กรมการแพทย์
กรมการแพทย์ เผย แรงงานอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ป่วยโรคปวดหลัง มากสุด โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ได้พบว่าปัจจุบันวัยแรงงานเป็นโรคปวดหลังมากสุด เนื่องจากวิธีการปฏิบัติงาน รวมทั้งสถานประกอบการที่ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของลูกจ้างเป็นส่วนใหญ่ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากข้อมูลของคลินิกโรคจากการทำงาน ที่เปิดให้บริการรักษา และให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคจากการทำงาน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พบว่ามีผู้เข้ามารับการรักษา ส่วนใหญ่ป่วยด้วยในโรคกระดูก และกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดคอ โดยโรคปวดหลังจากการทำงานมี 2 สาเหตุ คือ 1. จากตัวพนักงานเอง เช่น อายุที่มากมีความเสื่อมของร่างกาย ทำให้ปวดหลังได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว โรคประจำตัว เช่น โรคกระดูกสันหลัง หรือน้ำหนักตัวที่มาก จะมีโอกาสปวดหลังมากกว่า โดยผู้ชาย มีโอกาสปวดหลังได้มากกว่าผู้หญิงจากลักษณะการทำงาน นอกจากนี้ การสูบบุหรี่มีผลทำให้เลือดไปเลี้ยงที่หลังไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ปวดหลังได้ 2. จากสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงาน คือ งานที่ต้องออกแรงมาก ทำให้กระทบต่อกล้ามเนื้อหรือหมอนรองกระดูก ท่าทางเวลายก
แพทย์เตือน อากาศร้อนจัดอันตราย! ระวังป่วย “ฮีทสโตรก” เด็ก-ผู้สูงอายุ-ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือ กำลังพักฟื้น ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง จากอากาศร้อนจัดช่วงเดือนเมษายน โดยพบว่า หลายจังหวัดอุณหภูมิทะลุ 40 องศาไปแล้วหลายพื้นที่ โดยเว็บไซต์ eldoradocountyweather.com ได้ทำการรวบรวมข้อมูลอุณหภูมิจากเมืองต่าง ๆ ในโลก รายงานสภาพอากาศเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา นั้นพบว่า เมืองเซ๊าะ ประเทศพม่า อุณหภูมิสูงที่สุดในโลกถึง 45.8 องศา ส่วนหลายจังหวัดของประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า อุณหภูมิสูงติดอันดับ 1 ใน 15 ของเมืองที่ร้อนที่สุดในโลกด้วย ซึ่งพบว่า จ.เลย ติดอันดับ 5 ที่อุณหภูมิ 43.4 องศา อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ติดอันดับ 6 ที่อุณหภูมิ 43.3 องศา อ.เถิน จ.ลำปาง ติดอันดับ 8 ที่อุณหภูมิ 43.3 องศา และ จ.สุโขทัย ติดลำดับ 13 ที่อุณหภูมิ 42.9 องศา อ่านข่าว เปิดสถิติ ไทยร้อนพุ่งติดอันดับโลก ไม่ใช่แค่จังหวัดเดียว! ล่าสุด เฟซบุ๊ก กรมการแพทย์ ออกแถลงการ เตือนภัย อากาศร้อนอันตราย ระวังป่วยโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก ระบุว่า สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ เตือนประชาชนให้ระวังโรคลมแดด เนื่องจากปัจจุบันประเทศไท
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดอบรมการใช้กัญชารักษาโรคในบุคลากรทางการแพทย์ ว่า ขณะนี้กรมการแพทย์กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรับรองการใช้กัญชารักษาโรค โดยคาดว่าจะเริ่มอบรมแพทย์ และเภสัชกร ชุดแรกได้ในวันที่ 19-20 มีนาคมนี้ จากนั้นทยอยจัดการอบรมอีก 7 ชุด ซึ่งวิทยากรผู้อบรม จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท มะเร็ง และอายุรกรรมประสาท และเจ้าหน้าที่จากสถาบันธัญญารักษ์ เพราะขณะนี้การอนุญาตใช้กัญชารักษาโรค หรือยาที่มีส่วนผสมของกัญชา ครอบคลุมใน 4 กลุ่มก่อน คือ โรคลมชักในเด็ก ปอดประสาทเสื่อม ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด และการรักษาอาการปวดเรื้อรัง ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องมีการอบรม เนื่องจากหากไม่ระวังอาจจะติดสารได้ “สำหรับผู้ที่ได้รับการอบรม จะต้องผ่านการทดสอบเบื้องต้นก่อนและหลังการอบรม เพื่อนำไปประเมินผลเบื้องต้น และจะได้รับใบประกาศรับรองจากกรมการแพทย์ และทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะรวบรวมเพื่อจัดทำเป็นระบบทะเบียนรายชื่อ แพทย์ และเภสัชกรที่สามารถรักษา สั่งจ่าย
