กระทรวงพาณิชย์
กรมการค้าภายใน เผย วัตถุดิบผลิตหน้ากากอนามัยเริ่มขาด มั่นใจมีพอแน่ถ้า ปชช.แบ่งกันใช้ ไม่กักตุนสินค้า วันที่ 2 มี.ค นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ในขณะนี้โรงงานในประเทศมีกำลังการผลิตที่จำกัด 1,350,000 ชิ้นต่อวัน ประกอบกับปัญหาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเริ่มขาดแคลนและหายาก กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้รับมอบหมายให้จัดระเบียบให้โรงงานผลิตกระจายหน้ากากโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ จัดสรรให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงสาธารณสุข รวมวันละ 600,000 ชิ้น โดยให้บุคลากรทางการแพทย์ 350,000 ชิ้น ผ่านโรงพยาบาลโดยตรง 150,000 ชิ้น ผ่านองค์การเภสัชกรรม 200,000 ชิ้น และส่งมาที่กรมการค้าภายใน 250,000 ชิ้น เพื่อกระจายไปยังสมาคมร้านขายยา การบินไทย ร้านธงฟ้า เซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส ขายให้ประชาชนคนละไม่เกิน 1 แพ็ก แพ็กละ 4 ชิ้น ราคาชิ้นละ 2.50 บาท รวมจำหน่ายแพ็กละ 10 บาท ในส่วนที่เหลืออีก 750,000 ชิ้น/วัน โรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการบริหารจัดการตามการค้าปกติ นอกจากนี้ ในเรื่องของวัตถุดิบ กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์จัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม
Big C ผนึก กรมการค้าภายใน-กระทรวงพาณิชย์ จัดแคมเปญ ข้าวถุงร่วมใจ ประหยัดทั่วไทยฯ ครั้งที่ 12 ลดค่าครองชีพผู้บริโภค Big C – บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จับมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สานต่อแคมเปญ “ข้าวถุงร่วมใจ ประหยัดทั่วไทย ที่บิ๊กซี” ครั้งที่ 12 ช่วยผู้บริโภคลดค่าครองชีพ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษจากข้าวถุงแบรนด์ชั้นนำ 11 ราย วางเป้าหมายยอดขายครั้งนี้ เติบโต 20% จากปีก่อน นายสุชาติ สินรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ นายวิชัย เบญญาดิลก รองประธานฝ่ายจัดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดตัวแคมเปญ “ข้าวถุงร่วมใจ ประหยัดทั่วไทย ที่บิ๊กซี” ครั้งที่ 12 ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด “ข้าวท้องถิ่นไทย” เพื่อนำเสนอสินค้าข้าวถุงราคาพิเศษจากแบรนด์ต่างๆ และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ทำให้ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า ถือเป็นการตอบแทนลูกค้าบิ๊กซี ภายใต้หลักการดำเนินงาน “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจข้าวถุงของกลุ่มผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยแคมเปญดังกล่าวจัด
บิ๊กซี ห้างค้าปลีกแรก ประจำปี 2563 ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “บิ๊กซี ธงฟ้า สินค้าราคาประหยัด” ช่วยคนไทยลดค่าครองชีพ ลดสูงสุดถึง 50% บิ๊กซี เดินหน้าสานต่อปณิธาน “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “บิ๊กซี ธงฟ้า สินค้าราคาประหยัด” จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด กว่า 11,000 รายการ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภาระ ค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบายรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค พร้อมจัดโปรโมชั่นสินค้าลดราคาสูงสุดถึง 20-50% นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า “บิ๊กซี พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทย ภายใต้ปณิธาน “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” ในรูปแบบห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสินค้าหลากหลาย ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค พร้อมให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ตรงความต้องการ ล่าสุดร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาทางเศรษฐกิจด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น จัดงาน “บิ๊กซี ธงฟ้า สิน
