กระทรวงอุตสาหกรรม
กรุงเทพฯ 4 มีนาคม 2569 – กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย พร้อมประกาศความสำเร็จในการยกระดับทักษะกำลังคนครั้งใหญ่ผ่านโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชนเชื่อมโยงเครือข่ายภายใต้หลักสูตร “Master Thai Chef Program” มุ่งปั้น 20,000 เชฟทักษะสูงสู่การเป็นกำลังคนขับเคลื่อนยกระดับเมนูไทยสู่สินค้าพรีเมียมในเวทีโลก พร้อมสร้างระบบนิเวศการค้าที่ยั่งยืนเชื่อมโยงวัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ธุรกิจปลายน้ำ เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท และเสริมเกราะป้องกันผู้ประกอบการด้วย Made by Thai และ เทคโนโลยี Data Analytics รับมือมาตรการกีดกันทางการค้าและนโยบายภาษีนำเข้าใหม่จากตลาดโลก ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย แต่ด้วยปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเ
7 ไม้ฟอกอากาศ ดักจับฝุ่น PM2.5 ปลูกเพิ่มได้พื้นที่สีเขียวในบ้าน จากสภาพอากาศที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในหลายพื้นที่ เราขอแนะนำ 7 ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกในบ้านก็ได้ ปลูกไว้ในออฟฟิศก็ดี สามารถปลูกไว้ในบ้าน บนโต๊ะทำงาน แม้กระทั่งเอาวางไว้ในห้องนอนได้ งาช้างบอลเซล ไม้อวบน้ำ สูงเต็มที่ได้ถึง 50 เซนติเมตร ทนแล้งได้ดีมากๆ ฟอกอากาศ ดูดสารพิษ จัดการกลิ่นอับได้ดี และมีผลการวิจัยจากสถาบันนาซ่า ว่าปรับและควบคุมบรรยากาศภายในกระสวยอวกาศได้ดี ลดสารอันตราย ปล่อยออกซิเจนออกมาในช่วงกลางคืน และคายน้ำเพื่อความชุ่มชื้น ทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และนอนหลับสบาย ลิ้นมังกร เป็นอีกพันธุ์ที่องค์การนาซ่ายอมรับว่า ช่วยฟอกอากาศได้ดี มีการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และคายออกซิเจนออกมาในเวลากลางคืน ยังเป็นไม้มงคลตามตำราไทยโบราณ เชื่อว่าป้องกันภัยร้าย ไม่ให้งูเข้าบ้าน จึงนิยมปลูกไว้ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือข้างโต๊ะทำงาน ว่านหางจระเข้ เป็นพืชล้มลุกมีใบอวบน้ำ ช่วยดูดซับสารเคมีตกค้าง และฟอกอากาศภายในบ้าน โดยเฉพาะสารเคมีในกลุ่ม สีทาบ้าน น้ำยาทาเล็บ และสารเคลือบเครื่องเรือน ซึ่งมีผลเสียต่อดวงตา ผิวหนัง และระบบการหายใจ จึง
ของขวัญปีใหม่ ผู้ประกอบการฮาลาล “เรียนแล้ว รับรองได้ ลงทุนง่าย ขายส่งออกเป็น” ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทย มีศักยภาพในการผลิตอาหารและการบริการที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีรสชาติตามความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดมุสลิม ที่มีประชากรจำนวนมากและมีแนวโน้มการบริโภคที่สูงขึ้น จึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน ผ่านกระบวนการตรวจการรับรองฮาลาล รวมทั้งการบริการที่ต้องมีกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม และสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สนับสนุนเงินทุนเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลตามมติคณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ (กอฮช.) ครั้งที่ 1/2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรม “เรียนแล้ว รับรองได้ ลงทุนง่าย ขายส่งออกเป็น” ภายใต้แนวคิด สานพลังแหล่งเงินทุน รว
ทำได้ไง ขายออนไลน์กันเกลื่อน กระทรวงอุตฯ เร่งออกกฎเหล็กควบคุมไซยาไนด์ จากกรณี ก่อนหน้านี้ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เข้มงวดกับ สถานที่เก็บรักษาโพแทสเซียมไซยาไนด์ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบทุกครั้งประกอบการพิจารณาขออนุญาต เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เหมาะสม เป็นไปตามกฎหมายและหลักวิชาการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ยังมีการตรวจติดตามสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม และกำหนดให้ผู้ที่มีโพแทสเซียมไซยาไนด์ในครอบครองตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไปในรอบ 6 เดือน มีหน้าที่ต้องรายงานข้อเท็จจริงของการนำไปใช้ ปริมาณคงเหลือ การจำหน่าย เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบไปจนถึงผู้ใช้ได้ และล่าสุด ทาง กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ชี้แจงถึงการควบคุมสารโพแทสเซียมไซยาไนด์โดยระบุว่า สารดังกล่าว มีลักษณะเป็นของแข็ง ก้อนผลึก หรือผงสีขาว เมื่อเป็นของเหลวจะใสไม่มีสี กลิ่นคล้ายอัลมอนด์ เมื่อเจอกับความร้อนจะทำให้เกิดก๊าซพิษ หากได้รับเข้าสู่ร่างกายจะรบกวนการทำงานของอวัยวะภายใน จนเป็นอันตรายถึ
รัฐบาล พร้อมปักหมุดประเทศให้โลกรับรู้ ไทย มีศักยภาพในการผลิตสินค้าฮาลาล เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ (กอฮช.) เป็นประธานการประชุม กอฮช. ครั้งที่ 1/2567 โดยมี นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมฮาลาลเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นายเศรษฐา กล่าวในที่ประชุมว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งจัดตั้ง คณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 โดยได้มอบหมายให้ ดร.นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย รับผิดชอบภารกิจที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล และ รมว.อุตสาหกรรม เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเลขานุการ พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่มีบทบาทสําคัญในแวดวงฮาลาลไทย อีก 21 หน่วยงาน เพื่อทําหน้าที่กําหนดนโยบายและแนวทางในการพัฒนาสินค้าฮาลาล โดยเชื่อมโยงเอกลักษณ์ Soft Power ของไทย รวมถึงบูรณาการแนวทาง มาตรการ แผนงานด้านการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศ ให้เกิดการดําเนินงานอย่าง
