ขนมเปี๊ยะ
ธุรกิจเสื้อผ้า ยอดขายหลักแสน เจอวิกฤตซัดจนบอบช้ำ หันขาย ขนมเปี๊ยะเพื่อสุขภาพ จากธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าที่ปลุกปั้นมานานหลายปี ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองสามารถสร้างรายได้เป็น กอบเป็นกำ แต่เมื่อเกิดวิกฤต ส่งผลให้กิจการหยุดชะงัก หน้าร้านบางสาขาปิดตัว เพื่อความอยู่รอดระหว่างนี้ คุณอ้อ-ธันย์ณภัทร และ คุณติ๊ด-พัทธนันท์ นพสุวรรณชัย เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า จึงต้องปรับตัว สร้างแบรนด์ขนมเปี๊ยะเพื่อสุขภาพ หารายได้ เปิดแบรนด์เสื้อผ้า คุณอ้อ เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้าให้ฟังว่า มาจากคุณติ๊ด (สามี) ซึ่งทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทเครื่องพิมพ์ของเยอรมัน ส่วนตนเองเป็นพนักงานในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนกระทั่งเกิดแนวคิดอยากทำธุรกิจเล็กๆ และสิ่งที่อยากทำตอนนั้น คือ เสื้อผ้างานพิมพ์ลายวินเทจ เจาะกลุ่มเด็กวัยรุ่น และนักท่องเที่ยวต่างชาติ คุณติ๊ดเป็นคนออกแบบลายเสื้อผ้า เพราะมีความรักในการทำกราฟิก ส่วนคุณอ้อดูเรื่องการตลาดและการผลิต “เราลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ 3 เครื่อง หาพนักงานมาช่วยฝ่ายผลิต ฝ่ายแพ็ก หาช่างเย็บผ้า และหาโรงงานผลิตผ้า จนสามารถเปิดแบรนด์เสื้อผ้าได้ 3 แบรนด์ คือ Lepetidprint (เลอเปอติ๊ดปริ้น), Puch
ไม่ว่าจะมีขนมสัญชาติใดถาโถมเข้ามา แต่ขนมเปี๊ยะก็ยังยืนหนึ่งอยู่ในตลาดขนมอยู่เสมอ เฉกเช่น “ขนมเปี๊ยะฅนหล่ม” ขายขนมมงคลมานานนับทศวรรษ สืบทอดสูตรจากบรรพบุรุษ เจ้าของกิจการ คือ คุณเฮียง – สุจิตรา อัจฉรารุจิ วัย 66 ปี คุณเฮียง เท้าความว่า เดิมขายน้ำปั่น แต่เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีการจัดงานถนนคนเดิน เลยลองทำขนมเปี๊ยะขาย สูตรที่ใช้เป็นสูตรดั้งเดิมของตระกูลที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ในช่วงแรกทำขายเล่นๆ ไม่ได้หวังให้โด่งดัง แต่ปรากฏลูกค้าต่างบอกปากต่อปาก ผลตอบรับดีเกินที่คาดหวังไว้มาก จึงทำขนมเปี๊ยะขายเป็นเรื่องเป็นราว ขายทุกวัน จะหยุดเฉพาะวันอาทิตย์ และช่วงเทศกาลเท่านั้น สำหรับจุดเด่นของขนมเปี๊ยะฅนหล่ม คือ แป้งกรอบนอก นุ่มใน ไส้ทะลัก ใช้วัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน ไร้สารกันบูด นำไปทอดกลิ่นหอม สามารถเก็บรักษาได้นานเป็นปี รสชาติกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน มีให้เลือก 5 ไส้ ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วแดง เผือก สับปะรด และงาดำ นอกจากรสชาติที่ดีแล้ว ทางร้านให้ความสำคัญกับวัตถุดิบมาก คุณเฮียง ย้ำว่า ทางร้านทำสดใหม่ วันต่อวัน ไส้ขนมก็ทำเอง ไม่ได้ซื้อแบบสำเร็จรูป อายุขนมเก็บ
ธุรกิจนำเข้าสินค้าชะงัก หันขายขนมเปี๊ยะสู้โควิด ออร์เดอร์ทะลักแทบไม่ได้นอน คุณเปรี้ยว-นภสร สังขพิจิตร ในวัย 33 ปี บอกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เปิดบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนร่วมกับเพื่อนมานาน 6-7 ปี แต่เพราะเกิดโควิด-19 ไม่สามารถนำเข้าสินค้าได้ รายได้หายไปร่วมแสนบาท เธอเลยต้องปรับตัวมาขายขนมเปี๊ยะ “สินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่ คือ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ธุรกิจเรามาทรุดช่วงโควิด-19 เพราะนำเข้าสินค้าไม่ได้ ถึงนำเข้าได้ก็ไม่คุ้ม ขายออกยาก รายได้หายไปร่วมแสนบาท เลยต้องพักธุรกิจนี้ไว้ก่อน เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนแยกไปทำสวนลำไย ส่วนเรามาทำขนมเปี๊ยะขาย เรียนมานานแล้วแต่ไม่เคยทำขาย นำมาปรับสูตรให้พอดี เริ่มขายแถวหมู่บ้านก่อน ยังไม่ได้ลงออนไลน์ คนในหมู่บ้านกินแล้วบอกต่อ พอได้ออร์เดอร์จากคนนอกมาบ้าง เริ่มมั่นใจมากขึ้นว่ารสชาติถูกปากลูกค้า เลยเปิดเพจขาย ชื่อ ขนมบ้านพิจิ เป็นชื่อของลูกชาย” คุณเปรี้ยว เล่า ขนมเปี๊ยะบ้านพิจิ มี 2 รสชาติ “ไส้แรกที่ทำขายคือถั่วไข่เค็ม และคัสตาร์ดไข่เค็มลาวา ซึ่งตอนนี้ขายดีกว่าไส้แรก จ้างป้าแถวบ้านมาช่วยทำไส้ถั่วไข่เค็ม ส่วนไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม
“ขนมเปี๊ยะฅนหล่ม” แป้งกรอบนอก นุ่มใน ออร์เดอร์ล้น! ต่างชาติยังชอบ ไม่ว่าจะมีขนมสัญชาติใดถาโถมเข้ามา แต่ขนมเปี๊ยะก็ยังยืนหนึ่งอยู่ในตลาดขนมอยู่เสมอ เฉกเช่น “ขนมเปี๊ยะฅนหล่ม” ขายขนมมงคลมานานนับทศวรรษ สืบทอดสูตรจากบรรพบุรุษ เจ้าของกิจการ คือ คุณเฮียง – สุจิตรา อัจฉรารุจิ วัย 66 ปี คุณเฮียง เท้าความว่า เดิมขายน้ำปั่น แต่เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีการจัดงานถนนคนเดิน เลยลองทำขนมเปี๊ยะขาย สูตรที่ใช้เป็นสูตรดั้งเดิมของตระกูลที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ในช่วงแรกทำขายเล่นๆ ไม่ได้หวังให้โด่งดัง แต่ปรากฏลูกค้าต่างบอกปากต่อปาก ผลตอบรับดีเกินที่คาดหวังไว้มาก จึงทำขนมเปี๊ยะขายเป็นเรื่องเป็นราว ขายทุกวัน จะหยุดเฉพาะวันอาทิตย์ และช่วงเทศกาลเท่านั้น สำหรับจุดเด่นของขนมเปี๊ยะฅนหล่ม คือ แป้งกรอบนอก นุ่มใน ไส้ทะลัก ใช้วัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน ไร้สารกันบูด นำไปทอดกลิ่นหอม สามารถเก็บรักษาได้นานเป็นปี รสชาติกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน มีให้เลือก 5 ไส้ ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วแดง เผือก สับปะรด และงาดำ นอกจากรสชาติที่ดีแล้ว ทางร้านให้ความสำคัญกับวัตถุดิบมาก คุณเฮียง ย้ำว่า ทางร้านทำสดใหม
ไอเดียทำเงิน คุณแม่ลูกสอง ทำ “ขนมเปี๊ยะรามเกียรติ์” ขายหนึ่งเดียวในไทย เป็นธรรมดาของมนุษย์เงินเดือนที่รู้สึกอิ่มตัวกับงานประจำ แม้จะมีเงินเดือนเข้าแน่นอนทุกเดือน แต่นั่นไม่ใช่เครื่องยืนยันว่างานที่ทำจะมั่นคง เมื่อถึงช่วงหนึ่งของชีวิต หลายคนจึงใฝ่หาความเป็นอิสระทางการเงิน เช่น การเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งปัจจุบันธุรกิจอาหาร ขนมและเครื่องดื่ม ยังเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการมือใหม่ แม้ใครจะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ธุรกิจประเภทนี้ยังเป็นอะไรที่ขายได้ เช่นเดียวกับคุณแม่ลูกสองรายนี้ คุณตาล-นัฐปภัสร์ ขาวคม อายุ 35 ปี เจ้าของแบรนด์ ลูกตาล Bakery Homemade หนึ่งในมนุษย์เงินเดือนที่หันมาเอาดี เปิดธุรกิจเบเกอรี่เล็กๆ แบบโฮมเมดขายผ่านออนไลน์ เธอเล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทนาน 10 ปี จากนั้นย้ายไปเป็นผู้จัดการร้านขนมอิตาลีแห่งหนึ่ง ด้วยคนในครอบครัวชอบกินขนม ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ สามี และลูกอีกสองคน เธอเลยอยากทำขนมให้คนในครอบครัวกิน ระหว่างนั้นจึงเริ่มศึกษา หาสูตรจากกูเกิ้ล ดูวิธีทำจากยูทูป โดยขนมชิ้นแรกที่คุณแม่ลูกสองเริ่มทำ คือ ขนมเปี๊ย
สาวสวยเกียรตินิยม เปิดธุรกิจขนมเปี๊ยะเพื่อสุขภาพ ไม่ใส่เนยนม อร่อย 18 ไส้ ขายดีขึ้นห้าง “บ้านคุณฉุย” ร้านขนมเปี๊ยะอบควันเทียนโฮมเมดสำหรับคนรักสุขภาพ ที่กำลังได้รับความนิยมจากรสชาติประมาณ 18 ไส้ โดย คุณตูน-ยลดา ฉุยกลิ่น สาวสวยวัย 32 ปี เป็นเจ้าของแบรนด์ ดีกรีไม่ธรรมดา เธอเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หลังเรียนจบเธอใช้ชีวิตการทำงานในฐานะมนุษย์เงินเดือนร่วม 6 ปี แต่เพราะชอบทานขนมเปี๊ยะ จึงอยากมีกิจการเป็นของตนเอง เกิดเป็นร้านบ้านคุณฉุย ซึ่งตั้งตามชื่อตัวแรกจากนามสกุลของคุณปู่เพื่อเป็นสิริมงคล “ตูนชอบกินขนมเปี๊ยะแป้งนิ่ม ร้านส่วนใหญ่แป้งจะแข็ง เลยช่วยกันคิดสูตรกันเองกับครอบครัวว่าทำอย่างไรให้แป้งไม่ร่วน กินแล้วไม่ติดคอ โชคดีที่ครอบครัวชอบทำขนมไทยอยู่แล้ว การคิดสูตรจึงไม่ใช่เรื่องยาก” ในระหว่างคิดสูตร คุณตูน บอกว่า แต่ละครั้งจะนำขนมเปี๊ยะไปทดลองแจกให้พนักงานออฟฟิศลองกินก่อน เพื่อดูผลตอบรับ คำติชม แล้วนำไปแก้ไขจนได้รสชาติที่อร่อยที่สุด ใช้เวลาไม่นานมากก่อนวางจำหน่ายจริง รับออร์เดอร์ผ่านออนไลน์ แล้วจัดส่งตามแนวรถไฟ