แม็คโครสร้างอาชีพ จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดปีกร้านโชห่วยไทยครบวงจรสู่ Smart โชห่วย บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้า “โครงการพัฒนาร้านค้าปลีกยุคใหม่ สู่ Smart โชห่วย” เต็มพิกัด ปล่อยขบวนคาราวานทีมแม็คโครมิตรแท้โชห่วย พร้อมด้วยทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ได้รับการฝึกอบรมการพัฒนาร้านค้าปลีก เพื่อยกระดับศักยภาพร้านค้าโชห่วยไทยทั่วประเทศก้าวสู่ Smart โชห่วยอย่างเข้มแข็ง พร้อมพัฒนาและส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการร้านค้าโชห่วยไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร คุณศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด เปิดเผยว่า แม็คโคร เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อย หรือ โชห่วย ในการเป็นพลังขับเคลื่อนการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและเป็นศูนย์กลางสายใยชุมชน แม็คโครจึงริเริ่มโครงการ “แม็คโคร มิตรแท้โชห่วย” ขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ชูนโยบาย “เพิ่มศักยภาพร้านค้าปลีกไทย คือ เป้าหมายของเรา” เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและโชห่วย ด้วยการให้องค์ความรู้และการจัดการร้านค้
พาณิชย์ ส่งทีมตรวจสอบราคาสินค้า-บริการ ช่วงปีใหม่ ลั่นใครฉวยโอกาสโก่งราคาเจอคุก นายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบผู้จำหน่ายสินค้าและบริการ ณ สถานีขนส่งหมอชิต 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด และส่วนใหญ่ต้องใช้บริการรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ นอกจากจะต้องรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแล้ว จะต้องซื้อหาสินค้าเพื่อใช้บริโภคหรือนำไปเป็นของฝากญาติพี่น้อง กรมการค้าภายในจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดเพิ่มเติมจากการออกตรวจสอบที่ดำเนินการเป็นประจำอยู่แล้ว รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการตามสถานีขนส่งและสถานีรถไฟ เช่น ผู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ให้บริการรับฝากของบริการรถเข็นสัมภาระ ให้มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการอย่างชัดเจน รวมทั้งกำชับให้คิดค่าสินค้าและบริการให้ตรงกับป้ายราคาที่แสดงไว้ เพื่อป้องปรามมิให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาจำหน่ายสินค้าและบริการสูงเกินสมควรในช่วงเทศกาลที่มีประชาชน โดยเ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ แถลงหลังการประชุม 3 ฝ่าย โดยกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทนผู้ประกอบการและตัวแทนเกษตรกรโดยสมาคมชาวนา และผู้เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ว่า ที่ประชุมห็นชอบโครงการประกันรายได้ข้าว ในข้าว 5 ประเภทได้แก่ 1. ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท ความชื้น 15% โดยประกันรายได้ให้ไม่เกินละ 30 ตัน/ครัวเรือน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 2. ข้าวเหนียว ประกันที่ตันละ12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 3. ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท ที่ไม่เกิน 40 ไร่ หรือ 14 ตัน 4. ข้าวหอมนอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 40 ไร่ หรือไม่เกิน 16 ตัน 5. ข้าวหอมปทุม ไม่เกิน 11,000 บาท ไม่เกิน 40 ไร่ หรือไม่เกิน 25 ตัน โดยหลังจากนี้จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าที่ประชุม หารือ นบข. (คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ) นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนงบประมาณการเบื้องต้นจะหารือในที่ประชุม นบข. โดยให้เกษตรกรชาวนา ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหลังรายงานแจ้งว่า หลักเกณฑ์กลางในการอ้างอิงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโดยประกาศราคาอ้างอิงทุก 15 วัน ส่วนการใช้สิทธิ์และการจ่ายเงินนั้นเกษตรกรทำสัญญา
กระทรวงพาณิชย์ผนึก 17 จังหวัดภาคเหนือ จัดงานใหญ่ “ตลาดนัดชายแดน” อ.แม่สาย กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังร่วมกับ 17 จังหวัดภาคเหนือ เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าครั้งใหญ่ “ตลาดนัดชายแดน” หวังผลักดัน SME ภาคเหนือ รุกขยายตลาดประเทศเพื่อนบ้าน พบกับสุดยอดผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการ 17 จังหวัดภาคเหนือ สปป.ลาวและเมียนมาร์ 165 บูธ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นางวนิดา ทิพย์ศักดิ์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธาน Biz Club ประเทศไทย และดร.อนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ได้แถลงข่าว กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า “ตลาดนัดชายแดน” (Northern Thailand Border Trade Fair 2019) โดยมีการนำตัวอย่างสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการ SME ภาคเหนือ เช่น ข้าวหอมมะลิ ดอกคำใต้ จ.พะเยา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 2562 และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มาจัดแสดงในงานแถลงข่าวด้วย นางวนิดา ทิพย์ศักดิ์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำ โครงการส่งเสริมและพัฒนาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดย
เช็ก 3 กลุ่มธุรกิจ “เปิดใหม่-ปิดกิจการ” เดือน พ.ค. 62 มีอะไรบ้าง นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มอบหมายให้ นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือน พฤษภาคม 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนพฤษภาคม จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2562 จำนวน 5,942 ราย เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2561 จำนวน 5,865 ราย เพิ่มขึ้น จำนวน 77 ราย คิดเป็นร้อยละ 1 และเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2562 จำนวน 5,944 ราย ลดลงจำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.03 โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 530 ราย คิดเป็นร้อยละ 9 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 371 ราย คิดเป็นร้อยละ 6 ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 164 ราย คิดเป็นร้อยละ 3 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนพฤษภาคม จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 1,130 ราย เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2562 จำนวน 985 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 145 ราย คิดเป็นร้อยละ 15 และเมื่
ร้านของทอด กระทบหนัก “คำสั่งห้ามลดราคาน้ำมันปาล์ม” ทำต้นทุนแพงขึ้น แถมขายไม่ดี จากกรณีข่าวกระทรวงพานิชย์ โดยกรมการค้าภายใน มีคำสั่งไปยังห้างสรรพสินค้า ให้ยกเลิกทำโปรโมชั่นลดราคาน้ำมันปาล์มในราคาขวดละ 24-25 บาท แต่ให้ขายในราคา 34-36 บาท เพื่อแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา เส้นทางเศรษฐีสอบถามไปยังผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ที่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบหลักในการค้าขาย เจ้าของร้านกล้วยแขก เผยว่า ได้รับผลกระทบเหมือนกัน หลังน้ำมันราคาสูงขึ้น จึงเปลี่ยนไปซื้อตามร้านร้านขายส่ง ซื้อแบบเป็นลังบรรจุ 10 แพ็ก ประมาณ 300 บาท ราคาจะถูกกว่าซื้อแบบขวด โดยทางร้านจะใช้วันละ 1 ลัง ด้านเจ้าของร้านขายปาท่องโก๋ทอด เผยว่า ได้รับผลกระทบ ตอนนี้น้ำมันแพงขึ้นมาก แต่ก่อนขวดละ 34 บาท ตอนนี้แตะ 36 บาทแล้ว ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทางร้านใช้แบบขวด วันละ 15 ขวด ทอดหนึ่งกระทะใช้ 5 ขวด ต้องเปลี่ยนน้ำมันบ่อยๆ ทอดซ้ำหลายครั้งไม่ดี ช่วงนี้ค้าขายก็เงียบ ปาท่องโก๋ขายได้วันละ 600-700 บาท เลยต้องหาของเสริมมาขาย ต่างกับร้านขนมปังทอด บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพันทิป พลาซ่า งามวงศ์วาน ที่ขาย
กพย. ชี้ประกาศ กกร.แจ้งราคาซื้อขายยา แค่มาตรการช่วยเบื้องต้น เห็นราคาเปรียบเทียบ สเต็ปถัดไปเซ็ตราคาที่เหมาะสม รพ.เอกชน อยู่ได้ แยกค่าอำนวยความสะดวกลงใบเสร็จ ผู้บริโภคพร้อมจ่ายแม้ราคาไม่ถูกลง เห็นความโปร่งใส จากกรณีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 52 พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. โดยกำหนดให้ รพ.เอกชน 353 แห่งแจ้งราคาซื้อขายยาภายใน 45 วัน หากเปลี่ยนแปลงราคายาต้องแจ้งกรมฯ ใน 15 วันก่อนปรับราคา และกำหนดลักษณะใบสั่งยาเพื่อให้ผู้ป่วยนำไปซื้อภายนอกได้ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ผศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังพัฒนาระบบยา (กพย.) ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำกับดูแลราคายาและเวชภัณฑ์ กล่าวว่า ต้องชื่นชมกรมการค้าภายในที่มีความกล้าหาญในการประกาศ แม้จะถูกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนฟ้องร้องอยู่ มาตรการนี้เป็นการสร้างความโปร่งใสให้ประชาชนเข้าถึงราคาเปรียบเทียบว่า ราคายาของ รพ.เอกชนที่หาอยู่ ต่างจากราคายาของ รพ.เอกชนอื่นอย่างไร ซึ่งราคายาที่แจ้งมานั้นเป็นราคาที่บวกต้นทุนด้านอื่นๆ เข้าไปแล้ว ทำให้ผู้ป่วยมีสิทธ
