ขยะอาหาร
โมเดล Food Upcycle คือการนำวัตถุดิบเหลือกลับมาใช้ซ้ำ (Recycle) พร้อมเพิ่มมูลค่า (Upcycle) เปลี่ยนสิ่งที่ต้องถูกทิ้ง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์แบรนด์ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาวจากการช่วยลดปริมาณขยะอาหาร โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า Food Upcycle จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้ธุรกิจร้านอาหารประมาณ 4% จากเฉลี่ย 31.8% เป็นเฉลี่ย 35.8% จากการลดต้นทุนอาหารส่วนเกินที่เคยต้องทิ้งไป และมีรายได้เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการแปรรูป อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการทำ Food Upcycle สำหรับธุรกิจตัวเอง เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากอาหารส่วนเกิน จะมีต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้น ควรจะต้องพิจารณา “การลดต้นทุนของเสีย” และ “การลงทุนสร้างมูลค่าใหม่” ตัวอย่างการทำ Food Upcycle ในไทย เช่น แกงโฮะ อาหารของภาคเหนือ ที่นำแกงต่างๆ ที่เหลือจากการทำบุญมารวมกัน แล้วเติมวัตถุดิบอื่นๆ ลงไป เพื่อสร้างเป็นเมนูใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มเป็น 120-200 บาทต่อจาน สำหรับการเติบโตของ Food Upcycle ในไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเม
หลายคนอาจมองว่า “วิทยาศาสตร์” เป็นเรื่องซับซ้อนและห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกผสานเข้ากับหัวใจของผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะล้นเมือง หรือการฟื้นฟูผืนป่าที่เสื่อมโทรม วิทยาศาสตร์ จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องทดลอง หากแต่เป็น “เครื่องมือ” อันทรงพลังในการแก้ไขปัญหาสังคมที่เผชิญอยู่ทุกวัน โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ChangeFusion มุ่งมั่นผลักดันศักยภาพผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง 14 ปี ได้สนับสนุนผู้ประกอบการ SE รุ่นใหม่ที่กล้าใช้ทั้ง “วิทย์” และ “ใจ” สร้างสรรค์กิจการเพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม โดดเด่นอย่าง แบรนด์ JAIKLA (ใจกล้า) ที่แปลงขยะอินทรีย์ให้เป็นโภชนาการใหม่ ด้วยวิทยาศาสตร์การอาหาร จากภาพของกองผักผลไม้เหลือทิ้งจากห้างสรรพสินค้าที่เคยถูกมองว่า 
เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) เดินหน้าขยายความร่วมมือการจัดการขยะอาหารด้วยแฟลตฟอร์มออนไลน์บนเว็บไซต์ FoodWasteHub.com ผนึกเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษารวม 29 หน่วยงาน เผยแพร่ความรู้และแนวทางการจัดการด้านขยะอาหาร โดยงานวิจัยฝีมือคนไทยและกรณีศึกษาเพื่อการนำขยะอาหารกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนและนโยบาย BCG อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับแผนการจัดการขยะอาหารของประเทศไทย (พ.ศ. 2566-2573) และแผนปฏิบัติด้านการจัดการขยะอาหาร ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566-2570) ด้วยแนวทางการจัดการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง หวังลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลของประเทศ สำหรับแพลตฟอร์มการเผยแพร่นวัตกรรมการจัดการขยะอาหาร หรือ Food Waste Platform เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2567 ภายใต้ชื่อเว็บไซต์ www.FoodWasteHub.com เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ความรู้และแนว
