การบินไทย
เปิดเงินเดือน นักบิน สายการบินไหนอู้ฟู่ เปย์ให้เต็มๆ ถึงครึ่งล้าน นักบิน / รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ขณะนี้ นักบิน ของการบินไทยซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 1,200 ราย กำลังทยอยลาออกอย่างต่อเนื่อง เพราะอัตราผลตอบแทนหรือรายได้ค่าของนักบินการบินไทยต่ำกว่าสายการบินคู่แข่งอื่นๆ เป็นอย่างมากโดยในปี 2561 จะมีนักบินลาออกประมาณ 50 คน และในปี 2562 มีแผนที่จะลาออกเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ลาออกไปทำงานที่สายการบินคู่แข่ง ซึ่งมีค่าตอบแทนที่สูงกว่าโดยเฉพาะในสายการบินต้นทุนต่ำที่มีการขยายเส้นทางบินและจัดซื้อเครื่องบินใหม่เป็นจำนวนมาก รายงานข่าวจากบริษัทการบินไทยแจ้งว่า สำหรับอัตราเงินเดือน นักบิน ของการบินไทยนั้นถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับสายการบินคู่แข่ง โดยอัตราเงินเดือนจะแยกออกจากเบี้ยเลี้ยงและค่าโอทีโดย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มโดย 1.กลุ่มผู้ช่วยนักบิน เงินเดือนเริ่มต้นเดือนละ 100,000-150,000 โดยมีการปรับเพิ่มขึ้นตามอายุงานที่เพิ่มขึ้น 2.นักบินทั่วไป เงินเดือนเริ่มต้นเดือนละ 250,000-350,000 บาท และนักบินบริหารรายได้จะสูงกว่านี้ ส่วนอัตราเงินเดือน นักบิน ของสายการบินอื่นนั้นสูงกว
รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา การบินไทยได้ประกาศบังคับใช้กฎพิเศษเกี่ยวกับการจำหน่ายตั๋วโดยสารบนที่นั่งชั้นธุรกิจ Business Class ของเครื่องบินแบบโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์รุ่นล่าสุด โดยได้แจ้งไปยังตัวแทนจำหน่าย และแผนกสำรองที่นั่งขอให้ทำการสงวนสิทธิ์ ในการรับสำรองที่นั่งและจำหน่ายบัตรโดยสารสำหรับผู้โดยสารที่มีรอบเอวมากกว่า 56 นิ้ว หรือผู้โดยสารที่อ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน (Obese Passenger) ซึ่งไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยรุ่นใหม่แบบมีแอร์แบ็ก (Airbag Seatbelt) ที่ติดตั้งมากับที่นั่งชั้นธุรกิจได้ รวมไปถึงผู้โดยสารที่มีทารกเดินทางพร้อมกันแบบนั่งตัก (Infant Lap-held) ส่วนที่นั่งชั้นประหยัดยังไม่ได้มีกฎห้ามแต่อย่างใด สำหรับเหตุผลที่การบินไทยห้ามจำหน่ายที่นั่งชั้นธุรกิจให้คนอ้วนที่มีรอบเอวเกิน 56 นิ้วและผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมทารกนั่งบนตัก เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยด้านการบินของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) เพราะที่นั่งในชั้นธุรกิจของ เครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์มีการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ
จากกรณี สมาชิกเฟซบุ๊ก Karuna Phankingthip ได้โพสต์และเล่าเหตุการณ์ที่ประสบกับตัวเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ระบุว่า เธอได้เดินทางจากประเทศไทย ไปประเทศเดนมาร์ก ด้วยสายการบินไทย แต่พบว่าเมื่อเดินทางไปถึง ทองคำที่เธอโหลดมาในกระเป๋าเดินทางโดนแกะเหลือแต่กล่องใส่ทองเท่านั้น โดยพบว่าจำนวนทองที่หายมูลค่าร่วม 4 แสนบาท เวลาต่อมา การบินไทย ชี้แจงเบื้องต้นว่า บริษัทฯ ได้รับทราบกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว และได้รีบดำเนินการติดต่อผู้เสียหายเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งจะประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว หากปรากฏหลักฐานว่าทรัพย์สินมีค่าของผู้เสียหาย สูญหายจากการเดินทางกับเครื่องบินของบริษัทฯ จริง บริษัทฯ จะดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรฐานสากลที่สายการบินได้กำหนดไว้ ล่าสุด วันที่ 13 ก.พ. สมาชิกเฟซบุ๊กดังกล่าว โพสต์ข้อความระบุว่า อ้อมต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ติดตาม ดำเนินเรื่องที่ทองหาย ระหว่างเดินทางกลับ ไทย-สวีเดน ตอนนี้อ้อมได้รับการติดต่อกลับและช่วยเหลือจากทุกฝ่าย
ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก Karuna Phankingthip ได้โพสต์และเล่าเหตุการณ์ที่ประสบกับตัวเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยพบว่า เธอได้เดินทางจากประเทศไทย ไปประเทศเดนมาร์ค ด้วยสายการบินแห่งชาติ ผ่านจากสุวรรณภูมิแต่พบว่าเมื่อเดินทางไปถึง ทองที่เธอโหลดมาในกระเป๋าเดินทางโดนแกะเหลือแต่กล่องใส่ทองเท่านั้น โดยพบว่า จำนวนทองที่หายร่วม 4 แสนบาทเลยทีเดียว ทั้งนี้ ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ผู้ใช้เฟวบุ๊กรายหนึ่งโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า หลังเดินทางด้วยเครื่องบินของการบินไทยจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก พบว่าสัมภาระถูกงัด และทรัพย์สินมีค่าสูญหาย จากนั้นได้มีผู้นำไปเผยแพร่ต่อจนเกิดการแพร่กระจายกว้างขวางทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่า เบื้องต้นบริษัทฯ ได้รับทราบกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว และได้รีบดำเนินการติดต่อผู้เสียหายเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งจะประสาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการ
เรืออากาศเอกปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปีหลายจังหวัดทางภาคเหนือได้จัดให้มีการปล่อยโคมลอยในช่วงเทศกาลดังกล่าว ทั้งนี้ การปล่อยโคมลอยอาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของการปฏิบัติการบิน บริษัทฯ จึงทำการปรับตารางการบินและยกเลิกบางเที่ยวบินในช่วงวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2560 ดังนี้ 1. ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2560 ได้แก่ 1.1 เที่ยวบินทีจี 120 เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2560 1.2 เที่ยวบินทีจี 121 เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ วันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2560 2. ปรับเปลี่ยนเวลาบิน ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2560 ดังนี้ 2.1. เที่ยวบินทีจี 103 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 เดิมออกจากเชียงใหม่ เวลา 10.05 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 11.25 น. ปรับเปลี่ยนเวลาบินใหม่เป็น ออกจากเชียงใหม่ เวลา 09.55 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 11.15 น. 2.2. เที่ยวบินทีจี 105 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 เดิมออกจา
จากกรณีที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ ถึงหนุ่มใส่รองเท้าแตะ แล้วถูกพนักงานเช็กอิน ห้ามขึ้นเครื่องบิน ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Thai Airways ชี้แจงมาดังนี้ “การบินไทยชี้แจงไม่มีกฎห้ามผู้โดยสารสวมรองเท้าแตะขึ้นเครื่องบิน กรณีที่มีผู้โพสต์ในกระทู้พันทิปว่า “ทำไมถึงไม่ให้ใส่รองเท้าแตะขึ้นเครื่องบิน” โดยเจ้าของกระทู้นี้กล่าวว่าตนเองเดินทางโดยสายการบินรักคุณเท่าฟ้าเที่ยวบินภายในประเทศ โดยใช้บัตรโดยสารที่ได้จากบัตรเครดิต ถูกพนักงานเช็กอินให้เปลี่ยนรองเท้า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีระเบียบข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการแต่งกายของผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารหรือใช้บัตรโดยสารรางวัลทุกประเภท แต่บริษัทฯ มีระเบียบเรื่องการแต่งกายขึ้นเครื่องบินสำหรับผู้ใช้สิทธิ์บัตรโดยสารพนักงานคือต้องสวมชุดสุภาพ ห้ามสวมรองเท้าแตะ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พยายามติดต่อเจ้าของกระทู้เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรโดยสารที่เจ้าของกระทู้ใช้เดินทาง และรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งบริษัทฯ ต้องขออภัยหากเกิดความเข้าใจผิดและทำให้ผู้โดยสาร
จากกรณีเพจท่องเที่ยว THE SNAP THAILAND ออกมาโพสต์แชร์ข้อความเตือนใจ ว่าถูกขโมยของฝากอย่างนาฬิกาจากกระเป๋าเดินทางจำนวน 8 เรือน จากเที่ยวบินนาริตะ กรุงเทพฯ ภูเก็ต โดยสายการบินชื่อดัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (คลิกอ่าน) ล่าสุดบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก Thai Airways เผยว่า “การบินไทยชี้แจงกรณีผู้โดยสารโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีทรัพย์สินสูญหายไปจากกระเป๋าสัมภาระ” ทางบริษัทฯ ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนในทันทีที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนจากผู้โดยสาร