กู้เงิน
เปิดข้อสังเกต แหล่งเงินกู้เถื่อน ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ในทุกวิกฤตนอกจากสร้างฮีโร่ขวัญใจมหาชนแล้ว ยังต้องระวังมิจฉาชีพที่แอบแฝงมา การแก้ปัญหาและหาทางออกด้านการเงินภายใต้ความยากลำบากนี้ จำเป็นต้องมีสติ เพื่อให้รู้เท่ารู้ทันเล่ห์กลของมิจฉาชีพ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้แนะนำ ข้อสังเกตลักษณะแหล่งเงินกู้เถื่อนที่พบได้บ่อย ประกอบด้วย 1. สร้างเพจหรือแอพเลียนแบบธนาคารและผู้ให้บริการถูกกฎหมาย โดยใช้ชื่อให้คล้ายเหมือนกับบริษัทเงินกู้ใหญ่ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 2. มีโฆษณาชวนเชื่อที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย เช่น ดอกเบี้ยต่ำ (แต่ไม่จริง ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายคืนทุกรูปแบบรวมกันเมื่อคิดเป็นดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงไม่ต่ำกว่า 100% ต่อปี) ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้ (อันนี้จริง เพราะมีคนติดตามหนี้เถื่อนที่มีพฤติกรรมอยู่เหนือกฎหมายช่วยให้ลูกหนี้ไม่กล้าเบี้ยวหนี้ แต่อาจจำยอมใช้แหล่งเงินกู้เถื่อนอีกทางเพื่อนำมาวนจ่าย) 3. เพจหรือแอพที่เคยถูกจับยังวนกลับมาเปิดเพจใหม่ให้บริการในลักษณะเดิม โดยเพจใหม่แสดงชื่อเดิมควบคู่ไปกับชื่อใหม่ที่ใกล้เคียงเก่า อาทิ แอพ Consumer Finance ซึ่งศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้
ออมสิน เปิดลงทะเบียน “สินเชื่ออิ่มใจ” 11 ก.ค.นี้ ช่วยธุรกิจร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม กู้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินงวด 6 เดือน วันที่ 9 ก.ค. 2564 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้ธนาคารออมสินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยการ ปล่อยสินเชื่อผ่อนปรนเกณฑ์การอนุมัติ “สินเชื่ออิ่มใจ” วงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการกู้ได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักประกันการกู้ และให้ปลอดชำระเงินงวด 6 งวดแรก กำหนดระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี (รวมระยะเวลาปลอดชำระแล้ว) คิดอัตราดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี และยกเว้นค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อ ในการนี้ ธนาคารเตรียมเปิดให้บุคคลที่เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอกู้ทางเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 – วันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ จากนั้น ธนาคารจะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนขอกู้ โดยผู้กู้จะต้องแนบรูป
สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่ลากยาวข้ามมาในปีนี้ อาจทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้มาช่วยบรรเทาปัญหาการขาดสภาพคล่อง แต่ก่อนที่จะเริ่มกู้ เรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกัน ก็คือ วิธีคิดดอกเบี้ย และระยะเวลาการกู้ ในเรื่องวิธีคิดดอกเบี้ยนั้น หลักๆ แล้วจะมี 2 วิธีด้วยกันก็คือ วิธีคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ และ วิธีคิดแบบลดต้นลดดอก ในการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ จะมีการคำนวณภาระดอกเบี้ยที่ผู้กู้ต้องจ่ายตั้งแต่วันเริ่มทำสัญญาสินเชื่อ โดยดอกเบี้ยจะคิดบนยอดสินเชื่อที่เกิดขึ้นตลอดอายุสัญญาสินเชื่อนั้น และจะถูกนำไปเฉลี่ยเป็นภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน เช่นเดียวกับยอดสินเชื่อที่จะถูกเฉลี่ยเป็นงวดๆ ซึ่งที่ผู้กู้จะต้องทยอยคืนให้กับผู้ให้บริการเงินกู้ด้วยเช่นกัน ขณะที่การคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก จะมีความซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย แต่โดยหลักการแล้ว การคิดดอกเบี้ยวิธีนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อลูกหนี้ที่มีวินัยในการผ่อนชำระ เพราะหากมีการชำระคืนอย่างสม่ำเสมอ เงินต้นที่ลดลงหลังการผ่อนชำระในแต่ละงวดก็จะส่งผลทำให้ดอกเบี้ยที่คำนวณบนเงินต้นคงเหลือสำหรับการผ่อนในงวดถัดไปลดลงตาม สมมติว่า ผู้กู้ต้องการกู้เงินก
ธพว. ผนึก บสย. คิกออฟ ‘SME D ยกกำลัง 3’ วงเงิน 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยถูกเริ่มต้นเพียง 3% ต่อปี นาน 3 ปีแรก ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปี ขับเคลื่อนมาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนธุรกิจ นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และอยู่รอดได้ในท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอน ดังนั้น ธพว. และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จึงร่วมดำเนินการสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ พร้อมช่วยลดต้นทุนธุรกิจ ผ่านบริการ “SME D ยกกำลัง 3” ภายใต้โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับบริการ “SME D ยกกำลัง 3” เปิดโอกาสเติมทุนให้ทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนนำไปใช้หมุนเวียน ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิ
กระทรวงการคลัง กู้เงิน 20,000 ล้าน ชดเชยขาดดุลงบประมาณ ปี 62 กระทรวงการคลัง – เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ครั้งที่ 1 ความว่า เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 มาตรา 20 (1) และมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 1. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2562 ที่มีการขยายระยะเวลาเงินกู้ออกไปภายหลังจากวันสิ้นปีงบประมาณสำหรับการเบิกจ่ายกันเหลื่อมปี โดยการ
SMEs ต้องรู้! 5 เทคนิคเตรียมความพร้อม ก่อนไปกู้เงิน เป็นอีกหนึ่งปัญหาของผู้ประกอบการ SMEs หรือ นักธุรกิจหน้าใหม่ ที่ต้องหาแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินมา สร้างธุรกิจ ซึ่งปัญหาในการกู้เงินที่ SMEs มักพบบ่อยๆ คือ กู้ไม่ผ่าน! เพื่อให้การกู้เงินไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ดังนั้น เรามี 5 เทคนิคให้ผู้ประกอบการได้เตรียมความพร้อมก่อนไปกู้เงินง่ายๆ ดังนี้ 1.พฤติกรรมการชำระหนี้ : ด่านแรกที่ธนาคารจะตรวจสอบ นั่นก็คือ พฤติกรรมการชำระหนี้ ว่าผู้กู้เป็นลูกค้าที่ดีหรือไม่ ดังนั้น เราควรจะมีเครดิต การชำระหนี้ที่ดี และที่สำคัญ ธนาคารจะขอดูเรื่องของการเดินบัญชีว่ามีเงินบวกมากกว่าเงินออกหรือไม่ โดยจะดูย้อนหลังไป 6 เดือน หรือ 1 ปี 2.วัตถุประสงค์การกู้ : คือแผนธุรกิจนั่นเอง ว่าผู้กู้จะนำเงินดังกล่าวไปลงทุนขยายธุรกิจในส่วนใดบ้างโดย เรื่องเหล่านี้ผู้ประกอบการจะต้องวางแผนเพื่อตอบธนาคารให้ชัดเจน เพราะในการขอสินเชื่อ ธนาคารจะมองแผนธุรกิจที่วางไว้ด้วย 3.เอกสารที่นอกเหนือจากแผนธุรกิจ : คือเอกสารสำหรับตัวผู้กู้ เช่น หนังสือรับรอง หนังสือจดทะเบียนบริษัท หรือแม้แต่ ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน โดยข้อมูลดังกล่าวควรต้องเป็นข้อมู