เปลี่ยนวัตถุดิบเหลือ รังสรรค์เป็นเมนูใหม่ “God of Grill Steak” ลดปัญหาขยะอาหาร ขายดีแซงจานหลัก แม้จะผ่านการทำร้านอาหารเปิดและปิดมาร่วม 10 กว่าร้าน ถึงอย่างนั้น คุณปอนด์-อังกูร ไชยปรีชาวิทย์ ก็ไม่เคยหมดแพชชันในการทำธุรกิจ เมื่อถึงจังหวะและเวลาที่เหมาะสม เขาจึงนำประสบการณ์ นำทุกองค์ความรู้ที่มีมาเปิดร้าน God of Grill Steak Everyday Steak Food คุณปอนด์ตั้งใจให้ God of Grill Steak เป็น “Everyday Steak Food” ลูกค้าสามารถแวะมาทานได้ทุกวัน แม้ไม่ใช่โอกาสพิเศษ สามารถใส่เสื้อยืด สวมกางเกงขาสั้น หรือชุดออฟฟิศมาทานได้แบบไม่เขิน God of Grill Steak โดดเด่นในเรื่อง “คุณภาพ” และ “ราคา” ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ในราคาเริ่มต้น 99 บาท คุณปอนด์ บอกว่า เมนูของร้านเป็นเมนูสแตนดาร์ด ทั้งสเต๊กไก่สไปซี่ สเต๊กหมูหมักพริกไทยดำ สเต๊กหมูสันนอก หรือสเต๊กปลาทอด เป็นต้น แต่ในความพิเศษของเมนูเหล่านี้คือ “การคัดสรรวัตถุดิบ” ที่เขายอมเหนื่อยในฝั่งโอเปอเรชัน เพื่อเสาะหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุดมาให้ลูกค้า “เราทำร้านอาหาร รู้ดีอยู่แล้วว่าใช้ซัพพลายเออร์เจ้าเดียวจบ เพราะเขามีครบ แต่เราจะไม่ยอมในเรื่องนี้ เราใช้ซัพพลายเออ
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ยกระดับความยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญ “Food Hero, Taste not Waste” ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมองใหม่ เป็นฮีโร่ได้ง่ายๆ ด้วยการช้อปสินค้าใกล้หมดอายุ ที่ยังคงคุณภาพดี ในราคาลดพิเศษ พร้อมปล่อยคลิป Tops Food Hero เปิดอินไซต์ผู้บริโภค สร้างการรับรู้แคมเปญฯ ตั้งเป้าลดปริมาณขยะอาหาร 30% ภายในปี 2573 ท็อปส์ ผู้นำธุรกิจเชนซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับแผนความยั่งยืน เปิดแคมเปญรณรงค์ “Food Hero, Taste not Waste” ชวนผู้บริโภคเป็นฮีโร่ ร่วมลด Food Waste ด้วยการเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการซื้อสินค้าที่ใกล้หมดอายุ แต่ยังคงคุณภาพดี ในราคาลดพิเศษ เพื่อลดการเหลือทิ้งสินค้าใกล้หมดอายุโดยเปล่าประโยชน์ ต่อยอดสู่การลดปริมาณขยะอาหารในประเทศไทยที่มีมากกว่า 9.68 ล้านตันต่อปี ชวนผู้บริโภคร่วมซื้อสินค้าใกล้หมดอายุที่ติดสติกเกอร์ลดราคาป้ายเหลืองในราคาที่คุ้มค่าลดสูงสุด 30-50% สำหรับสมาชิก The1 รับคะแนนสะสมพิเศษ X2 ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2567 ที่ร้านท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา พร้อมเปิดตัวคลิปเรื่อง ‘Tops Food Hero’ สื่อสารพฤติกร
