กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รมว.เกษตรฯ เยือนระโนด ติดตามการบริหารจัดการน้ำ คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา (15 ต.ค. 66) ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด–กระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา โดยมี นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายชูชาติ รักจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน นายการุณ แปลงรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำฯ สำหรับพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร และบางส่วนของอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด–กระแสสินธุ์ ซึ่งได้บริหารจัดการน้ำและส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากพื้นที่อำเภอระโนด มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างในช่วงฤดูฝน เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ ราษฎรได้รับความเดือดร้อนใน
รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนที่ตกหนัก และปรากฏการณ์เอลนีโญ ในการนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และสื่อมวลชน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บินตรวจสภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะแวะลงจอดที่บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จากนั้นได้ร่วมกับนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าว ถึงแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่ฝนตกหนัก ควบคู่ไปกับการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบน
รมช.มนัญญา หนุนเด็กและเยาวชน เรียนรู้บัญชี สร้างพลังต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ การดำเนินโครงการ “ต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง” ให้แก่เด็กและเยาวชน เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโครงการเกษตรวิชญา ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดทำบัญชีแก่กลุ่มเป้าหมาย หวังปูพื้นฐานเยาวชนมีนิสัยรักการออม สร้างเครือข่ายการจัดการภูมิปัญญาทางบัญชี ระหว่างโรงเรียนกับเด็กนักเรียน ขยายผลไปสู่ผู้ปกครองและชุมชน ณ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา บ้านกองแหะ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและประชาชน รวมไปถึงเด็กและเยาวชนได้มีองค์ความรู้ทางบัญชี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว ไปจนถึงคนในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารที่ยังขาดโอกาส การดำเนินโครงกา
แกร็บ จับมือ กระทรวงเกษตรฯ ขนผลไม้ดี 5 ชนิด จาก 3 จังหวัด อาทิ มะม่วงดอกไม้สีทอง ลิ้นจี่ฮงฮวยและลิ้นจี่จักรพรรดิ์ มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง คุณภาพระดับส่งออก ขายผ่าน แกร็บมาร์ท (GrabMart) บนแอปพลิเคชันแกร็บ โดยนำร่องวางจำหน่ายในเฟสแรก ณ 2 จุดหลักได้แก่ ตลาดอ.ต.ก. และบองมาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค และมีแผนจะขยายการจำหน่ายไปยังแหล่งกระจายสินค้าหลักทั่วกรุงเทพฯ วิกฤตโควิด -19 สะเทือนหลายภาคส่วน ล่าสุดเกษตรไทยกำลังเผชิญปัญหาพืชผลทางการเกษตรกว่า 1 ล้านตัน ไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ล่าสุดจับมือ แกร็บ ประเทศไทย เพิ่มช่องทางการค้าขาย แกร็บ ประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งโครงการ ‘Grab Loves Farmers’ เปิดตัว ‘ตลาดเกษตรกร’ เพื่อช่วยสนับสนุนและเพิ่มช่องทางหารายได้ให้แก่เกษตรกรไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเพิ่มบริการขนส่งและจัดจำหน่ายผลไม้คุณภาพส่งออกผ่าน บริการ แกร็บมาร์ท (GrabMart) บนแอปพลิเคชันแกร็บ (Grab) ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงนโยบายของกระทรวงฯ ว่า “ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้
เกษตรกรมันสำปะหลังทวงสัญญารัฐ หยุดนโยบายรังแก ทุนเพิ่ม ราคาตก เน้นของบ เอื้อประโยชน์ใคร เกษตรกรกลุ่มมันสำปะหลังโคราช หวั่นเดือดร้อนหนักปีหน้า คาดผลผลิตลดกระทบ MOU ส่งออกไทยสู่จีน มูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท และเสียตลาดการส่งออกอันดับหนึ่งของโลกมูลค่ากว่าแสนล้านให้คู่แข่ง เหตุจากแบนสารเคมีเกษตร ทำให้ผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนเพิ่ม สวนทางวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 มุ่งพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม กลับล้าหลังส่งเสริมเกษตรไทยใช้จอบ แรงงานคนถางหญ้า นายภมร ศรีประเสริฐ และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังโคราช เปิดเผยว่า “มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญเกี่ยวข้องกับเกษตรกรกว่า 7 แสนครัวเรือน ผลผลิตประมาณ 27-30 ล้านตัน ใช้ภายในประเทศเพียงร้อยละ 30 ส่วนที่เหลือร้อยละ 70 ส่งออกไปยังตลาดโลก สร้างรายได้เข้าประเทศ มูลค่ารวมเกือบสามแสนล้านบาท โดยไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับหนึ่งของโลก ส่งออกไป 3 ตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน ร้อยละ 57 อาเซียน ร้อยละ 16 และญี่ปุ่นร้อยละ 11 การควบคุมต้นทุนและผลผลิตเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยสร้างโอกาสในการแข่งขันได้มากในตลาดโลก เมื่อต้นทุนการผลิตต่ำลง ทำให้ต้นทุนการแปรรูปที่ลดลง สร้า
สมาคมเกษตรฯ ผิดหวังไร้ทางออก โอดทิ้งภาระให้เกษตรกร มติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563 ได้กำหนดให้ 2 สารเคมีทางการเกษตร ได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามใช้และห้ามครอบครอง จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563 โดยมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรไปหาสารทดแทนใหม่ และนำเสนอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาใหม่อีกครั้ง นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ นายกสมาคมเกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า ประเด็นสารเคมีเกษตรได้เคยนำเสนอข้อมูลให้แก่คณะกรรมการวัตถุอันตราย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว ในที่ประชุมร่วมกับเกษตรกร รมช.เกษตรฯ บอกเสมอว่า กรมวิชาการเกษตรยังหาสารทดแทนไม่ได้ ซึ่งเกษตรกรก็พูดไปหลายครั้งแล้วว่า ปัจจุบันยังไม่มีสารทดแทนหรือเครื่องมือใดที่จะมาทดแทนสารพาราควอตได้ ทั้งในแง่ประสิทธิภาพและราคา สารเคมีเกษตรอื่นๆ เช่น ไกลโฟเซต กลูโฟซิเนต ก็ไม่สามารถนำมาใช้แทนพาราควอตได้ เพราะคุณสมบัติต่างจากสารพาราควอตอย่างสิ้นเชิง ส่วนสารชีวภัณฑ์สำหรั
เกษตรกรเฮ! โลตัสเดินหน้ารับซื้อผักทั่วประเทศ 270 ตัน/เดือน ตั้งเป้าช่วยสร้างรายได้ 1,000 ครัวเรือน เทสโก้ โลตัส และ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาและส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตรสู่ตลาดนำการผลิตเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน โดยเทสโก้ โลตัส ได้ดำเนินโครงการรับซื้อผักตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลาง ครบทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย สร้างรายได้ที่เป็นธรรมและมั่นคงให้กับกลุ่มเกษตรกร และส่งมอบผักสดคุณภาพสูง ปลอดภัย ถึงมือลูกค้าทั่วไทยทุกวัน วางแผนขยายโครงการจากเกษตรกร 600 รายเป็น 1,000 ราย ภายในสิ้นปี 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราได้ขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการเกษตร เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของไทย และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร อาทิ ผลผลิตล้นตลาด ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ จากนโยบายดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินงานร่วมกันกับเทสโก้ โลตัส ในการสนับสนุน พัฒนา และส่งเสริมกิจกรรมของกลุ่มเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม การใช้เทคโนโล
“ครูบัญชีอาสา” หนี้สินท่วมตัว มีอาการซึมเศร้า จิตตกจนต้องเข้ารับการบำบัด หันยึดหลักทำเกษตรพอเพียง โดยใช้พื้นที่ 53 ตารางวา ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น สุดท้ายแก้จนได้สำเร็จ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรและประชาชน มีการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างครูบัญชีอาสาหรือ“อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี” ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะ กระตุ้นการเรียนรู้ และติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และครูบัญชี ได้ช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีไปใช้วิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ เพื่อวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตนได้ คุณขนิษฐา มะโนสมบัติ หรือ ครูรุ่ง อายุ 43 ปี ครูบัญชีดีเด่น รองชนะเลิศอันดับ 2 ประจำปี 2558 จากจังหวัดเชียงราย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของครูบัญชีที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพร
หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ด้วยสาระสำคัญ 3 ด้าน คือ คนไทยรู้จักปลากัดมายาวนาน ปลากัดมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว และสามารถเพาะพันธุ์ต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างอาชีพให้คนไทยได้ มีข้อมูลผู้ประกอบการไทยส่งออกปลากัดระหว่างปี 2556 – 2560 ประมาณ 20.85 ล้านตัวต่อปี ส่งไป 95 ประเทศทั่วโลก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 115.45 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยราคาตัวละ 5.42 บาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี คุณสุวรรณีย์ แสงดี หรือ “คุณแอน” เจ้าของธุรกิจ เจ๊แอนปลากัด ร้านดังในตลาดนัดจตุจักรเปิดมายาวนาน 11 ปี ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ว่า “ปัจจุบันปลากัดในท้องตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อ ครม.มีมติให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ คาดว่าสัตว์น้ำชนิดนี้จะขายดียิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งไปรษณีย์ไทยอำนวยความสะดวกมีบริการส่งปลากัดภายในประเทศ เชื่อว่าจะส่งผลให้ธุรกิจปลากัดขยายตัวมากขึ้น ตลาดปลากัดจะกว้างขึ้น” เมื่อปลากัดกลายเป็นสัตว์น้ำประจำชาติและส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทย คุณสุวรรณีย์ มีแผนสร้างรายได้เพิ่ม
สำรวจที่ทำกินใหม่ ยังไม่พบที่ดินเจ้าสัวทำการเกษตรเลี่ยงภาษี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการบังคับใช้ภาษีที่ดินฉบับใหม่ในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานั้น กระทรวงเกษตรฯจึงได้ทำการสำรวจพื้นที่ทำการเกษตรใหม่อีกครั้งอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เจ้าของที่ดิน เจ้าสัวนำที่ดินที่ถือครองมาทำการเกษตรเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีที่ดินเปล่าที่ไม่ได้ทำประโยชน์ โดยจากการลงพื้นที่สำรวจพบว่ายังไม่มีผู้ใดเข้าข่ายกระทำความผิด และต่อจากนี้จะมีการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีผู้ใดกระทำความผิดหรือหลีกเลี่ยงความผิดได้ เนื่องจากหากมีเจ้าของที่ดินนำที่ดินเปล่ามาทำการเกษตรจนเกิดผลผลิตออกสู่ตลาดมากเกินความต้องการ จะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับลดลง และสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรตัวจริง “เรื่องการหาแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้มีเจ้าของที่ดินนำที่ดินเปล่ามาทำประโยชน์เพื่อเลี่ยงภาษีนั้น มองว่ายังไม่มีความกังวลจนถึงขั้นต้องหามาตรการมาป้องกัน เพราะจากที่มีการทำสำรวจครั้งใหม่ยังไม่พบผู้เข้าข่ายหรือผู้กระทำความผิดใด อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วจะมีการสำร
