กรมศิลปากร
แรร์ไอเท็ม นิทรรศการ เยี่ยมเยือนเมืองสยาม ย้อนเวลาไปกับหนังสือหายาก เมื่อเร็วๆ นี้ คุณกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการหนังสือหายากของหอสมุดแห่งชาติ เรื่อง “เยี่ยมเยือนเมืองสยาม ย้อนเวลาไปกับหนังสือหายาก” ณ ห้องวชิรญาณ 2-3 อาคาร 2 ชั้น 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า หนังสือหายากของหอสมุดแห่งชาติ มีลักษณะไม่เหมือนกับหนังสือหายากทั่วไป หนังสือส่วนใหญ่ เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้พระราชทาน ประทาน และบริจาคให้หอพระสมุดวชิรญาณ รวมทั้งหนังสือที่หอพระสมุด วชิรญาณจัดพิมพ์และจัดหาให้บริการ หนังสือเหล่านี้แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของภาษาและการพิมพ์ บางเล่ม มีการผลิตอย่างประณีตสวยงามด้วยวัสดุอันมีค่า บางเล่มมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาการต่างๆ ในอดีต ซึ่งไม่สามารถหาได้ในหนังสือปัจจุบัน และที่สำคัญที่สุดคือ ได้แสดงถึงประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการด้านการเมือง การปกครอง พระราชกรณียกิจ วัฒนธรรมประเพณี บันทึกการเดินทางของชาวต่างประเทศท
กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ เชิญชมนิทรรศการออนไลน์ ช่างศิลป์ไทยเทิดไท้องค์ราชัน เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แสดงผลงานศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศ์ รวมถึงผลงานศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่ สำนักช่างสิบหมู่ เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร มีหน้าที่ในการส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ และข้อมูลเกี่ยวกับงานศิลปกรรม สืบทอดงานศิลปวัฒนธรรมให้กับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวิทยาการด้านช่างฝีมือ และเป็นศูนย์ข้อมูลด้านศิลปกรรมของชาติ ปฏิบัติงานด้านการออกแบบงานศิลปกรรมไทย รวมทั้งสร้างเครือข่ายด้านศิลปกรรมทั้งแบบประเพณีร่วมสมัยและศิลปประยุกต์ การจัดนิทรรศการในครั้งนี้เป็นนิทรรศการออนไลน์ จัดแสดงผลงานศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่ ซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์งานศิลปกรรม อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรในสำนักช่างสิบหมู่ ได้นำผลงานศิลปกรรมแขนงต่างๆ ที่สร้างสรรค์เข้าร่วมจัดแสดง แบ่
วันหยุดคนเยอะ! กรมศิลป์ ย้ำ กฎ-กติกา-มารยาท ชม “อภิมหาสุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้” ตามที่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายนที่ผ่านมา จนถึงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ มียอดผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๕๐,๑๖๒ คน โดยเฉพาะในวันเสาร์และวันอาทิตย์ มีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมจำนวนมาก จึงมีคำแนะนำสำหรับผู้เข้าชมนิทรรศการฯ ดังนี้ นิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา จัดแสดง ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ ๑๖ กันยายน – ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลา ๙.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดทำการเฉพาะวันจันทร์ – วันอังคาร) สำหรับวันหยุดนักขัตฤกษ์หากตรงกับวันพุธ – วันอาทิตย์ เปิดทำการตามปกติ ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมผู้ถือสัญชาติไทย ๓๐ บาท ต่างชาติ ๒๐๐ บาท จำหน่ายบัตรระหว่าง เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๗.๐๐ น. พระภิกษุ สามเณร นักบวช ผู้พิการ นักเรียน/นักศึกษาในเครื่องแบบ ไม่
ข่าวจากกระทรวงวัฒนธรรม แจ้งว่า วันเสาร์ที่ 7 และวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายนนี้ ทางกรมศิลปากร ได้จัดโครงการวรรณคดีและประวัติศาสตร์สัญจร “ตามรอยออเจ้า อยุธยา-ลพบุรี” อิงละครดัง “บุพเพสันนิวาส” ตามกระแสเรียกร้องจากประชาชนจำนวนมาก โดยการสัญจรครั้งนี้ เป็นแบบเช้าไปเย็นกลับ โดยแต่ละวันจะมีรถบัสบริการจำนวน 2 คัน รองรับผู้เข้าร่วมสัญจรได้วันละ 80 คน ส่วนค่าบริการคิดท่านละ 1,200 บาท เกี่ยวกับรายละเอียดบางส่วนของการเดินทางร่วมทิปสัญจรอิงกระแสละครดังครั้งนี้ เริ่มออกเดินทางตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจากจุดรวมพล บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มุ่งหน้าสู่วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นจึงเดินทางไปยังจังหวัดลพบุรี เพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกกล่าวไว้ในบทประพันธ์ดังแห่งยุค อาทิ พระตำหนักทะเลชุบศร บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นต้น และช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. คณะสัญจรตามรอยออเจ้า จะได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “วรรณคดีและประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นจึงร่วมรับฟังการบรรเลงเพลงสมัยอยุธยาจากสำนักการสังคีต กระทั่งเวลา 18.00 น.
พื้นที่เล็กๆ ที่หลายคนไม่รู้ว่ามีสุดยอดประติมากรรมสุดพิเศษปะปนอยู่ ซึ่งอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวังเพียงเล็กน้อย ที่หลายคนรู้จักในนามมหาวิทยาลัยศิลปากร หลายคนที่ทยอยเดินทางมาเพื่อถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล้วนไม่ทราบว่ามีพื้นที่สำคัญซึ่งมีผลงานชิ้นสำคัญเกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่ อย่างที่หอประติมากรรมต้นแบบแห่งนี้ ภายในเต็มไปด้วยรูปปั้นต้นแบบ ที่เป็นที่มาของอนุสาวรีย์หลากหลายในยุคปัจจุบันที่ประชาชนกราบไหว้สักการะ อย่างต้นแบบของรูปหล่อพ่อขุนรามคำแหงรูปนี้ มีขนาดเป็นสองเท่าของพระองค์จริง ทำจากปูนปลาสเตอร์ รูปหล่อต้นแบบพระพิฆเนศวร หรือรูปหล่อต้นแบบพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นผลงานของสุดยอดบรมครูหลายคน อาทิ ศิลป์ พีระศรี สนั่น ศิลากรณ์ และพิมาน มูลประมุข ที่บรรจงปั้นขึ้นมาด้วยความยากลำบาก สิ่งที่น่าสนใจและดึงดูดให้ทีมข่าวเข้าไปดูคือ รูปปั้นต้นแบบช้างเผือก หรือพระยาช้างต้นที่หล่อมาจากไฟเบอร์กลาส ซึ่งนายสมบัติ ถนัดกิจ ช่างปั้น ช.3 สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร บอกกับทีมข่าวว่า เป็นช้างที่ปั้นตามช้างเผือกคู่บารมีของรัชกาลที่ 9 ถอดแบบมาทุกอย่างตั
