กัญชาทางการแพทย์
วิสาหกิจชุมชนฯบ้านทุ่งแพม-TCELS ร่วม MOU พัฒนาสารสกัดกัญชาและกัญชงเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 64 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก, เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จ.แม่ฮ่องสอน ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS และ บริษัท ไบโอ เจเนเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโรงงานรับจ้างผลิตยาชีววัตถุและวางระบบที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาชีววัตถุ ในการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของกลุ่มยาที่มีสารสกัดจากกัญชาและกัญชงเพื่อนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ และเพื่อใช้ในการรักษาทางการแพทย์ ทั้งในลักษณะที่เป็นยาสมุนไพรและยาแผนปัจจุบัน รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ที่มีสารสกัดจากกัญชาและกัญชงเป็นส่วนประกอบ โดยมีระยะเวลาความร่วมมือเป็นเวลา 5 ปี นายธนารัตน์ จิตต์พายัพ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก, เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การลงนามครั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก, เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จะให้การสนับสนุนด้านสายพันธุ์กัญชาและกัญชง การปลูก และการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นกัญชาและกัญชงเพื่อใช้เป็นวัตถ
กัญชา 6 ต้น ฝันหรือเรื่องจริง พฤษภาคม 64 รู้ผล การขับเคลื่อนนโยบายกัญชาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่องกัญชา 6 ต้น/ครอบครัวนั้น มีเสียงวิพากษ์ของคนในสังคมว่าแม้จะผ่านมา 1 ปีแล้วประชาชนก็ยังไม่สามารถปลูกได้ นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาทางการแพทย์ ได้ออกมาชี้แจงถึงการดำเนินงานกัญชาเฟส 2 ว่า ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการต่อยอดให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ หลังจากที่ปีแรกได้เร่งดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงยากัญชาที่มีคุณภาพในสถานพยาบาลใกล้บ้านแล้ว ปีที่สองจะเร่งเครื่องเต็มที่ในการพัฒนากัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ยังไม่ได้กำหนดให้ผู้ป่วยสามารถปลูกกัญชาและใช้เพื่อรักษาตนเองได้ ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก็ได้เร่งแก้ไขและทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้เสีย ในการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติด ในขณะเดียวกัน สถาบันกัญชาทางการแพทย์ ก็จะดำเนินงานในลักษณะ Model Development (Sandbox) กล่าวคือ ได้ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลคูเมือง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนมาลัย ร่วมกับส่วนราชการ
บุรีรัมย์โมเดล ย้ำความสำเร็จ พัฒนากัญชาทางการแพทย์ พร้อมก้าวสู่เมืองหลวงกัญชา วันที่ 23 ก.ย. 2563 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้น กับการต่อยอดอย่างมุ่งมั่นมาต่อเนื่องในด้านกัญชาเพื่อการแพทย์ กับงาน “ก้าวกระโดด บุรีรัมย์โมเดล กัญชาทางการแพทย์และสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ” ตลอดระยะเวลา 1 ปี กับการส่งเสริมและพัฒนา สนับสนุน ร่วมกับโรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาล 1 ใน 3 ของประเทศที่ได้รับอนุญาตในการผลิตยากัญชาเพื่อการแพทย์ จับมือร่วมกันสู่ความสำเร็จและต่อยอด และผลักดันความเป็นต้นแบบ กัญชาเพื่อการแพทย์ ต่อยอดสู่การยกระดับกัญชากัญชงพืชเศรษฐกิจ พร้อมความเป็นศูนย์กลางเมืองหลวงของกัญชา และก้าวสู่ความเป็น Cannabis Medical Hub ศูนย์กลางกัญชาเพื่อการแพทย์ของประเทศ นายแพทย์ภุชงค์ ไชยชิน รองนายแพทย์สาธารณสุขในจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการใช้กัญชาทางการแพทย์ ในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์มีบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ครบทั้ง 23 แห่งโรงพยาบาลในจังหวัดแล้วนั้น จ.บุรีรัมย์ ยังมีโรงพยาบาลที่สามารถผลิตยา