ทายาทรุ่น 4 กิจการขนมเปี๊ยะชื่อดังย่านลาดกระบัง ปฏิเสธอาชีพเชฟดาวรุ่ง กลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว ผุดไอเดียพัฒนาขนมโบราณด้วยการเพิ่มไส้ที่หลากหลาย เพิ่มธัญพืช ลดความหวาน และเพิ่มไข่ต่อชิ้นมากถึง 8 ฟอง บรรจุภัณฑ์เปิด-ปิดกินง่าย ขายดีมากกว่าเดิม 10 เท่าตัว ช่วงเทศกาลปั๊มเงินแทบไม่ทัน คุณอานนท์ พงษ์จิวานิช หรือ เชฟปั๊ม หนุ่มวัย 28 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ทำงานเป็นเชฟอาหารไทยในโรงแรม จากนั้นไปเป็นผู้ช่วยเชฟร้านอาหารชื่อดัง 2-3 แห่ง เบ็ดเสร็จทำงานประจำ 3 ปีรับเงินเดือน เดือนละเกือบ 3 หมื่นบาท แต่สุดท้ายตัดสินใจลาออก เพราะอยากกลับมาช่วยกิจการขนมเปี๊ยะของครอบครัว โดยรับช่วงต่อจากคุณพ่อ ซึ่งท่านอายุมากแล้ว ครอบครัวเชฟปั๊มทำขนมเปี๊ยะสืบทอดกันมานาน 120 ปี หรือ 4 ช่วงอายุคน ใช้ชื่อร้านว่า “พงษ์จิวานิช” เชฟปั๊ม บอกว่า ในอดีตเป็นของเหล่าอากง มีโรงงานผลิตขนมเปี๊ยะอยู่ตลาดหัวตะเข้ ลาดกระบัง หลังจากนั้นอากง (พ่อของพ่อ) แต่งงานมีลูกได้แยกตัวออกมาทำขนมเปี๊ยะขายเอง กระทั่งรุ่นคุณพ่อ (รุ่นที่ 3) และรุ่นที่ 4 (รุ่นเชฟปั๊ม) เรียกว่าเกิดมาก็เห
ขนมเปี๊ยะ ขนมมงคล มีมาแต่โบร่ำโบราณตามความเชื่อของชาวจีน สื่อถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้รับกับผู้ให้ ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น จนปัจจุบัน ขนมชนิดนี้ ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หากรูปแบบการทำอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย อย่าง ขนมเปี๊ยะสดอบควันเทียน ตรา “ประจักษ์ 9 รส” ที่ดัดแปลงสูตรทั้งแป้งทั้งไส้ ให้ถูกปาก “คนทำ” เป็นจุดเริ่ม ก่อนส่งต่อไปให้คนใกล้ชิด จนหลายคนติดอกติดใจนักหนา แม้ทุกวันนี้ ไม่มีหน้าร้านเป็นเรื่องเป็นราว แต่ขนมเปี๊ยะเจ้านี้ มีออร์เดอร์จากลูกค้าตลอดทั้งปี ช่วงพีกสุดๆ ทีมงานเกือบ 10 ชีวิต เคยปั้นกันมือเป็นระวิง ถึงวันละ 15,000 ลูก มาแล้วและหากลูกค้าท่านใด คิดจะเดินเข้าไปซื้อหามาลองชิมสักกล่องสองกล่อง ต้องขอบอกเสียใจด้วยเพราะขนมเปี๊ยะประจักษ์ 9 รส ต้องสั่งล่วงหน้าเท่านั้น…ถึงจะได้รับประทาน! คุณประจักษ์ เจียมจรรยงค์ เจ้าของผลงานวัย 48 ปี ละมือจากงานประจำวัน มาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง จบปริญญาตรี คณะบัญชี มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ปริญญาโท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสยาม ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำอยู่สำนักงานตรวจสอบบัญชี ประ
