กระทรวงการคลัง
คลังไม่หวั่นตั้งรัฐบาลใหม่ยืดเยื้อ – ตั้งงบพร้อมใช้ถึงปี’63 ‘อภิศักดิ์’ สั่งเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง คลังไม่หวั่นตั้งรัฐบาลใหม่ยืดเยื้อ – นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คลังไม่กังวลกรณีที่จะมีตั้งรัฐบาลใหม่ยืดเยื้อ เพราะรัฐบาลปัจจุบัน ยังมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการ ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ ในส่วนของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไม่มีปัญหา เนื่องจากมีการรับหลักการไปแล้ว เตรียมเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ส่วนการทำงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ค่อยมาว่ากันใหม่ ในกรณีที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ก็มีกฎหมายรองรับให้ใช้งบประมาณปีก่อนหน้าไปได้พลางๆ ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีงบประมาณมาดูแลประเทศ อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้สั่งการให้ สศค. จัดเตรียมมาตรการดูแลเศรษฐกิจไว้รองรับ เช่น กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นชอบให้เติมเงินใส่กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม วงเงิน 3.79 หมื่นล้านบาท เพื่อให้รัฐบาล
คลังผุดโครงการ “เกื้อกูลผู้สูงวัย สังคมไทยน่าอยู่” วอนคนแก่ฐานะดีสละเบี้ยยังชีพ พร้อมรับใบประกาศเกียรติคุณพ่วงลายเซ็นนายกฯ เหรียญพระคลังมหาสมบัติ และสิทธิลดหย่อนภาษี ลุ้นยอดแตะ 2 ล้านราย ดันเบี้ยยังชีพเพิ่มเป็น 1 พันบาทต่อเดือน คลังวอนคนแก่ฐานะดีสละเบี้ยยังชีพ – นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย และสภาสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เปิดตัวโครงการ “เกื้อกูลผู้สูงวัย สังคมไทยน่าอยู่” เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนคนไทยที่มีความพร้อมหันมาช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนกว่า โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะสามารถรองรับการเป็นสังคมผู้สูงวัยของประเทศ และจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวด้วย โดยคลังขอเชิญชวนให้ผู้สูงอายุที่รับเบี้ยยังชีพอยู่ในปัจจุบันและมีฐานะทางการเงินมั่นคง มาบริจาคเบี้ยยังชีพที่ได้รับ เพื่อนำไปจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือการยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยกว่า จำนวน 4.6 ล้านคน ในจำนวนนี้ 90% หรือ 3.9 ล้านคนอยู่ในภาวะยากจนและมีความเป็นอยู่อย่างขัดสน จำนวน 2 ล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัย
คลังเล็งเพิ่มเบี้ยคนชรา 1,000 บาท/เดือน น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เสนอมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง พิจารณาแล้ว โดยรูปแบบการให้ความช่วยเหลือจะมีหลายแนวทางผสมผสานกัน ประกอบด้วย มาตรการการเพิ่มค่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งมีประมาณ 3.5 ล้านคน ให้ได้รับเพิ่มเท่ากันทั้งหมดคนละ 1,000 บาทต่อเดือน จากปัจจุบันที่มีการจ่ายแบบขั้นบันไดอายุ 60-69 ปี รับเงินเดือนละ 600 บาท อายุ 70-79 ปี รับ 700 บาท อายุ 80-89 ปี รับ 800 บาทและอายุ 90 ปีขึ้นไปรับ 1,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ จะมีมาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านให้กับผู้สูงอายุที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และต้องเช่าบ้านอยู่ ซึ่งในส่วนนี้มีพิจารณากรอบการช่วยเหลือเบื้องต้นไว้ 400 บาทต่อคนต่อเดือน รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือค่ารถค่าเดินทางให้กับผู้ป่วยผู้สูงอายุที่เดินทางมารักษาพยาบาล โดยเบื้องต้นอาจให้วงเงินคนละ 500-1,000 บาทต่อเดือน โดยแนวทางอาจเสนอ
คลังเคาะแจกบัตรคนจนเพิ่มอีก 3.1 ล้านราย พร้อมเปิดให้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์กรณีไม่ผ่านคุณสมบัติ ถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้ โชว์ลุยคืนเงินแวตแล้วช่วง 1- 14 พ.ย. 9 ล้านบาท แจกบัตรคนจนอีก 3.1 ล้านราย – นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีการเปิดลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนในรอบปกติได้ ระหว่างวันที่ 15 พ.ค.-30 มิ.ย. 2561 พบว่ามีผู้มาลงทะเบียนทั้งสิ้น 4.5 ล้านราย และมีผู้ผ่านคุณสมบัติได้รับสิทธิจำนวน 3.1 ล้านคน คิดเป็น 68% ของผู้มาลงทะเบียนทั้งหมด และสามารถรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ในช่วงกลางเดือน พ.ค. 2561 เริ่มใช้บัตรได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานที่ไม่ผ่านสิทธิโดยตรงระหว่างวันที่ 16-30 พ.ย. นี้ โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์อีกครั้งในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2561 สำหรับความคืบหน้ามาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่ง