ลด ละ เลิก ขยะอาหาร กันเถอะ พบสถิติน่าตกใจ ข้าว เหลือทิ้งมากที่สุด เคยสังเกตไหมครับ เวลาเราไปกินอาหารกับครอบครัวกับเพื่อนตามร้านอาหาร ศูนย์อาหาร สุดท้ายแล้วในจานเราเหลืออะไรที่ไม่ได้กินกลายเป็นขยะอาหาร ผมไปเป็นที่ปรึกษาให้โครงการลดขยะอาหารศูนย์อาหารของสถาบันสิ่งแวดล้อม เขาพาไปเยี่ยมชมศูนย์อาหารของโรงงานแถวสระบุรีซึ่งมีพนักงานหลายร้อยคน รอบหนึ่งๆ ก็มากินกันเป็นร้อย กิจกรรมหนึ่งที่ศูนย์อาหารที่เข้าร่วมโครงการนี้ต้องทำเป็นครั้งคราว คือแยกขยะอาหารจากโต๊ะอาหารครับ ชั่งขยะอาหารน้ำหนักรวมได้เท่าไหร่ แล้วค่อยแยกขยะอาหารต่อ เช้านั้นมีคนงานมากินอาหารที่ศูนย์อาหารประมาณ 100 คน ชั่งน้ำหนักขยะอาหารรวมได้ 5 กิโลกรัม ทีนี้ก็ใช้ปากคีบแยกขยะอาหารออกเป็น 5 ประเภท คือ 1. เนื้อสัตว์หรือประเภทโปรตีน 2. ไขมันหรือเนื้อสัตว์ติดมัน 3. ผัก 4. ส่วนที่กินไม่ได้ เช่น ก้างปลา กระดูกไก่ ใบมะกรูด ท่อนตะไคร้ 5. แป้ง เช่น ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว เดาซิครับว่าขยะอาหารจากจานอาหารอะไรเหลือมากที่สุด แน่นอนครับเป็นส่วนของแป้งหรือข้าว รองลงมาคือ ผัก เช้านั้นเป็นถั่วฝักยาวมาจากผัดพริกขิง มะเขือพวงมาจากแกงเผ็ด อันนี้เหลือเยอะมาก พอ
คนไทย ผลิตขยะอาหาร 146 กก./คน/ปี ชี้ ต้องป้องกันต้นทางก่อนล้นเมือง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เชื้อเชิญผมไปเป็นที่ปรึกษาโครงการลดขยะอาหารในศูนย์อาหาร มีศูนย์อาหารทั้งของรัฐ เอกชน ศูนย์การค้านำร่องเข้ามาร่วมประมาณ 15 แห่ง เพื่อที่ผลสุดท้ายจะสรุปผลได้เป็นตัวอย่างของศูนย์อาหารในการลดขยะอาหารต่อไป ขยะอาหารกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะเขาสำรวจมาแล้วว่าในบรรดาขยะมูลฝอยทั้งหมดในประเทศไทยเป็นขยะอาหารไปแล้วถึงร้อยละ 39 หรือคนไทย 1 คนผลิตขยะอาหารได้ 146 กิโลกรัมต่อปี แหล่งกำเนิดขยะอาหารสูงสุดคือ ตลาดสด รองมาเป็น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สำนักงาน คอนโด อพาร์ตเมนต์ โรงแรม รีสอร์ต ครัวเรือน และสถานศึกษา ผิดกับที่อเมริกาของเขาขยะอาหารมากกว่าร้อยละ 80 มาจากครัวเรือน แสดงว่าบ้านเราคนชอบกินข้าวนอกบ้านมากกว่าในบ้าน สาเหตุของการเกิดขยะอาหารจากบ้านเรือนเพราะซื้อมาเกินจำเป็น ซื้อมาเก็บ เหลือ กินไม่ทันก็ทิ้ง คนอเมริกันกับคนไทยไม่แตกต่างกัน ส่วนขยะอาหารจากร้านอาหาร ศูนย์อาหารมีที่มาจากการจัดการที่ไม่ดี แยกเป็นขยะอาหารที่เกิดขึ้นในครัว กับบนโต๊ะอาหาร ในครัวเริ่มมีขยะอาหารตั้งแต่การตัดแต่งผัก เนื้อสัตว์ การจัดเก็บที่ไ
เปิดตัว เว็บ Food Waste Hub พลิกวิกฤตขยะอาหาร สู่ธุรกิจ Save โลก เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารทรู ดิจิทัลพาร์ค เวสต์ มีงานแถลงข่าวความร่วมมือและเปิดตัว แพลตฟอร์มเผยแพร่ “นวัตกรรมการจัดการขยะอาหาร” www.foodwastehub.com ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว เกิดจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการสนับสนุนของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) เพื่อเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมฝีมือคนไทยในการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ ตอบโจทย์เอสเอ็มอีและสตาร์ตอัป ที่มองหาแนวทางการนำงานวิจัยไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าลดขยะอาหาร และแยกขยะอินทรีย์ออกจากขยะรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะ เพิ่มอัตราการรีไซเคิล หนุนนโยบาย BCG ของประเทศ “ปัญหาขยะอาหารกลายเป็นประเด็นสำคัญของโลก โดย 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตได้ทั่วโลก ถูกทิ้งเกิดการเน่าเสีย สร้างผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเชื่อมโยงไปสู่ภาวะโลกร้อน ซึ่งประเทศไทย มีขยะอาหารคิดเป็น 64 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณทั้งหมด และยังมีการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์น้อยมาก เนื่องจากไม่มีการคัดแยกที่ถูกต้องก่อนทิ้ง
ขยะอาหาร ต่อปี เลี้ยงคนได้ครึ่งโลก อยากให้เป็นศูนย์ ต้องทำแต่พอดี ปีใหม่ผมไปเคานต์ดาวน์อยู่บนดอยแม่สลอง นอนฟังคนอื่นเขาจุดพลุกันปังๆ จนหลับฝันเห็นพลุ ไม่ได้นับถอยหลังกับเขา แต่อย่างน้อยได้หนีโควิดในเมืองไปสักหน่อยก็ยังดี คนไทยพอจะเริ่มหายเซ็งโควิดรอบ 1 รอบ 2 มาเจอรอบ 3 รอบ 4 อีก คงต้องทำตัวให้หายเซ็งไปเอง โควิดจะอยู่จะไปก็เรื่องของมัน อย่ามาหาเราเท่านั้นเป็นพอ แม่สลอง ผมขึ้นมาครั้งก่อน เมื่อเมษายนปี 64 ช่วงที่โควิดรอบ 2 เริ่มระบาด ตอนนั้นหาคนคุยด้วยลำบาก ไม่มีใครเขาขึ้นดอยกันหน้าร้อน แถมกลัวโควิดด้วย มาปีใหม่นี้คนคึกเต็มดอย ร้านอาหาร ร้านกาแฟขายดีเป็นแถว ร้านกาแฟที่ผมสนิทตั้งตัวรับไม่ทัน เขาขายกาแฟ ขายชา ของว่างแบบชาวดอย อาหารจานเดียว ของหมดตู้ทำไม่ทัน ร้อนถึงเจ้าของหนุ่มต้องขับรถลงดอยไปแม็คโครในเชียงรายไปกลับ 60 กว่าโล ไม่นับความหวาดเสียวระหว่างขึ้นเขาลงเขา พอให้หัวใจเต้นเล็กน้อย บรรทุกของมาเต็มรถ พออีกวันลงไปอีก ของหมดอีกแล้ว เข้าตำราเรื่อง “การทำขยะอาหารให้เป็นศูนย์” ที่ผมสาธยายไว้คราวก่อนพอดี พ่อหนุ่มต้องซื้อของหลายรอบ เสียทั้งพลังงานคน พลังงานรถ เกิดควันพิษจากรถอีก แล้วยังขยะที่มา
อาหารรักษ์โลกเพิ่มโอกาสธุรกิจ “เอกา โกลบอล” แนะเอสเอ็มอีเลือกบรรจุภัณฑ์ยืดอายุ-ลดขยะอาหาร ทั่วโลกจับตาสถานการณ์ “ขยะอาหาร” ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน มีแนวโน้มเพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ “เอกา โกลบอล” ผู้นำเทรนด์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารยักษ์ใหญ่ของตลาด แนะไทยเร่งวางแผนรับมือ ดันบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกตอบโจทย์เอสเอ็มอี เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ขยายตัว คุณชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า เดือนตุลาคมของทุกปี (16 ต.ค.) ทั่วโลกจะมีมุ่งเน้นการรณรงค์และระลึกถึงวันอาหารโลก (World Food Day) ซึ่งเป็นวันที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กำหนดขึ้น เพื่อให้นานาประเทศเข้าใจความสำคัญของอาหารและปัญหาความอดอยากของประชากรโลก มุ่งหวังให้เกิดความช่วยเหลือกันพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ เป็นปีที่เน้นการจัดการทรัพยากรน้ำในห่วงโซ่อาหารให้ยั่งยืน เพื่อรักษาแหล่งน้ำจืดให้มีใช้ยาวนานถึงอนาคต เพราะผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรโลก
