ก.แรงงาน
สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้รายงานว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลีใต้มีมติรับรองกฎหมายมาตรฐานแรงงาน หลังจากที่มีการเรียกร้องให้ลดจำนวนชั่วโฒงการทำงานของลูกจ้างสูงสุดที่ 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงจาก 68 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยภายใต้การแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานนี้ จะกำหนดให้มีชั่วโฒงการทำงานที่ 40 ชั่วโมงในวันธรรมดา และจำกัดช่วงโมงการทำงานล่วงเวลาที่ 12 ชั่วโมง โดยการทำงานในวันหยุด หรือวันเสาร์-อาทิตย์นั้นจะถูกนับเป็นการทำงานล่วงเวลา ทั้งนี้การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้นั้นจะเริ่มใช้กับบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 300 คนขึ้นไปในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ขณะที่บริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 50-299 คน ให้เริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2020 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า ส่วนบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 5-49 คน ให้เริ่มใช้วันที่ 5 ก.ค.2021 สำหรับการแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในแคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดี มุน แจอิน ที่มุ่งเป้าช่วยและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของแรงงานให้ดีขึ้น และช่วยการสร้างงานด้วย อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าวมีข้อยกเว้นชั่วโมงการทำงานสำหรับธุรกิจบางประเภทด้วยอาทิ การบริการขนส่งมวลชน บุคลากรให้
นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กพร.เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป หลายตำแหน่ง ได้แก่ นิติกร 3 อัตรา นักวิชาการเงินและบัญชี 5 อัตรา นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงาน 9 อัตรา ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค สาขาช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ 1 อัตรา ช่างทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ 9 อัตรา ช่างซ่อมรถยนต์ 3 อัตรา ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ 2 อัตรา ช่างไฟฟ้า 2 อัตรา ช่างกลโรงงาน 2 อัตรา ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า 1 อัตรา และตำแหน่งพนักงานประจำสำนักงานอีก 4 อัตรา รวม 41 อัตรา คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง กรรมการพรรคการเมืองหรือไม่เป็นเจ้าหน้าที่ในพรรรคการเมือง ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุก ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และต้องไม่เป็นพระภิกษุหรือสามเณร รับสมัครระหว่างวันที่ 16-30 มิถุนายน 2560 ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดการรับสมัครและคุณสมบัติอื่นๆ ที่ w
เมื่อวันที่ 11 มกราคม นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ส่งผลให้สถานประกอบกิจการได้รับผลกระทบ 8,725 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ125,918 คน ทั้งนี้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน ในส่วนของ กสร.ได้กำหนดมาตรการในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนายจ้าง ลูกจ้าง ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็น 2 ระยะ คือ 1.ขณะที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเข้าไปตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการที่ประสบปัญหาอุทกภัย ให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม และขอความร่วมมือจากนายจ้างให้ผ่อนผันเวลาทำงาน หรืออนุญาตให้ลูกจ้างที่ไม่สามารถมาทำงานได้ตามปกติสามารถหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา นายสุเมธ กล่าวว่า 2.บรรเทาความเดือดร้อนหลังน้ำลด โดยให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่นายจ้างเพื่อนำไปปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ภายในวงเงิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี ปลอด
