กกต.
กกต. ปลุกคนไทยเข้าคูหาใช้สิทธิ์ เลือกตั้งล่วงหน้า ร่วมสร้างการเมืองไทยให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เผยวันนี้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันเป็นจำนวนถือเป็นเรื่องน่ายินดี เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต กทม. นายฐิติเชฎฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวภายหลังเดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมตรวจติดตามความเรียบร้อยของหน่วยเลือกตั้ง ว่า ขอเชิญชวนประชาชนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. เพราะผู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้วจะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 24 มี.ค.นี้ได้ นายฐิติเชฎฐ์ กล่าวต่อว่า และอยากเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกออกมาใช้สิทธิ์ เพื่อให้การเมืองไทยเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม อย่างไรก็ตาม เลือกตั้งล่วงหน้าวันนี้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น. ก็มีประชาชนมาต่อแถวรอลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี นายฐิติเชฎฐ์ กล่าวถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียขุดภาพความผิดพลาดของกกต. เช่น ชื่อผู้สมัครกับชื่อพรรคไม่ตรงกัน ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า ทางกกต. ได้ตรวจสอบในหลายกรณี เช่น กรณีมีผู้สมัครระบุอาชีพของ
‘ธนาธร’ รอดแล้ว กกต.ยกคำร้อง ยุบ พรรคอนาคตใหม่ ปม ลงประวัติผิด! จากกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อประธานกกต. ขอให้ตรวจสอบกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กระทำการต้องห้ามตามมาตรา 73 (5) ประกอบมาตรา 132 และมาตรา 159 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ล่าสุด ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณากรณีมีผู้ร้องเรียนกล่าวหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ว่ากระทำความผิดตามมาตรา 73(5) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 เนื่องจากปรากฏข่าวในโซเชียลและเว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่ว่านายธนาธรเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 วาระ ตั้งแต่ปี 2551-2555 ซึ่งตามข้อเท็จจริงนายธนาธรไม่เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาก่อน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาคำร้องแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่สามารถรับฟังได้ว่านายธนาธรกระทำความผิด จึงมีมติให้ยุติเรื่อง ทั้งนี้ ยังเหลือคำร้องขอ
ประธาน กกต. ยันเอง รอยุติปมโต๊ะจีนพปชร. หลังไม่พบหน่วยงานรัฐ-บุคคลต่างชาติ หนุนเงิน วันที่ 13 มี.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวกรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองยุติการสอบสวนการระดมทุนโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากไม่เข้าข่ายเป็นความผิด ว่าได้รับทราบจากนายทะเบียนว่าตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีหน่วยงานของรัฐ บุคคลต่างชาติให้เงินสนับสนุน จึงจะเสนอ กกต.ยุติเรื่อง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว กกต.คงทำได้เพียงการรับทราบ ไม่สามารถที่จะให้นายทะเบียนตั้งกรรมการสอบใหม่ แต่ในคำร้องเรื่องดังกล่าวมีหลายประเด็น อาจจะมีบางประเด็นอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของสำนักงานฯ ส่วนที่ผู้ร้องมองว่าเรื่องดังกล่าวว่า กกต.พิจารณาไม่เป็นไปตามคำร้องนั้น เรื่องนี้เข้าใจว่า ยังอยู่ในการดำเนินงานของสำนักงาน ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ การตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริจาคไปได้รับงานจากหน่วยงานของรัฐ อาจเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ปรากฏ ต้องไปถามเลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ส่วนเรื่องการพิจารณาคำร้องว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเด
ศรีสุวรรณ ผิดหวัง กกต. สอบโต๊ะจีน พปชร. ไม่ตรงคำร้อง ทำให้รอดยุบพรรค ถามหาความเที่ยงธรรม วันที่ 12 มี.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แถลงการณ์สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง ผิดหวังเลขา กกต. สอบโต๊ะจีน พปชร.ไม่ตรงกับคำร้อง ความว่า ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง แถลงเปิดเผยถึงการพิจารณาคำร้องกรณีพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จัดโต๊ะจีนระดมทุน 200 โต๊ะ ๆ ละ 3 ล้านบาท ได้ยอดรวมมูลค่ากว่า 650 ล้านบาทว่า จากการตรวจสอบผู้บริจาค ที่มีนิติบุคคล 40 แห่ง และบุคคล 84 คน ไม่พบบุคคลต่างชาติร่วมบริจาคเงิน ถือว่าไม่มีความผิด และไม่เข้าข่ายถูกยุบพรรคนั้น คำแถลงดังกล่าว ไม่ทราบว่าเลขา กกต. นำมาจากคำร้องของผู้ใด เพราะสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยร้องว่าเงินที่พรรค พปชร.จัดระดมทุนโต๊ะจีนนั้น มีบุคคลต่างชาติบริจาคหรือไม่ แต่คำร้องที่สมาคมฯร้องให้ กกต.ตรวจสอบ คือ 1)มีข้าราชการและหรือหน่วยงานรัฐร่วมบริจาคทั้งทางตรงหรือทางอ้อมตามมาตรา 76 แห่งพรป.พรรคการเมือง 2560 หรือไม่ อย่างไร 2)เงินที่นิติบุคคลบางแห่งบริจาคนั้น เ
“เลขาฯกกต.” แจงแล้ว หลังชาวเน็ตโวย กระดาษลังทำคูหาเลือกตั้งที่มาเลย์ เผยไม่ผิด ตรงตามข้อกำหนดกฎหมาย แค่ไม่สวยงาม กกต. คูหาเลือกตั้ง – เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกรณีปัญหาการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีผู้มีสิทธิเดินทางมาใช้สิทธิจำนวนมาก จนต้องมีการเพิ่มคูหาลงคะแนน โดยใช้ลังกระดาษมาทำเป็นคูหาแทน จนเกิดการวิจารณ์เรื่องความไม่เหมาะสมนั้นว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าสามารถทำได้ไม่มีปัญหาเพราะการลงคะแนนยังเป็นไปโดยตรงและลับตามที่กฏหมายกำหนด เพียงแต่อาจดูไม่สวยงาม ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นทางสถานเอกอัคราชทูตอาจมีคูหาไม่เพียงพอ จึงต้องแก้ปัญหาลักษณะดังกล่าว ซึ่งก็ไม่ถือว่าผิดกฏหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด ส่วนกรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่มีการแชร์ภาพเอกสารให้ข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.เขต 13 ซึ่งมีความคลุมเครือเรื่องชื่อพรรคนั้น กำลังให้มีการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว แต่ผู้มีสิทธิยังสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครได้จากช่องทางอื่น อาทิ แอพพลิเคชั่นสมาร์ทโหวต เป็นต้น
หมดสิทธิแล้ว ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าวันสุดท้าย เว็บล่ม กกต.ไม่ขยายเวลา! ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ กกต. เปิดให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า โดยวันนี้ (19 ก.พ.) ถือเป็นวันสุดท้าย โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตและนอกเขต ตลอดจนการใช้สิทธินอกราชอาณาจักร ทางอินเทอร์เน็ต โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่ เว็บไซต์https://election.bora.dopa.go.th/ectoutvote/ ได้ถึงเวลา 24.00 น. รวมเวลาการเปิดลงทะเบียนทั้งสิ้น 23 วัน ซึ่งมีคนมาลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วกว่า 1.8 ล้านรายชื่อ อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันสุดท้ายของการลงทะเบียน พบว่า มีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนล่วงหน้าจำนวนมาก จนเว็บล่มจนไม่สามารถลงทะเบียนได้ ทั้งนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ได้ตั้งแต่ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 ม.ค.- 19 ก.พ.ว่า วันเลือกตั้งจริง 24 มี.ค.
