็นแ
โลกเปลี่ยน ลุงรงค์ปรับ ต่อยอดขายลูกชิ้นหมูหัน วันแรกยอดพุ่ง 5 ชม. 70 กิโล! ส่งต่อรายได้ญาติพี่น้อง “ทุกวันนี้เราต้องเป็นไปตามโลก โลกเราทุกวันนี้เป็นยังไง เราไม่ใช่ถือว่า กูเก่ง กูแจ๋ว กูทำอะไรก็ได้ ไม่ใช่อย่างนั้น” ลุงรงค์ กล่าวอย่างนั้น วันนี้เป็นอีกหนึ่งวัน ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักแสดงมากฝีมือ โดยไม่ได้มาคุยกันในมุมของการแสดง แต่จะได้เห็นในมุมของนักธุรกิจที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อย่าง ลุงรงค์-จตุรงค์ พลบูรณ์ หรือที่รู้จักกันในนาม จตุรงค์ มกจ๊ก นักแสดงมากฝีมือ ที่มีบทบาทการแสดงมากมาย อยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่า 40 ปี นอกจากอาชีพนักแสดงตลก พิธีกร นักร้องเพลงลูกทุ่ง นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์ ยังมีอีกหนึ่งอาชีพที่ลุงรงค์ทำ นั่นคือการสวมบทบาทเป็นนักธุรกิจร้านอาหาร ที่เป็นที่รู้จักกันในนาม ครัวลุงรงค์ และเมนูอย่าง น้ำพริกเผาผสมสามชั้นทอดน้ำปลา ล่าสุดกับธุรกิจ ลูกชิ้นหมูหัน ที่ต่อยอดไอเดียมาจากเมนูหมูหันครัวลุงรงค์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทราบถึงความเป็นมา ว่าอะไรที่ทำให้ลุงรงค์หันมาเริ่มต้นทำธุรกิจเหล่านี้ และไอเดียในการต่อยอดเป็นธุรกิจอื่นๆ จา
หมูกรอบ สร้างอาชีพ พ่อค้าตลาดนัดปิ๊งไอเดียทำขายส่ง ขายได้สูงสุด 300 กิโลต่อวัน “เราเข้าใจพ่อค้าแม่ค้า เข้าใจความยากของการมีชีวิตที่ต้องออกไปหาเงิน เลยนึกถึงสินค้าของเรา คือหมูกรอบ จะทำยังไง ให้สามารถส่งต่ออาชีพให้คนได้” คุณหน่อง-ศิลปชัย ไพรวรรณ์ เจ้าของ Thebest_mookob เล่าถึงแนวคิดการทำหมูกรอบสำเร็จรูป ขายส่งให้คนทั่วไปนำไปสร้างอาชีพ ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ คนเดียวก็สามารถทำได้ โดยปัจจุบันมีออร์เดอร์สูงสุด 300 กิโลกรัมต่อวัน เดิมทีคุณหน่องเปิดร้านสถานีข้าวต้มแห้ง ที่ตลาดรถไฟ ศรีนครินทร์ ซึ่งขายดีมาก มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนไม่ขาด แต่เปิดได้ 1 ปี ก็ต้องปิดตัวลง เพราะโควิดระบาด ทีมงานหลายคนต่างแยกย้าย ส่วนคุณหน่อง กลับมาทำอาชีพขายส่งบรรจุภัณฑ์ แต่ก็เป็นช่วงที่มีหลายเรื่องรุมเร้า ทั้งภาระค่าใช้จ่าย บ้าน รถ ไหนจะหนี้สินที่กู้ยืมมาเพื่อหวังลงทุนกับไม้ด่าง กล้วยด่าง ทำให้เงินส่วนตัวที่เก็บไว้ไม่มีเหลือ ทองที่เคยมีก็หมดไปด้วย ทำให้คุณหน่องต้องหาอาชีพเสริมเพิ่มอีกทาง เขาเลือกหยิบหมูกรอบ หนึ่งในเมนูของร้านสถานีข้าวต้มแห้งออกขายเป็นเมนูเดี่ยว เพราะมองว่าขายง่าย ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ “ผมไปขา
ขยัน มีวินัย ต้องได้ดี หมอฟัน-ตำรวจ-เจ้าของคลินิก อาชีพสุดภูมิใจ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักทันตแพทย์รุ่นใหม่ไฟแรงที่ดีกรีของเขาไม่ธรรมดา นั่นก็คือ ร.ต.อ.ทพ.