Exclusive
“ขายดีจนเจ๊ง” บทเรียนทำธุรกิจแบบไร้เดียงสา ของ “น้าเน็ก เก๊กฮวย” เข้าเนื้อแต่ไปต่อ นอกจากผลงานในวงการบันเทิงของ น้าเน็ก–เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อีกหนึ่งบทบาทของน้าเน็ก คือ การเป็นเจ้าของแบรนด์ น้าเน็ก เก๊กฮวย ธุรกิจที่เรียกว่าเป็น อุทาหรณ์ เป็นบทเรียนชีวิตสำหรับเขาเลยก็ว่าได้ โดย น้าเน็ก ได้ถ่ายทอดเรื่องราว “ทำธุรกิจยังไงให้เจ๊ง” ในงาน Restech 2023 ไว้อย่างน่าสนใจ น้าเน็ก โลดแล่นอยู่ในวงการสื่อมาทั้งชีวิต นับว่ามีความเชี่ยวชาญ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะถ้วยรางวัลต่างๆ ที่มีเกือบครบ กระทั่งถึงช่วงโควิด-19 หลายคนเริ่มทำธุรกิจอาหาร ในตอนนั้นสินค้ายอดฮิตคือ บราวนี่ น้ำส้ม หรือใครมีสูตรอาหาร กับข้าวแม่ก็นำมาทำขายออนไลน์ ด้วยน้าเน็กมีแพลตฟอร์ม Nanake555 อยู่แล้ว จึงนำช่องทางนี้มาช่วยคนรีวิวอาหาร ซึ่งมีคนส่งเมนูมาให้กว่า 300 เมนู นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงโควิดซีซั่นแรก ต่อมา โควิดซีซั่นสอง น้าเน็กเริ่มคุยกับน้องๆ ในทีม เพื่อหาอะไรทำขายเป็นเพื่อนลูกเพจ และนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีสูตรน้ำเก๊กฮวย ซึ่งเป็นสูตรแบบสมัยก่อน ที่ขายในตู้แช
ซื้อแฟรนไชส์ เหมือนเลือกคู่แต่งงาน ก่อนตัดสินใจ ต้องพิจารณาอะไร เมื่อไม่นานมานี้ อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง ในฐานะกูรูแฟรนไชส์ ลำดับต้นของเมืองไทย เคยให้คำแนะนำความรู้ ห้ามมองข้าม ก่อนตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ ไว้ว่า ให้ดู 3 เรื่องสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย หนึ่ง ปัจจัยภายนอก ตั้งแต่ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การตลาด เทคโนโลยี คู่แข่งขัน ทำเลที่ตั้ง สอง แฟรนไชซอร์ ที่จะมาเป็นคู่ค้ากัน เหมือนกับการเลือกคู่แต่งงาน เพราะมีการเซ็นสัญญาที่อาจผูกมัดกันตั้งแต่ 1 ปี 3 ปี อันดับแรกต้องดูว่าแฟรนไชซอร์ ทำธุรกิจประสบความสำเร็จหรือเปล่า เพราะธุรกิจแฟรนไชส์คือโคลนนิ่งจากหนึ่งไปสอง ไปสาม ไปสี่ รวมถึงต้องมีการสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องมาร์เก็ตติ้ง การฝึกอบรม คู่มือ การตรวจสอบ เงื่อนไขต่างๆ ตลอดจนค่าธรรมเนียมที่ต้องเสีย สาม มองตัวเอง ในเรื่องการเงิน ให้ลองล้วงกระเป๋าตัวเองดูว่ามีเงินจำนวนเท่าไหร่ ควรลงทุนซื้อแฟรนไชส์ราคาประมาณไหน รวมถึงดูความชอบ เช่น ถ้าไม่ชอบกาแฟ แต่เลือกซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟ เมื่อต้องอยู่กับมันทุกวันก็อาจทำให้ทรมานและไม่มีความสุข แต่ถ้าเป็นความชอบก็จะมีความพยายามและทำให้สำเร็จ แม้จะซื้อแฟรนไชส์มาก็ตาม อ
อดีตตำนาน 4 KINGS หันจับตะหลิว เปิด จุดนัดพบ เน้น ไม่ดี ไม่สด ไม่ขาย 4 KINGS อาชีวะยุค 90 คือชื่อภาพยนตร์ไทยมีเนื้อหาย้อนยุค ออกฉายเมื่อปลายปี 2564 และได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม กระทั่งล่าุดมีภาค 2 ตามมาแล้ว แต่หากใครพลาดโอกาสไม่ได้ดู คงต้องขออนุญาตปูที่มาให้ทราบพอสังเขปว่า 1 ใน 4 โรงเรียนสายอาชีวะ ที่จัดให้เป็นตำนาน 4 KINGS ในยุค 90 นั้น ประกอบด้วย เทคนิคบุรณพนธ์ กนกเทคโนโลยี อินทรอาชีวศึกษา และ เทคโนโลยีประชาชื่น “ฉายาของผมสมัยเรียนอยู่ที่บุรณพนธ์ คือ เบิร์ด เทพาฯ มาจากย่านเทพารักษ์ เพราะบ้านผมอยู่สมุทรปราการ” คุณเบิร์ด-พิพัฒน์สิฐ รุ่งถาวร เจ้าของร้าน “จุดนัดพบ ณ บ้านสหาย” ร้านอาหารลับๆ ในซอยแคบๆ เป็นร้านอาหารสไตล์บ้านๆ อยู่ในซอยแบริ่ง 35/1 เขตบางนา ให้เป็นสถานที่พูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยบุคลิกอ่อนโยน ยิ้มแย้มเป็นกันเอง คู่สนทนาอย่างเราสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มวัย 40 ปี ที่นั่งอยู่ตรงหน้า แนะนำตัวเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนอาชีวะชื่อดังในอดีต ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในตำนาน 4 KINGS “เรียนจบ ปวส. แผนกช่างกล ถามว่าชีวิตตอนนั้น เหมือนในหนัง 4 คิงส์ไหม ก็ไม่หนีกันเท
เข้าใจหัวอก คนไม่มีทุน อิ่มปัง ใจดี เปิดโอกาสให้คนอยากมีอาชีพ ขนมปัง หรือเบเกอรี่ชนิดต่างๆ เป็นสินค้าที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด ส่วนมาก พ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าเหล่านี้จะไม่ได้เป็นคนผลิตขนมขึ้นมาเองแต่มักไปซื้อมาจากโรงงานที่ผลิตในปริมาณมากแล้วนำมาขายต่อโดยที่พวกเขาก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะเสียต้นทุนสำหรับต่อยอดธุรกิจไปหาก ขายไม่หมด กิจการ ‘อิ่มปัง’ ซึ่งมีหน้าร้านและครัวผลิตอยู่ที่ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มองเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ออกแบบ “โมเดลธุรกิจ” ขายส่งในรูปแบบที่แตกต่าง โดย ให้พ่อค้าแม่ค้าที่เพิ่งเริ่มต้นกับ ‘อิ่มปัง’ ในครั้งแรกและไม่มีเงินทุน เปิดรับออร์เดอร์ก่อน แล้วมารับขนมไปขายก่อนแล้วค่อยมาจ่ายค่าต้นทุนทีหลัง แต่ก่อนที่จะลงรายละเอียดถึงแนวคิดในการทำธุรกิจของร้านนี้ มาทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของ ‘อิ่มปัง’ กันก่อน ผู้ก่อตั้งธุรกิจนี้ คือ 2 อดีตเชฟจากโรงแรมชื่อดังในพัทยา คือ คุณน็อต-บดินทร์ บุญรอด และ คุณเบสท์-วรรณฤดี โชติกันตะ ที่ต้องการมองหารายได้เสริมหลังเลิกงาน จึงเริ่มใช้ทักษะการเข้าครัวที่มีทำสินค้าขายเอง คุณเบสท์ เล่าว่า ช่วงแรกๆ ยังไม่ได้ทำขนมขาย แต่ทำขนมจีบ
ปรัชญาพอเพียง เหมือนธรรมะของพระพุทธเจ้า คือ ผู้ใดไม่ได้ปฏิบัติ ผู้นั้นไม่รู้ หนุ่มวัยสามสิบต้น เดินหนีระบบลูกจ้าง ก้าวสู่วิถีเกษตรกรรม ด้วยต้นทุนที่ดินมีอยู่เดิม แต่ด้วยสภาพดินเสื่อมโทรม ขาดแหล่งน้ำ จะทำเช่นไร “เดินตามรอยพ่อ” คือแนวทางนำมาใช้ จนเกิดเป็น ไร่สุขพ่วง คุณอภิวรรษ สุขพ่วง เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจพอพียง เจ้าของ “ไร่สุขพ่วง” คือ คนหนุ่มที่หันมาสู่วิถีเกษตร เขาเลือก “เดินตามรอยพ่อ” กับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ จนเกิดเป็นความสุข พออยู่พอกิน สร้างรายได้ และถ่ายทอดสิ่งที่ตนรู้สู่ผู้สนใจ จนหลายๆ คนได้เกิดอาชีพบนหนทางเดียวกัน คุณอภิวรรษหันหลังให้การทำงานในระบบลูกจ้าง แล้วก้าวสู่บ้านเกิดในตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เขาค้นพบว่าสิ่งที่จะทำคืออาชีพเกษตรกรรม แต่ทว่าในเวลานั้น สภาพพื้นที่เสื่อมโทรม ขาดแหล่งน้ำ นั่นหมายถึง ไม่เหมาะกับการทำเกษตร “ผมมีต้นทุนเรื่องของที่ดิน 25 ไร่ แต่ต้องพบกับปัญหา พื้นที่แห้งแล้ง ไม่มีระบบชลประทาน ดินเสื่อมโทรม จึงต้องการนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่พื้นที่ของตัวเอง ซึ่งก็พยายามหาความรู้จากหลายๆ แห่ง กระทั่งได้พบปรัชญาของพระองค์ท่