ซึ่งบริษัทฯ ขอชี้แจงว่า การขนส่งสัมภาระภายในท่าอากาศยานนั้น มีกระบวนการที่ต้องผ่านการลำเลียงผ่านจุดให้บริการหลายจุดและมีพนักงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อีกทั้งการเดินทางของผู้โดยสารเป็นการเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต ทางการบินทยได้เร่งประสานไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อขอดูภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดในเวลาที่สัมภาระจากทั้งสองเที่ยวบินมีการลำเลียงแล้ว ผลเบื้องต้น พบผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานของบริษัทภายนอก (Outsource) แห่งหนึ่งที่จัดส่งแรงง
ผู้เขียนรู้จักกับ ป้าหน่อย หรือ คุณยุพาพร ว่องวิกย์การ ผ่านการแนะนำของป้าชิ้นที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันย่านโชคชัย 4 ตั้งแต่ก่อนปีน้ำท่วมใหญ่ ป้าสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ป้าหน่อยมีบ้านอยู่เชียงใหม่ มีอาชีพอิสระด้วยการประดิษฐ์เครื่องประดับจากกะลามะพร้าว มาตั้งแต่ปี 2545 เพราะมองเห็นเสน่ห์ความสวยงามของกะลามะพร้าวผ่านงานประดิษฐ์สร้อยคอและเครื่องรางของชาวบ้านอันเกิดจากภูมิปัญญาเก่าแก่จนนำไปสู่การประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ หรือสร้อยข้อมือ แล้วนำไปขายที่ตลาดคนเดินในจังหวัดเชียงใหม่ กับอีกหลายแห่ง ทุกครั้งที่ป้าหน่อยนำสินค้ามาขายตามงานแสดงในกรุงเทพฯ มักจะแวะมาเยี่ยมเยียนป้าชิ้น พร้อมกับติดงานบางประเภทมาให้ทำด้วย ดังนั้น การแนะนำให้รู้จักกับป้าหน่อยในคราวนั้นจึงทำให้ได้มีโอกาสนำเรื่องราวงานหัตถกรรมสวยๆ จากกะลามะพร้าวมาตีพิมพ์ลงในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี งานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวของป้าหน่อยถือว่าได้พัฒนาการความก้าวหน้าไปมาก จากเดิมที่เคยประดิษฐ์เครื่องประดับเพียง 10 กว่าชนิด แต่ขณะนี้มีจำนวนแบบมากกว่า 100 ชนิด จนเป็นที่รู้จักอย่างดี ในชื่อแบรนด์ “กะลาดูดี” พร้อมกับมี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชาวเน็ตได้มีการแชร์เหตุการณ์น่าภูมิใจของลูกเรือการบินไทย ที่ร่วมกันช่วยชีวิตผู้โดยสารที่มีภาวะหยุดหัวใจและหัวใจเต้นผิดจังหวะ จนต้องทำการ CPR หรือปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ โดยมีการแชร์ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Saharat Klomkliew” โดยระบุว่า สุดยอดจิงๆลูกเรือ…”การบินไทย”…ขอแชร์อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าภาคภูมิใจของลูกเรือการบินไทยค่ะ เหตุเกิดในไฟล์ท Tg 682 วันที่ 19/11/16 คุณลุงเป็นผู้โดยสารคนไทยที่ตั้งใจมาเที่ยวญี่ปุ่นกับลูกๆ หมดสติระหว่างรับประทานอาหารเช้า ประมาณ 1 ชม. ก่อนเครื่องลงที่ HND ลูกเรือที่ดูแลในโซน C class พบเห็นคุณลุงแน่นิ่งไปแบบผิดปกติ จับชีพจรไม่ได้ จึงได้แจ้งหัวหน้างาน เราได้ทำการประกาศหาแพทย์ และ นำผู้โดยสารลงนอนที่พื้น ทำการ CPR ทันที โดยมีเครื่อง AED และ Medical kit มาถึงอย่างรวดเร็ว ช่วงที่ลูกเรือกำลังทำ CPR และ กำลังแปะ Pad ที่หน้าอกผู้โดยสาร โชคดีมี คุณหมอเป็นผู้โดยสารคนไทยมาช่วย คุณหมอทำ CPR ไป 3 Cycle แล้วส่งต่อให้ลูกเรือทำ เพราะคุณหมอต้องมาเตรียมฉีดอะดรีนาลีน ลูกเรือของเราสลับกันทำ CPR ไปเรื่อยๆ สลับกับการ shock ด้วย AED จนในที่สุด ยังไม่ทัน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอร่วมสืบสานประเพณีไทย เนื่องในเทศกาลลอยกระทง และต้องการเผยแพร่ขนมธรรมเนียมไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัส จึงจัดเสิร์ฟขนมไทยเมนูพิเศษรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากเชฟครัวการบินไทย แก่ผู้โดยสารในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เดินทางในวันลอยกระทง วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ในทุกเที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ ในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ดังนี้ ผู้โดยสารชั้นหนึ่งให้บริการด้วย “ขนมประทุมมาศ” ผู้โดยสารชั้นธุรกิจให้บริการด้วย “ขนมพลอยชลธี” และ “ขนมโคพันนารายณ์” ส่วนผู้โดยสารชั้นประหยัดให้บริการด้วย “ขนมมุกวารี” ที่มา มติชน