ราชภัฏ ขอมปรางค์ หรือ หมอแซก ศิษย์เก่าวิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต รุ่นที่ 9 ที่สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ปัจจุบันเป็นเจ้าของคลินิก Dr.Sax Dental Clinic ย่านลาดปลาเค้า และรับราชการตำรวจอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ “ย้อนไปช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ผมได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ ว่ามีหลักสูตรที่ไหนบ้างที่เปิดสอนคณะทันตแพทยศาสตร์ในประเทศไทย ซึ่งพบว่าวิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ ม.รังสิต มีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และคณาจารย์ มีความเพียบพร้อมที่จะผลิตทันตแพทย์ออกสู่สังคม” หมอแซก ย้อนความหลัง ก่อนบอก สำหรับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนักศึกษาทันตแพทย์ค่อนข้างเรียนหนักมาก ทุกครั้งหลังเลิกเรียนต้องมีการทบทวนบทเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือและทำกิจกรรมกับเพื่อนหลังเลิกเรียน รวมไปถึงอ่านหนังสือเพื่อทบทวนบทเรียน ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่เรียน เพื่อนๆ ในสังคมม.รังสิต เป็นสังคมที่ดี ช่วยกันเร
เผ็ดมาร์ค กะเพราเจ้าดังย่านเอกมัย พัฒนาสูตร 1 ปีเต็ม มุ่งหวังครองใจชาวโลก “เราอยากให้โลกรู้ครับ ว่าเมืองไทยเนี่ย ไม่ได้มีเมนูขึ้นชื่อ แค่ผัดไทยกับต้มยำกุ้ง” ในย่านเอกมัย แหล่งรวมร้านอาหารสุดฮิป ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลายประเภท แต่มีร้านหนึ่งที่โดดเด่นสะดุดตา จากการแต่งร้านด้วยสีแดงตัดกับสีเหลือง และความยาวของแถวที่ต่อคิวล้นออกมานอกร้าน นั่นคือ “เผ็ดมาร์ค” ร้านกะเพราเจ้าดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย เผ็ดร้อน และวัตถุดิบชั้นดี มีคุณภาพ จุดเริ่มต้นของ “เผ็ดมาร์ค” เผ็ดมาร์ค ก่อตั้งขึ้นโดยแพชชันของทั้ง 4 คน ได้แก่ คุณ Mark Wiens (มาร์ค วีนส์) ที่เป็นยูทูบเบอร์ชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก คุณเทพ-พงศ์เทพ อนุรัตน์ ดารา นักแสดงชื่อดัง ที่หลายคนคงเคยเห็นหน้าผ่านตากันมาไม่มากก็น้อย เพราะเป็นดาราที่เล่นอยู่ในหนังร้อยล้านเยอะมาก เชฟกิ๊ก-กมล ชอบดีงาม เป็น Celebrity Chef ที่เป็นเจ้าของร้านเลิศทิพย์ วังหิน และสุดท้าย ITAN หรือ คุณแทน-กิตติเดช วิมลรัตน์ นักวิจารณ์อาหาร นักชิม อินฟลูฯ เกี่ยวกับอาหาร ที่ในวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยและสัมภาษณ์ ถึงจุดเริ่มต้นในการทำร้านเผ็ดมา
เปิดเคล็ดลับ รับทรัพย์เฉลี่ยวันละหลักหมื่น “ขายหอยแครงบนคอนโด” ธุรกิจของสาว 27 ทิ้งชีวิตวัยรุ่นมาสร้างตัว “เรายอมทิ้งชีวิตวัยรุ่นมาสร้างเนื้อสร้างตัว ตอนนี้มันสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว อยากขอบคุณตัวเองมากๆ ที่ไม่ล้มเลิก” คำบอกเล่าของ คุณเปิ้ล-กันติกา หงษาไชย อายุ 27 ปี เธอตัดสินใจสร้างธุรกิจส่วนตัวหลังเรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เริ่มต้นด้วยธุรกิจร้านยำก่อนเจอกับคำว่า “เจ๊ง” และสู้ต่อด้วยธุรกิจขายหอยแครงบนคอนโด ที่ทำด้วยความตั้งใจและซื่อสัตย์ เปิดร้านยำ หลังเรียนจบ “หลังเรียนจบ เราต้องตัดสินใจว่าจะทำงานประจำหรืองานอิสระ เราเคยไปฝึกงานที่บริษัทโลจิสติกส์ มันต้องมีเวลาเข้างานตายตัว เรารู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง แล้วถ้าไม่ทำงานประจำที่มีรายได้เป็นเงินเดือน เราจะไปทำอะไรต่อ ในเมื่อเราชอบทำอาหาร ชอบกินยำ ก็เลยเลือกเปิดร้านยำ” คุณเปิ้ล เริ่มบทสนทนา คุณเปิ้ลหมดเงินไปหลายบาทกับค่าวัตถุดิบที่ซื้อมาทดลองสูตรตามยูทูบ กูเกิล เมื่อได้สูตรลงตัวก็ต้องลงทุนหมื่นกว่าบาทซื้ออุปกรณ์ครัว และทำซุ้มร้านเล็กๆ ขายหน้าคอนโด กระแสตอบรับจากคนในคอนโดเรียกว่าดีมา
เชฟน้อย พาย้อนรอยประวัติศาสตร์ สมัย ร.5 กับเมนูน้ำพริกลงเรือชาววัง ในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 พบกับเวที “ชิมข้าวเล่าเรื่อง” พาย้อนรอยประวัติศาสตร์ไปกับเมนูข้าวผัดน้ำพริกลงเรือชาววัง ที่มีการสาธิตโดย เชฟน้อย-สุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ ดีกรีอดีตหัวหน้าห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี ที่มาของชื่อน้ำพริกลงเรือ เชฟน้อย กล่าวว่า เมนูข้าวผัดน้ำพริกลงเรือนั้น ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ซึ่งสูตรนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมนูนี้เกิดจาก “เจ้าจอมสดับ” หัวหน้าต้นเครื่องในวังในสมัยนั้น นับว่าเป็นคนที่ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก จากที่ได้มีการตามเสด็จเจ้านายชั้นผู้ใหญ่อยู่เสมอ เจ้าจอมสดับตามเสด็จเจ้านายในแต่ละพระองค์ โดยการล่องเรือ วังสวนสุนันทา จนช่วงเย็น จึงถามได้ว่าหิวหรือไม่แต่ยังไม่หิว จนช่วงเวลาหนึ่งเจ้านายต่างก็หิวเป็น แต่ ณ ตอนนั้นก็ไม่ได้มีวัตถุดิบอะไรมาก ด้วยความชาญฉลาดจึงดูว่าตอนกลางวันมีการเสวยอะไรบ้าง จึงเลือกอาหารที่เหลือ จึงนำเอาน้ำพริกกะปิ ปลาดุก หมูหวาน และไข่เค็ม จึงหุงข้าวแล้วนำทุกอย่างเข้ามาคลุกให้เข้ากัน เสร็จแล้วจึงเสิร์ฟ พระองค์โปรดและชมว่าอร่อยจริงๆ พระองค์จึงโปรดตั้งชื่อว่าเป็น “น้
ข้าวผัดรถไฟ อาหารจานเด็ดในตำนาน แฟนพันธุ์แท้ เผย ที่แท้เป็นเมนูไฮโซ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่สามย่านมิตรทาวน์ ในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 #ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย คุณแฮม-วันวิสข์ เนียมปาน แฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีชิมข้าวเล่าเรื่อง หัวข้อ “ข้าวผัดรถไฟ ข้าวผัดดังในตำนาน เปิดเผยครั้งแรกในรอบร้อยปี” ว่า รถไฟไทย มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และพัฒนาเรื่อยมา จนสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 การสร้างระบบสัญจรพื้นฐานนี้ ได้นำวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา รวมทั้งอาหารด้วย “รถไฟเส้นทางสายใต้นั้น เสร็จก่อนสายอื่น ทำให้เกิดการเชื่อมโยงไทยกับรัฐมลายู แต่เป็นการวิ่งเป็นช่วงๆ ไม่ใช่วิ่งทางยาวเหมือนปัจจุบัน เพราะยังเป็นรถจักรไอน้ำ และเมื่อต้องมีการพักรถ ก็ทำให้ต้องมี ที่พัก ที่กิน สาเหตุนี้เองที่ทำให้เกิดโรงแรมรถไฟ เกิดกองโรงแรมและกองโภชนาการ” คุณแฮม อธิบายอย่างนั้น และว่า จุดเริ่มของเมนูข้าวผัดรถไฟ น่าจะมีมาไม่ต่ำกว่า 85 ปีก่อน เสิร์ฟครั้งแรกในโรงแรมรถไฟ ซึ่งคนที่จะเข้าพักได้ในเวลานั้น ล้วนต้องเป็นระดับ “ไฮคลาส” วัตถุดิบที่ใช้จึงเป็นสินค้า “นำเข้า” ไม่ว่าจะเป็น เนย ถั่วลันเตา ซอสมะเขือเทศเข้มข้น “ข้าวผ
ตุ๊ก ชนกวนันท์ ชีวิตติดท้องนา ปลูกเอง เก็บเอง ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ งานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 เสวนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเรื่องข้าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เล่าเรื่องข้าวครบทุกด้าน จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ช่วงบ่ายวันที่สองของการจัดงาน เวทีเล่าเรื่องข้าวเกษตรอินทรีย์ : คุณตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ นักแสดงสาวที่มีอาชีพเสริมเป็น “ชาวนา” มาบอกเล่าเรื่องราวการทำนาวิถีเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ปลูกเอง เก็บเอง ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ คุณตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ นักแสดงสาวใส่ใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ หากเจ็บป่วยก็ใช้อาหารเป็นยา จับพลัดจับผลูเข้าสู่วิถีเกษตรอินทรีย์เพราะอยากให้ “ลูก” ได้เรียนรู้สัมผัสวิถีธรรมชาติ ประกอบกับ คุณพ่อบุญธรรม “สุธา นิติภานนท์” สนใจทำนาวิถีออร์แกนิกอย่างครบวงจรของในชื่อ “สุธาทิพย์ ฟาร์ม” บนเนื้อที่ 100 ไร่ ในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้คนไทยได้กินข้าวที่ปลอดภัย ซึ่งตุ๊กและพี่สาวได้ช่วยคุณพ่อทำนาออร์แกนิกตั้งแต่ปีแรกจนถึงทุกวันนี้เป็นระยะเวลา 9 ปีแล้ว กว่าจะเป็นนาข้าวอินทรีย์แบบสมบูรณ์ได้ ต้องปรับตัวพอสมควร ลงทุนทำนาอินทรีย์ปีแรกถือว่า ขาดทุน ได้ผลผลิตแค่ 30% แต่หลังจา
โอวา กะเทยขายข้าว ชาวนาออนไลน์ เน้นสร้างจุดแข็งแบบมีตัวตน ลูกค้าเกิดภาพจำของสินค้า ช่วยทำตลาดขายข้าวยั่งยืน “ข้าว” ถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเศรษฐกิจสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาอย่างยาวนาน เพราะตั้งแต่เล็กจนโตการได้เห็นทุ่งนาและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการทำนานั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวสำหรับใครหลายๆ คน ที่ได้เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดและสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการปลูกข้าวสร้างรายได้ คุณโอวา-ธนาวัฒน์ จันนิม เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เรียกได้ว่ามีสายเลือดของความเป็นลูกชาวนาอย่างเต็มตัวได้ต่อยอดการทำตลาดข้าวให้กับครอบครัวจนประสบผลสำเร็จ พร้อมกับขยายการผลิตช่วยให้ชุมชนเกิดรายได้ไปพร้อมๆ กัน เปิดเวทีเสวนา ฉบับโอวา ต้นแบบกะเทยขายข้าวออนไลน์ คุณโอวา กล่าวในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 ช่วงเวทีเสวนาเกี่ยวกับเวทีโชว์เคสข้าวไทยว่า เริ่มแรกมองว่าการทำนาของครอบครัวยิ่งทำยิ่งรู้สึกว่ายิ่งจน เพราะครอบครัวเป็นเกษตรกรทำนามาอย่างยาวนาน ทำให้มองว่าสมัยก่อนแม้จะช่วยเหลืองานครอบครัวมากเท่าไร แต่รายได้ก็ไม่มากพอที่จะพาก้าวผ่านความยากจนไปได้ จึงทำให้ในช่วงแรกได้ทิ้งอาชีพเกี่ยวกับการทำนาไป คือการเข้าเมือง