ลูกเนย ผลไม้วิเศษจากพระราชา สร้างอาชีพให้ราษฎรนับร้อยนับพัน ลูกเนย หรือ อะโวกาโด (Avocado) หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผลไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วในไทยก็ปลูกได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกง่าย แทบจะไม่ต้องดูแลมาก ก็ปลูกขึ้น สามารถปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นก็ได้ เพาะเมล็ด 3-4 ปี ให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้ และจะให้ผลผลิตมากขึ้น ต่อเมื่อ อะโวกาโดอายุ 5-6 ปี เกษตรกรภาคเหนือตอนบนและตอนล่างนิยมปลูกกันมาก คุณโจ้-ยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันสวมบทบาททั้งเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกอะโวกาโด เพราะนอกจากจะขายผลสด ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ความงามบำรุงผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกาย ภายใต้แบรนด์ “อะโวกาโด ไร่ยังคอย” ขยายตลาดด้วยตัวแทนจำหน่าย รวมถึงส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนหลักล้านบาทเลยทีเดียว คุณโจ้ เผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ไปเพาะพันธุ์ไก่ชนหายาก ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของแม่ฮ่องสอน มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ส่งจีน ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีทั้งส่งตรงและส่งผ่าน
“นิลจิตรลดา”พันธุ์ปลาพระราชทานจากรัชกาลที่ 9 แหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมของคนไทย ปลานิลจิตรลดา เป็นปลาพระราชทาน ที่มีจุดเด่นในการเลี้ยงง่าย โตไว เหมาะจะเผยแพร่สู่เกษตรกรให้นำไปเลี้ยงสร้างรายได้และอาชีพ สู่ความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ดร.จรัลธาดา กรรณสูต อดีตอธิบดีกรมประมง กล่าวถึงที่มาของโครงการพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลจิตรลดา ว่า หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 2489 ขณะนั้นประเทศไทยตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อันเป็นผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานโครงการพระราชดำริมากมายเพื่อบรรเทาทุกข์ของประชาชน รวมถึงโครงการพันธุ์ปลานิล ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแสวนห่งประเทศญี่ปุ่น ได้น้อมเกล้าฯ ถวายปลาทิโลเปีย นิโลติกา (Tilapia Nilatica) จำนวน 50 ตัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อบริเวณสว
“เส้น-ซุป-สำรับ-เซอร์วิส” ลบภาพจำข้าวซอยไทยเข้าถึงยาก สู่ความแตกต่างทะยานเวทีโลก หากจะพูดถึงร้านข้าวซอยสไตล์ญี่ปุ่น ต้องนึกถึง Khao-Sō-i ข้าวโซอิ ร้านข้าวซอยเจ้าดังในเชียงใหม่ ที่ต้องบอกว่าใครหลายๆ คนต้องยอมต่อคิวซื้อเลยทีเดียว คุณวิน ศรีนวกุล Founder & Director ข้าวโซอิ (Khao-Sō-i) กล่าวบนเวที Restech Talk เจาะลึก จับเทรนด์ร้านอาหารปี 2024 ในหัวข้อ ถอดสูตรร้านดัง ทำยังไงให้ลูกค้ายอมต่อคิวรอ? เผยถึง 4 เทคนิคการสร้างความสมบูรณ์แบบในแบบฉบับของ Khao-Sō-i เรื่องราวของคุณวิน ศรีนวกุล Founder & Director ข้าวโซอิ (Khao-Sō-i) มีความน่าสนใจไม่น้อย สามารถอ่านประวัติของเขาได้ที่นี่ คลิก เมื่อรู้แล้วว่า ประวัติของคุณวิน เป็นอย่างไร จะเห็นได้ว่า เขาเคยเป็นซูชิเชฟมาก่อน และด้วยที่ภรรยาอยากจะเปิดร้านข้าวซอย จึงช่วยกันคิด และหาวิธีการกันมาเรื่อยๆ เมื่อได้หาวิธีการต่างๆ ตกลงกันแล้ว จากนั้นเขาจึงลองปรับเปลี่ยนมุมมอง โดยตั้งคำถามใหม่ว่า ร้านอาหารอะไรในเชียงใหม่ที่คนต่อคิว สรุปร้านที่คนต่อคิวจะเป็นในส่วนของ ร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ร้านราเมน ร้านซูชิ จึงเกิดเป็นไอเดียเล็กๆ ว่า สไตล์ญ
น้ำเต้าหู้ ร้านเล็กๆ ในตลาด ใช้เวลา 20 ปี เติบโตเป็น แฟรนไชส์หลักล้าน เริ่มต้นมีแค่ น้ำเต้าหู้ กับ ปาท่องโก๋ เปิดเตาตั้งขายอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็กๆ ในตลาดอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ละวันมีทั้งกลุ่มคนทาน และพ่อค้าแม่ค้ามารับไปขายต่อบ้าง เป็นกิจการที่ทำกำไรไม่มากไม่น้อยให้กับครอบครัวอยู่นับสิบปี กระทั่งหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ได้ทายาทเจน 2 มาช่วยพัฒนาจริงจัง และเมื่อเวลาดำเนินมาถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่ามีการเติบโตน่าชื่นชม คุณกวาง-สินาถ ภู่สุดแสวง วัยสามสิบกว่า เจ้าของกิจการ “โต้ว” น้ำเต้าหู้ เปิดร้านสาขาถนนเพชรอุทัย เขตห้วยขวาง ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง เริ่มต้นย้อนที่มาให้ฟัง หลังจบปริญญาตรีออกไปทำงานประจำได้ 1 ปี ก็กลับมารับช่วงต่อกิจการ โดยตั้งใจจะเพิ่มทางเลือกให้คนทานมากขึ้น จึงมีการเพิ่มเครื่อง เพิ่มธัญพืช เพิ่มเมนู อย่าง เต้าฮวยน้ำขิง ซุปงาดำ สังขยา เฉาก๊วย ฯลฯ “สมัยแรกยังไม่มีชื่อร้าน คนแถวนั้นเรียก ร้านเจ๊ป้อม พอทำสักพัก เริ่มมีโซเชียล เราก็สร้างเพจ แล้วเป็นจังหวะเขากำลังเริ่มฮิตปั่นจักรยาน ตอนเช้าจะมีก๊วนปั่นมาจากที่อื่นผ่
“ผลไม้ทำให้มีกินมีใช้ถึงทุกวันนี้” จากเด็กต่างจังหวัดที่ยากจน สู่เจ้าของร้านผลไม้ ทำรายได้หลักแสนต่อเดือน ผลไม้ก็เป็นหนึ่งในความจำเป็นพื้นฐานที่ร่างกายต้องได้รับ และเป็นสิ่งที่หลายๆ คนชื่นชอบ มีประโยชน์มากมาย มีคุณค่าสารอาหาร วิตามินสูง และให้ความอร่อย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จัก ร้านผลไม้นัมเบอร์วันและผลไม้บุญชู ของ คุณยา-กันยา บุญชู จากเด็กต่างจังหวัดศรีสะเกษที่ครอบครัวยากจน มีโอกาสเรียนจบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เดิมทำงานเป็นเกษตรกรทำไร่ทำนาจนถึงอายุ 15 ปี ได้เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ขายไอศกรีมตัดและเป็นลูกจ้างขายผลไม้ สู่ธุรกิจร้านผลไม้นัมเบอร์วันและผลไม้บุญชูเป็นของตนเอง จุดเริ่มต้นการเปิดร้านนี้ จากเด็กที่มีความรู้น้อยที่มาจากต่างจังหวัด เข้ามากรุงเทพฯ ในวัย 15 ปี เริ่มทำงานรับจ้างหลายอย่าง เช่น ขายไอศกรีมตัด ก่อสร้าง จนได้มาเป็นลูกจ้างขายผลไม้ตั้งแต่ปี 2542 ขายได้อยู่ประมาณ 3-4 ปี ในเวลาช่วงนั้นก็อาศัยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้เยอะมาก จะบอกว่าดวงก็ว่าได้ วันหนึ่งเจ้านายกำลังจะไปอยู่ต่างประเทศแล้วเขาเห็นว่าเราน่าจะทำได้ เลยไว้ใจให้มาสานต่อธุรกิจ ก็ทำมาเรื่อ