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านอาหาร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงข่าว “การทดสอบสารกันบูดขนมเปี๊ยะ” ว่า ศูนย์ทดสอบนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สุ่มทดสอบสารกันบูด หรือกรดเบนโซอิกและซอร์บิกในขนมเปี๊ยะจำนวน 13 ตัวอย่าง พบมีเพียง 1 ตัวอย่าง คือ ขนมเปี๊ยะเหลืองจากร้าน เอส แอนด์ พี ที่ไม่พบการปนเปื้อนของสารกันบูดเลย ส่วนที่เหลืออีก 12 ตัวอย่างพบทั้งหมด ได้แก่ ยี่ห้อ 1.อื้อ เล่ง เฮง 2.ครูสมทรง 3.แต้เล่าจิ้นเส็ง 4.ขนมบ้านอัยการ 5.Baan Suntiras 6. แต้ เซ่ง เฮง 7.ขนมเปี๊ยะปรุงพิเศษ ท่าดินแดง 8.วิคตอรี่ เบเกอรี่ 9.ร้านสิงห์เพชร 10.ร้านหมู 11.ขนมเปี๊ยะบางกระบือ (โง้วฮั่วเตียง) และ 12.กาโตว์ เฮาส์ โดยจากการสุ่มทดสอบครั้งนี้พบว่าปริมาณของวัตถุกันเสียในขนมเปี๊ยะอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก ระหว่าง 12.85- 58.77 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือเฉลี่ยที่ 20.47 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเท่านั้น เมื่อเทียบกับปริมาณที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ คือสูงสุดไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม กล่าวคือ พบสารกันบูดก็จริง แต่ไม่เกินมาตรฐาน “แม้ว่าจะมีสารกันบูดผสมในปริมาณที่ไม่เกิน 1
ขนมเปี๊ยะ ขนมมงคล มีมาแต่โบร่ำโบราณตามความเชื่อของชาวจีน สื่อถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้รับกับผู้ให้ ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น จนปัจจุบัน ขนมชนิดนี้ ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หากรูปแบบการทำอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย อย่าง ขนมเปี๊ยะสดอบควันเทียน ตรา “ประจักษ์ 9 รส” ที่ดัดแปลงสูตรทั้งแป้งทั้งไส้ ให้ถูกปาก “คนทำ” เป็นจุดเริ่ม ก่อนส่งต่อไปให้คนใกล้ชิด จนหลายคนติดอกติดใจนักหนา แม้ทุกวันนี้ ไม่มีหน้าร้านเป็นเรื่องเป็นราว แต่ขนมเปี๊ยะเจ้านี้ มีออร์เดอร์จากลูกค้าตลอดทั้งปี ช่วงพีกสุดๆ ทีมงานเกือบ 10 ชีวิต เคยปั้นกันมือเป็นระวิง ถึงวันละ 15,000 ลูก มาแล้วและหากลูกค้าท่านใด คิดจะเดินเข้าไปซื้อหามาลองชิมสักกล่องสองกล่อง ต้องขอบอกเสียใจด้วยเพราะขนมเปี๊ยะประจักษ์ 9 รส ต้องสั่งล่วงหน้าเท่านั้น…ถึงจะได้รับประทาน! คุณประจักษ์ เจียมจรรยงค์ เจ้าของผลงานวัย 48 ปี ละมือจากงานประจำวัน มาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง จบปริญญาตรี คณะบัญชี มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ปริญญาโท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสยาม ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำอยู่สำนักงานตรวจสอบบัญชี ประจำบริษ
