กระท่อม
กระท่อม พืชเศรษฐกิจแท้จริง อนาคตสดใส สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ให้ชาว SMEs? ตามที่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ได้ปลดพืชกระท่อม ออกจากยาเสพติดให้โทษ ทำให้ประชาชนสามารถปลูกและขายได้ โดยมีผลเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา คุณทอม เครือโสภณ ผู้ก่อตั้งบริษัท โกลเด้น ไตรแองเกิล เฮลท์ จำกัด หรือ GTH และ คุณแดน ปฐมวณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ หรือ NRF ร่วมกันให้ข้อมูล เรื่อง “อนาคตกระท่อมไทยพร้อมโอกาสการสร้างธุรกิจใหม่” ผ่านทางระบบ Zoom คุณทอม กล่าวตอนหนึ่งว่า กระท่อม เป็นพืชผิดกฎหมายมานาน 78 ปี แต่วันนี้ กระท่อม ปลดล็อกเต็มที่ แปลว่า ต่อไปนี้กระท่อม ไม่อยู่ภายใต้ยาเสพติดประเภท 5 แล้ว คนไทยสามารถปลูกได้ สกัดได้ นำไปใช้ได้ แต่ถ้าจะแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป ต้องผ่านการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งกฎหมายประกอบการให้อำนาจ อย. กรณีดังกล่าว น่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ “กระท่อม คือ อนาคตพืชเศรษฐกิจที่แท้จริงของเมืองไทย การปลดกระท่อม ออกจากยาเสพติด สามารถสร้างธุรกิจมูลค่านับหมื่นล้านได้ ข้าวราคาตก ยางพาราราคาตก เพราะไม่ใช่พืชไ
เดินหน้าวิจัย กระท่อม สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อินเตอร์ ฟาร์มา จับมือ ม.สงขลานครินทร์ ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อินเตอร์ ฟาร์มา เป็นผู้นำในการคิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ที่มีทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีและคุ้มค่าที่สุด และที่ผ่านมา อินเตอร์ ฟาร์มา ได้เดินหน้าพัฒนางานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาตอบโจทย์คนไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีการลงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพราะเล็งเห็นคุณประโยชน์ของกระท่อม และ สารสกัดจากกระท่อม ที่สามารถนำมาผลิตเป็นอาหารเสริม โภชนบำบัด ยา และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ด้านสุขภาวะให้กับประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ โดยทางอินเตอร์ ฟาร์มา เข้ามาร่วมมือในหลากหลายมิติ ทั้งห้องปฏิบัติการ สมทบงบประมาณในการทำงานวิจัย บุคลากร เป็นต้น ซึ่งทางอินเตอร์ ฟาร์มา เชื่อมั่นว่า หากผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความร่วมมือในครั้งนี้ผลิตออกสู่เชิงพาณิชย์ จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย
กระท่อมยังผิดกฎหมาย ป.ป.ส. ย้ำ เสพ-ครอบครอง-ผลิต-จำหน่าย ยังไม่สามารถทำได้ เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตรวจพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ … ) พ.ศ. …. หรือ “ร่างกฎหมายปรับสถานะพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด” เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างการส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่มีการแก้ไข ก่อนส่งให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป ซึ่งระหว่างที่ร่างกฎหมายนี้ ยังไม่มีผลบังคับใช้ สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจพื้นที่ที่มีความพร้อมในการบริหารจัดการพืชกระท่อมที่มีอยู่เดิม ในพื้นที่ให้สามารถครอบครองและเสพได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เตรียมประกาศและกำหนดแล้วจำนวน 135 หมู่บ้าน/ชุมชน ใน 10 อำเภอ 10 จังหวัด เป็นพื้นที่นำร่องในการศึกษารูปแบบการควบคุมพืชกระท่อม ผ่านกลไกการควบคุมในชุมชน เพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์และเป็นการศึกษาถึงการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รวมถึงแนวทางการ
อนุทิน-สมศักดิ์ ลงนามเอ็มโอยู 2 ฉบับ ปลดล็อค ‘กระท่อม-กัญชา’ พ้นบัญชียาเสพติด และผลักดันสู่การเป็นพืชสมุนไพร เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการพิจารณายกเลิกพืชกัญชาจากยาเสพติด และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการดำเนินการยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติด โดยนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า การลงนามความร่วมมือทั้ง 2 ฉบับครั้งนี้ เป็นการยกเลิกพืชกัญชาและพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด เพื่อศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในมิติต่างๆ ให้สามารถใช้ประโยชน์ในการรักษาทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม สร้างความมั่นคงทางด้านยาของประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม ต่อยอดภูมิปัญญาและความรู้ปราชญ์ชาวบ้าน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ประชาชน ภายใต้กลไกการดำเนินงานที่รัดกุม “กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรักษาและเป็นหน่วยงานควบคุมบังคับใช้กฎหมาย มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันที่จะรวมพลังขั
“กระทุ่ม” น้อง “กระท่อม” แต่ถูกกฎหมาย ปรุงเป็น “น้ำทุ่มเท” สรรพคุณเพียบ นายแพทย์ นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เข้าร่วมงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาไทยและการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2562 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย และสนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้นำเสนอนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับการต่อยอดกัญชา กระท่อม วิถีไทย อภัยภูเบศร โดยเน้นให้เห็นถึงการต่อยอดภูมิปัญญาด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่ ทั้งการปลูก การเตรียมยาและการใช้ ภายในงานจะมีการจำลองรูปแบบการปลูกแต่ละระบบ ได้แก่ ระบบปิด กรีนเฮาส์ และ ระบบเปิดกลางแจ้ง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงรูปแบบและมาตรฐานในการพัฒนากัญชาทางการแพทย์ นอกจากกัญชา ที่เป็นสมุนไพร ซึ่งคนไทยเคยใช้อย่างกว้างขวาง ทางโรงพยาบาล จึงจัดให้มีนิทรรศการความรู้ของกระท่อมด้วย แต่เนื่องจากกะท่อม ยังเป็นยาเสพติด ทางโรงพยาบาลจึงนำสมุนไพร “กระทุ่ม” ซึ่งเป
‘เทพไท’ มาแล้ว! ดัน ปลูกกระท่อม 1 บ้าน 1 ต้น เสนอรัฐบาลบรรจุนโยบาย (คลิป) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระที่ประชุมเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหารือว่า ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าพืชกระท่อม อยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ซึ่งเป็นประเภทเดียวกับกัญชา ตอนนี้มีกระแสที่จะปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ชาวบ้านก็สงสัยว่าทำไมไม่ปลดล็อกพืชกระท่อมด้วย ทั้งที่พืชกระท่อมเป็นสมุนไพร แก้ปวดเมื่อย แก้โรคเบาหวาน ความดัน และชาวบ้านนำไปกินได้ ถือเป็นวัฒนธรรมทางภาคใต้ไปแล้ว เมื่อรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายปลดล็อกกัญชา และมีโครงการ 1 บ้านปลูกกัญชาได้ 6 ต้น จึงอยากให้มีนโยบายเกี่ยวกับพืชกระท่อมด้วย โดยยึดหลักเดียวกันกับกัญชา คือปลูกได้ 1 บ้าน 1 ต้น จึงอยากเสนอให้นำพืชกระท่อมไปบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาลชุดนี้เช่นเดียวกับกัญชา