“เรืองไกร” ร้องกกต.ยุบพลังประชารัฐ ชี้ผิดชัดถึง 3 ประเด็น มั่นใจทษช.ไม่ถูกยุบ เหตุ กกต.ทำข้ามขั้นตอน นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ได้รวบรวมหลักฐานเสนอให้กกต.มีมติ พร้อมอ้างคำวินิจฉัยศาลรธน.ยกคำร้องยุบปชป.เป็นแนวทาง พลังประชารัฐ – เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เปิดเผยภายหลังยื่นหนังสือถึงกกต. ว่า ขอให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จาก 3 ประเด็นที่ยื่นมาก่อนหน้านี้ โดยกกต.ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับที่ยื่นยุบ ทษช. อีกทั้งได้เห็นคำร้องยุบ ทษช.ที่กกต.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วอ้างเหตุย้อนแย้งกันเอง โดยกกต.อ้างเพียงว่า กกต.ไม่รับพิจารณาแคนดิเดตนายกฯของพรรค แต่กลับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ว่า ทษช.กระทำการเป็นปฏิปักษ์ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ขณะเดียวกันกลับใช้มาตรา 14 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. รับรองส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องที่ตนให้สอบพปชร. 3 เรื่อง ล้วนเป็นความผิดที่เข้าข่ายยุบพรรคชัดเจนยิ่งกว่า โดยกรณ
ผู้สมัครส.ส. พปชร. นครสวรรค์ แจง เป็นรถหลวงหมดอายุราชการ เผย ‘กกต.’ ทราบเรื่องแล้ว พปชร. – วันที่ 15 ก.พ. มีรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีภาพเผยแพร่ในโซเชียลว่ามีผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รายหนึ่งของจ.นครสวรรค์ เขต 3 ชื่อนายสัญญา นิลสุพรรณ วิ่งรถโฆษณาหาเสียง ติดป้ายมีภาพ มีชื่อ มีเบอร์ของผู้สมัคร แต่รถที่ใช้นั้นเป็นรถที่มีตราของส่วนราชการแห่งหนึ่ง จึงเป็นที่ฮือฮาว่าแบบนี้ก็ทำได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้กำลังเป็นที่สนใจและมีการวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นการเอาเปรียบกันมากไป เป็นการใช้อำนาจในทางที่มิชอบหรือไม่ และก็มีบางส่วนระบุด้วยว่า แม้รถหลวงจะถูกประมูลขายไปแล้ว แต่ผู้ที่นำไปขายต่อหรือผู้ที่ซื้อมาจะต้องลบตราโลโก้สังกัดที่ติดอยู่กับรถออกให้หมด หากยังไม่มีการลบ ก็ไม่สามารถนำรถออมาใช้งานได้ ต่อมาเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านนายสัญญา นิลสุพรรณ ต.หนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เบอร์ 1 เขต 3 จ.นครสวรรค์ จึงพบความจริงว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถที่หมดอายุราชการแล้วได้มีการซื้อขายทอดตลาด โดยนางอารมณ์ เผือกผู้ เจ้าของรถ โตโยต้าสีน้ำเงิน ท
“ทษช.” เตรียมร้องศาล รธน. ขอทราบข้อกล่าวหา พร้อมแสดงพยานหลักฐาน เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกรณีที่ กกต. มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคทษช. โดย ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ขณะนี้เราทราบว่าขั้นตอนอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่คำร้องเราก็ยังไม่เห็น หากทราบรายละเอียดแล้วจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 15.00 น. จะได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอใช้สิทธิรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อชี้แจงพยานหลักฐาน เพราะขณะนี้เรายังไม่รู้ว่า กตต.ร้อง หรือตัดสินเราด้วยเรื่องอะไร ข้อหาใด เรายัง งงๆ ว่า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กระบวนการเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ดังนั้น จึงอยากขอใช้สิทธิในฐานะพรรคการเมือง เมื่อถามว่า คำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นคำร้องเดียวกับที่ยื่นต่อ กกต. หรือไม่ นายพิชิต กล่าวว่า ความสิ้นสุดของพรรคการเมืองจะสิ้นสุดต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสิ่งที่กกต.กล่าวหา แต่ก
ตามคาด! กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พิจารณายุบ ไทยรักษาชาติ เมื่อเวลา 12.43 น. วันที่ 13 ก.พ. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้นำคำร้องมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังที่ประชุมกกต.มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าสมควรยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ เนื่องจากเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาในประเด็นนี้ ก่อนมีกระแสข่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าสมควรยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ ก่อน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. จะชี้แจงผ่านไลน์มายังผู้สื่อข่าวว่า “ฝากเรียนทุกท่านที่รออยู่ด้วยว่า กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผมหรือเลขาธิการมิได้ให้ข่าว กรุณาอย่าถือว่าเป็นข่าวจริงนะครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าการพิจารณาแล้วเสร็จ จะเรียนให้ทราบ ถ้ามิใช่แถลงข่าวก็เป็นเพรสครับ” นอกจากนี้ ยังมีเอกสารชี้แจงจากสำนักงานกกต. ระบุว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพิจารณาของกกต. กรณียุบพรรคการเมือง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อบางฉบับว่า “มติกกต.สั่งยุ