คลังปิ๊งดึงเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน จ่ายผ่านบัตรคนจนช่วยค่าน้ำมันวินมอเตอร์ไซค์ ช่วยแบ่งเบาภาระช่วงราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดเสนอครม. พ.ย.นี้ เล็งช่วยค่าน้ำมันวินจยย. – รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ประกอบอาชีพขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยจะพิจารณานำเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน มาอุดหนุนช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้ผ่านการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถเสนอรายละเอียดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้อย่างช้าภายในเดือนพ.ย.นี้ สำหรับขั้นตอนปัจจุบันอยู่ระหว่างที่กระทรวงพลังงานพิจารณาว่าจะช่วยอุดหนุนน้ำมันต่อเดือนเท่าไรให้มีความเหมาะสม ซึ่งแนวทางอาจคล้ายคลึงกับการช่วยเหลือค่าแก๊สหุงต้มไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันจะมีการตรวจสอบข้อมูลด้วยว่าจะมีการช่วยเหลือกี่คน โดยเบื้องต้นจะประสานไปกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอรายชื่อผู้ลงทะเบียนอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ มาเทียบเคียงกับข้อมูลผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการของกรมบัญชีกลาง ซึ่งคาดว่าจะมีคนที่ช่
วันที่ 25 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกระทรวงการคลัง ประกาศระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561 ลงวันที่ 18 พ.ค. 2561โดยระเบียบในข้อที่ 5 ระบุว่า ในกรณีส่วนราชการ มีความจำเป็นต้องจ้างพนักงานหรือลูกจ้าง ให้ขอทำความตกลง กับกระทรวงการคลังก่อน โดยต้องแสดงเหตุผล ความจำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นั่นหมายความว่าหากโรงพยาบาลต้องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างเพิ่มเติม จะต้องขออนุมัติจากกระทรวงการคลังหรือส่วนกลางเท่านั้น ซึ่งจะทำให้กระบวนการดำเนินการต่างๆ ล่าช้ามากขึ้น จนหลายหน่วยงานเริ่มออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับระเบียบดังกล่าว พร้อมขอให้ยกเลิก เพราะจะเกิดปัญหาตามมามากมาย ล่าสุด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ความว่า ทหารมาเยี่ยมและบังคับให้ ผู้อำนวยการแพทย์หญิงแห่งโรงพยาบาลพญาเม็งราย ปลดป้ายแสดงจุดยืนไว้อาลัยกระทรวงการคลังลง เลือกล็อคเป้า ผอ.ผู้หญิงเลย สุดยอดแมนจริงๆ อีกหลายสิบหลายร้อยโรงพยาบาลที่ ผอ.เป็นผู้ชายไม่กล้าไปสั่ง เป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่ถูกสั่งปลดป้าย แถมทราบจาก ผอ.ว่า ถูกสั่งให้ทำบันทึกชี้แจงด
วันนี้ (30 พ.ย.) นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะเลื่อนการจ่ายเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนคนจนกับกระทรวงการคลังไว้จำนวน 8.3 ล้านคน ออกไปเป็นวันที่ 3 ธันวาคมนี้ จากเดิมที่กำหนดจ่ายในวันที่ 1 ธันวาคม เพราะต้องการให้กรมสรรพากรตรวจเช็กข้อมูลให้ถูกต้องอีกรอบว่ามีรายได้ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาท/ปี หรือไม่ คาดใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลอีก 1-2 วัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และให้ข้อมูลมีความชัดเจนว่าผู้ลงทะเบียนมีสิทธิจริงๆ ไม่อยากให้เสียโอกาส “วันที่เริ่มจ่ายเงินตรงกับวันเสาร์ ระบบอีแบงก์กิ้งสามารถจ่ายได้ แต่หากการจ่ายผ่านบัญชีธนาคารปกติทำไม่ได้ในวันหยุดก็เลื่อนไปเป็นวันหลังได้ โดยการจ่ายเงินจะทยอยจ่ายให้กับผู้มาลงทะเบียน คาดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้จะจ่ายได้ครบ โดยธนาคารจะได้รับรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงิน เมื่อผู้มีสิทธิเป็นลูกค้าอยู่แล้วก็สามารถโอนได้เลย หากผู้มีสิทธิรับเงินไม่มีบัญชีธนาคารก็ไปสมัครกับธนาคาร โดยจะเปิดบัญชีปกติหรือแบบอีเพย์เมนต์ก็ได้ หรือใช้อีวอลเล็ทของธนาคารกรุงไทยซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้วก็ได้ ข้อมูลลงทะเบียนจะอยู่กับกรมสรรพากร ซึ่งจะส่งให้กรมบัญชีกลาง และส่งให้กับทา
“สุวพันธุ์” ประชุมคกก.ขับเคลื่อน มีมติเห็นชอบรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลปีที่ 3 (12 ก.ย. 59 – 31 ต.ค. 59)ใช้แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ 25 พฤศจิกายน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ครั้งที่ 10/2559 ที่ประชุมได้รับทราบผลงานเด่นประจำเดือนตุลาคม 2559 ของกระทรวงต่าง ๆ เช่นกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานการจัดงานเทิดพระเกียรติและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจตลอดจนโครงการต่าง ๆ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 กว่า 4,447 โครงการ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของประเทศไทยซึ่งกระจายประจำอยู่ทั่วโลก ได้พร้อมใจกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระองค์ ด้วยการจัดพิธีลงนามถวายความอาลัยเพื่อให้ประชาชนชาวไทย คณะทูตานุทูตและชาวต่างประเทศได้มีโอกาสแสดงความอาลัยแด่พระองค์ พร