อภัยภูเบศร ชง อนุทิน ประกาศนโยบายพัฒนานวัตกรรมกัญชา ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ เชื่อมโยงข้อมูลทุกภาคส่วน เชื่อ สร้างงาน สร้างเศรษฐกิจได้ถ้าทำอย่างเป็นระบบ วันที่ 26 ส.ค. พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวระหว่างการเสวนา ติดอาวุธทางปัญญา ปลูกกัญชาอย่างไร ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และสร้างเศรษฐกิจ โดยเสนอว่าการพัฒนากัญชาจะต้องนำนวัตกรรมมาใช้ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ โดยเฉพาะบริการที่ประเทศไทยมีจุดเด่นด้านการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เช่น ฮับดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งปัจจุบันมีความชุกของผู้ป่วยกลุ่มนี้สูงขึ้น ก็สามารถใช้กัญชาเป็นตัวตั้งต้น และผสมผสานการรักษาแผนปัจจุบัน ยาและอาหารสมุนไพร รวมทั้งการบริการทางการแพทย์แผนไทยเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หรือการดูแลผู้สูงอายุแบบ Long Stay จากต่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องเน้นให้คนไทยได้เข้าถึงบริการก่อน ซึ่งจะสามารถทำได้เลย หากรัฐบาลประกาศให้เป็นนโยบายพัฒนานวัตกรรมกัญชา เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนที่ผ่านมา “จากการติดตามการใช้ยากัญชามา 12 เดือน พบว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัย และน่าจะมีประสิทธิผลในการนำ
สธ. เห็นชอบให้ใช้ ตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีประชาชนที่สนใจเข้ารับรักษาในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั้ง 291 แห่งทั่วประเทศ กว่า 60,000 ครั้ง และเพื่อเป็นการเพิ่มการเข้าถึง และให้ประชาชนได้รักษาด้วยยากัญชาแผนไทยที่ปลอดภัย มีคุณภาพ มาตรฐาน ถูกกฎหมาย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้ให้ รพ.สต. ที่มีแพทย์แผนไทยปฏิบัติงานประจำใช้ตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ 16 ตำรับ โดยคัดเลือกตำรับที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ นายแพทย์มรุต กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ด้านการปลูกและใช้ประโยชน์ ทางการแพทย์แผนไทย นำผลผลิตที่ได้ปรุงเป็นยาน้ำมันสนั่นไตรภพ และผลิตเป็นยากัญชา ในระบบโรงงาน WHO-GMP สำหรับสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ จึงได้ให้ รพ.สต.ที่มีความพร้อม 152 แห่ง ร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ขยายการปลูกพืชกัญชาสำหรับใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งได้ตั้งเป้าจำนวนผู้รับบริการประมาณ 15,200 คน ขณะนี้นำร่องไปแล้ว 4 แห่ง คือ รพ.สต.คลองม่วง
สธ. จับมือ ศธ. พัฒนาหลักสูตร กศน. “กัญชาและกัญชงศึกษา” เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือ การนำความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงทางการแพทย์ไปพัฒนาหลักสูตร “กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด” ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.กนกวรรณ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับกัญชา ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง ในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ไม่ให้เกิดผลกระทบทางสังคม และต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา ทช33098 “กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด” สำหรับการจัดการเรียนการสอนในสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เพื่อให้ความรู้และทักษ
คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย…มีที่ไหนบ้าง เช็กได้ที่นี่ วันที่ 11 ม.ค. เพจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย มีที่ไหนบ้าง 1. รพ.ศูนย์/ทั่วไป คู่ขนานการแพทย์แผนปัจจุบัน สั่งจ่ายตำรับยา 16 ตำรับ มี 13 แห่ง 2. รพ.ชุมชน สั่งจ่ายตำรับยา 16 ตำรับ มี 12 แห่ง และ รพ.การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน 3. คลินิกวิจัยน้ำมันกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ตำรับหมอเดชา มี 22 แห่ง
“อนุทิน” เปิดคลินิกกัญชา ให้บริการยา 4 ตำรับ ลั่น ปีนี้ขยายแน่ทั่วประเทศ วันที่ 6 ม.ค. ที่อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย นายอนุทิน กล่าวว่า คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยแห่งนี้ จะให้บริการแบบผสมผสานทั้งการแพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์แผนปัจจุบัน รองรับคนในกรุงเทพฯ เบื้องต้นมี 4 ตำรับ คือ ยาตำรับศุขไสยาศน์ ตำรับทำลายพระสุเมรุ ยาแก้ลมแก้เส้น และน้ำมันกัญชาสูตรอาจารย์เดชา รักษาอาการไมเกรน นอนไม่หลับ ปวดข้อ ปวดตึงกล้ามเนื้อ ลดอาการมือเท้าชา ช่วยเจริญอาหาร จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ผลการรักษาด้วยสารสกัดจากกัญชาในผู้ป่วยได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และจะนำผลการรักษาและผลที่ได้จากการศึกษามาผลักดัน สนับสนุนการแก้กฎหมายเพื่อให้คนไทยเข้าถึงการใช้กัญชาในการรักษาโรค และอาการเจ็บป่วยได้มากที่สุด โดยในปี 2563 ตั้งเป้าเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รายงานข่าวระบุ
ม.เกษตร สกลนคร เก็บเกี่ยวดอกกัญชา ล็อตแรก เผยคุณภาพดี พร้อมนำไปผลิตยาแผนไทย 7 ตำรับ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ทำการเก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก จำนวน 99 ต้น มีน้ำหนักสดรวม 103 กก. เผย คุณภาพสมบูรณ์ดี พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลพระ อาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อนำไปผลิตเป็นยาแผนไทย 7 ตำรับ ดร.ณธกร ทัศนัส ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมพืชกัญชาและพืชเสพติดสมุนไพรทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการว่า การปลูกกัญชาในรอบแรกนี้ได้ถูกวางแผนเพื่อให้ได้วัตถุดิบสำคัญ 4 ส่วนคือ ดอก ใบ ก้านใบและราก นับตั้งแต่เพาะเมล็ดเมื่อวันที่ 6 กันยายน จนถึงวันนี้รวมระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ต้นกัญชามีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ดี ดอกกัญชามีลักษณะที่พร้อมเก็บเกี่ยวตามความต้องการของตำรับยาแผนไทยคือ เกสร (Pistil) เปลี่ยนจากสีขาวใสเป็นสีน้ำตาลมากกว่า 50% ทีมงานเก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 จำนวน 99 ต้น มีน้ำหนักสดรวม 103 กก. พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลพระ อาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อนำไป
อนุทิน-สมศักดิ์ ลงนามเอ็มโอยู 2 ฉบับ ปลดล็อค ‘กระท่อม-กัญชา’ พ้นบัญชียาเสพติด และผลักดันสู่การเป็นพืชสมุนไพร เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการพิจารณายกเลิกพืชกัญชาจากยาเสพติด และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการดำเนินการยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติด โดยนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า การลงนามความร่วมมือทั้ง 2 ฉบับครั้งนี้ เป็นการยกเลิกพืชกัญชาและพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด เพื่อศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในมิติต่างๆ ให้สามารถใช้ประโยชน์ในการรักษาทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม สร้างความมั่นคงทางด้านยาของประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม ต่อยอดภูมิปัญญาและความรู้ปราชญ์ชาวบ้าน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ประชาชน ภายใต้กลไกการดำเนินงานที่รัดกุม “กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรักษาและเป็นหน่วยงานควบคุมบังคับใช้กฎหมาย มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันที่จะรวมพลังขั