SMEs เฮ! ก.อุตฯ จับมือ เซเว่นฯ หนุน SMEs ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึก ซีพี ออลล์ ผ่านเซเว่นฯ สนับสนุน SMEs ไทย ให้เติบโต พร้อมเปิดโอกาสทางการตลาดส่งสินค้า SMEs สู่มือผู้บริโภค พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผ่านโครงการและกิจกรรมเด่น ตั้งเป้ายกระดับสินค้า นวัตกรรม สู่มาตรฐานสากล นายณัฐพล รังสิต ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและการจัดกิจกรรมการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ (Kick-off) ร่วมกับ นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ โดยระบุว่า การลงนาม MOU ในวันนี้ (5 เม.ย. 67) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสนับสนุน SMEs เพื่อเริ่มต้นทำกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการร่วมกัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในประเทศไทยมีส่วนสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจของไทยอย่างยิ่ง ทั้งก่อให้เกิดการจ้างงาน แหล่งอาชีพ แหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนในทั่วทุกภา
SME D Bank ขานรับนโยบาย รมว.อุตฯ ‘รื้อ ลด ปลด สร้าง’ หนุนเอสเอ็มอี นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ว่า ได้มอบนโยบายการทำงานแก่คณะกรรมการ และคณะผู้บริหาร SME D Bank ให้เดินหน้าสนับสนุนเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับ Thailand Vision ที่ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใน 8 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยว การแพทย์-สุขภาพ อาหาร การบิน การขนส่ง ยานยนต์อนาคต ดิจิทัล และการเงิน โดยให้บริการด้านการพัฒนาควบคู่กับการให้สินเชื่อ พร้อมเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรภายในและภายนอกกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ขอให้ SME D Bank นำแนวทาง “รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง” มายกระดับขั้นตอนการทำงาน หมายถึง รื้อ ลด และปลด สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี พร้อมกับสร้างสิ่งใหม่เพื่อสนับสนุน เช่น การพัฒนาศูนย์ One Stop Service สำหรับให้บริการกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกกระบวนการ และมุ่งสู่การเป็น Digital Banking โดย
SME D Bank จับมือ กระทรวงอุตสาหกรรม จัดกิจกรรม CSR มอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนวัดดอน เนื่องในโอกาสครบรอบก่อตั้ง 92 ปี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นางอุบลรัตน์ ค่าแพง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมพนักงาน ประสานพลังกระทรวงอุตสาหกรรม โดย นางสาวศิรินันท์ ศิริพานิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) มอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์การกีฬา และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียนโรงเรียนวัดดอน เนื่องในโอกาสครบรอบ 92 ปี วันก่อตั้งโรงเรียน โดยมี นายชาติชาย กุละนำพล ผู้อำนวยการเขตสาทร และ นางสาวรุ่งอรุณ เกสรมาลา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอน ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนวัดดอน เขตสาทร เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา
SME D Bank ร่วมคณะ ก.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร และระนอง ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เดินหน้าบูมเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมติดตามคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้สังกัด ลงพื้นที่ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง เพื่อตรวจราชการ และขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของการเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 (ครม.สัญจร) พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง ภูเก็ต พังงา ระนอง และสตูล) โดยได้ร่วมประชุมภาครัฐและเอกชนเพื่อหารือการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน นอกจากนั้น ได้เยี่ยมกิจการ บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม และรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ ต้นแบบยกระดับกาแฟท้องถิ่
เร่งยกระดับ อุตสาหกรรมโกโก้ไทย หวังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 4 พันล้าน เมื่อเร็วๆ นี้ คุณพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมโกโก้ทั่วประเทศสู่การเป็นไทยโกโก้ฮับ โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พืช “โกโก้” ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจใหม่และได้รับกระแสความนิยมเพิ่มมากขึ้น สะท้อนได้จากการเติบโตของร้านคาเฟ่ ขนมหวาน ช็อกโกแลตพรีเมียม รวมถึง เทรนด์รักสุขภาพ เนื่องจากโกโก้ สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพชั้นดีเยี่ยม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกโกโก้ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับโอกาสในอนาคต โดยจากข้อมูลปี 2565 ไทยส่งออกโกโก้และของปรุงแต่งจากโกโก้ ไปตลาดโลกมีมูลค่ากว่า 69.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 64.32 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมี ญี่ปุ่น อาเซียน และเกาหลีใต้เป็นตลาดหลักส่งออกที่สำคัญ สำหรับประเทศไทย มีความได้เปรียบด้านพื้นที่สามารถปลูกโกโก้ได้ทุกภาค โดยที่น่าจับตามองคือ ภาคตะวันออกในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ที่มีพื้นที่การปลูกโกโก้และเป็นพื้นที่
