ขายขนม
ธุรกิจนำเข้าสินค้าชะงัก หันขายขนมเปี๊ยะสู้โควิด ออร์เดอร์ทะลักแทบไม่ได้นอน คุณเปรี้ยว-นภสร สังขพิจิตร ในวัย 33 ปี บอกกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เปิดบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนร่วมกับเพื่อนมานาน 6-7 ปี แต่เพราะเกิดโควิด-19 ไม่สามารถนำเข้าสินค้าได้ รายได้หายไปร่วมแสนบาท เธอเลยต้องปรับตัวมาขายขนมเปี๊ยะ “สินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่ คือ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ธุรกิจเรามาทรุดช่วงโควิด-19 เพราะนำเข้าสินค้าไม่ได้ ถึงนำเข้าได้ก็ไม่คุ้ม ขายออกยาก รายได้หายไปร่วมแสนบาท เลยต้องพักธุรกิจนี้ไว้ก่อน เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนแยกไปทำสวนลำไย ส่วนเรามาทำขนมเปี๊ยะขาย เรียนมานานแล้วแต่ไม่เคยทำขาย นำมาปรับสูตรให้พอดี เริ่มขายแถวหมู่บ้านก่อน ยังไม่ได้ลงออนไลน์ คนในหมู่บ้านกินแล้วบอกต่อ พอได้ออร์เดอร์จากคนนอกมาบ้าง เริ่มมั่นใจมากขึ้นว่ารสชาติถูกปากลูกค้า เลยเปิดเพจขาย ชื่อ ขนมบ้านพิจิ เป็นชื่อของลูกชาย” คุณเปรี้ยว เล่า ขนมเปี๊ยะบ้านพิจิ มี 2 รสชาติ “ไส้แรกที่ทำขายคือถั่วไข่เค็ม และคัสตาร์ดไข่เค็มลาวา ซึ่งตอนนี้ขายดีกว่าไส้แรก จ้างป้าแถวบ้านมาช่วยทำไส้ถั่วไข่เค็ม ส่วนไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม
ด.ช.วัย12 ยอดกตัญญู ช่วยแม่เร่ขายขนม หลังเลิกเรียน พ่อป่วยอัมพฤกษ์ วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.นันทิพัฒน์ มาลาศรี อายุ 12 ปี ปัจจุบันเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ออกเร่ขายขนมดอกจอกบรรจุถุงเป็นประจำทุกเย็นหลังเลิกเรียนและวันอาทิตย์ตลอดทั้งวัน ไปตามถนนสายต่างๆ ภายในเขตเทศบาล โดยเด็กคนดังกล่าวอาศัยอยู่กับบิดา มารดา และน้องสาวที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รวมทั้งหมด 4 คน ที่บ้านเลขที่ 212 หมู่บ้านริมกก หมู่ 12 ต.แม่ยาว ทุกวันหลังเลิกเรียนก็จะไปหาแม่ที่ขายผักในตลาดสดบ้านใหม่ แล้วออกปั่นจักรยานที่มีขนมอยู่ในตะกร้ารถซึ่งแม่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ไปตามจุดต่างๆ ดังกล่าว โดยขายถุงละ 10 บาท ด.ช.นันทิพัฒน์ กล่าวว่า เดิมตนก็ไปโรงเรียนตามปกติ ไม่ได้ออกขายขนม แต่เมื่อถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พ่อป่วยเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้ ทำให้แม่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายผักในตลาดตามลำพัง ตนจึงบอกแม่ว่าอยากจะช่วยเหลือ โดยเฉพาะค่าน้ำและค่าไฟ แม่จึงทำขนมเองที่บ้านแล้วนำบรรจุถุงก่อนจะอนุญาตให้ตนนำออกไปเร่ขายในตัวเมืองเชียงรายได้ เมื่อขายเสร็จตั้งแต
ยายวัย 86 ขายขนมเลี้ยงลูก 4 คน ตั้งแต่ยังสาว บอก “ฉันยังไหว ไม่อยากเป็นภาระลูกๆ” เมื่อสัปดาห์ก่อนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีโอกาสผ่านไปแถวถนนสุขุมวิท ได้พบกับร้านขนมไทยในตำนานที่ทุกคนในละแวกนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี “ยายกิมฮวย – อนงค์ บุญยา” วัย 86 ปี พื้นเพชาวไทยเชื้อสายจีน เจ้าของรถเข็นขายขนมไทยโบราณเล็ก ๆ ที่สุขภาพยังแข็งแรงเกินอายุ สามารถหยิบจับอะไรได้อย่างคล่องแคล่วถนัดมือ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มคอยต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาซื้อขนมอย่างไม่ขาดสาย “รับอะไรคะ ?” คุณยายพูดทักทายอย่างเป็นกันเอง ก่อนพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตอันน่าทึ่งของยาย กิมฮวยวัยใกล้เข้าเลข 9 ท่านนี้ ย้อนความหลังไปเมื่อ 50 กว่าปีก่อนว่า เริ่มขายขนมมาตั้งแต่อายุ 28 เพราะสามีเสียชีวิต ครอบครัวไร้เสาหลักขาดรายได้ บวกกับมีภาระเลี้ยงดูลูกทั้งหมด 4 คน ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไรให้มีเงินพอใช้จ่าย แต่โชคยังเข้าข้างที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้รับเอาขนมไปขายพอมีรายได้อยู่บ้าง หลังจากรับขนมมาขายได้ไม่นาน เกิดความคิดที่อยากจะทำขนมเอง จึงได้ขอร้องให้ทางร้านช่วยสอนให้ แต่กลับไม่เป็นดั่งหวัง เพราะการสอนทำขนมครั้งนี้ต้องจ่ายสตางค์ให้กับทางผู้
คุณยายสู้ชีวิต สามี-ลูกตาย ต้องหาบขนมขายเช้ายันดึกทุกวัน หาเงินใช้หนี้สหกรณ์ คุณยายสู้ชีวิต – เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 มี.ค. จากกรณีที่โซเชียลแชร์ภาพคุณยายหาบขนมขาย หน้าตลาดเมเจอร์รังสิต และได้มีการนำเสนอข่าวออกไปนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยกับ นางบอม ซ่อนกลิ่น วัย 71 ปี ที่หอพัก ซอยรังสิต-นครนายก 24 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายลำจวล คำวงศ์ เจ้าของหอพัก เผยว่า ยายบอม เข้ามาพักอยู่ตั้งแต่ปี 2554 พร้อมลูกและหลาน ต่อมาลูกหลานได้ย้ายหนีไป นานทีจะมาหายาย หลังๆไม่มาหาเลย ปล่อยให้ยายต้องช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ด้วยการหาบขนมเร่ขายไปตามสถานที่ต่างๆตังแต่เช้า จนมีข่าวออกมา ด้าน ยายบอม เผยว่า วันนี้มาขายขมที่หน้าไปรษณีย์ รังสิต ตั้งแต่ 8.00 น. ช่วงบ่ายจะไปขายต่อที่หน้าศาลพระภูมิเมเจอร์ รังสิต จนกว่าจะหมด อาจจะถึง 3-4 ทุ่ม ค่อยกลับเข้าบ้าน ตอนนี้ยายเป็นหนี้กับสหกรณ์อยู่เยอะ ต้องชดใช้หนี้ทั้งหมด หลังจากที่สามีและลูกได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว ต้องขายขนมต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะใช้หนี้หมด
ยายอยู่ตัวคนเดียว.. หาบขนมเลี้ยงชีพ ขายไม่ค่อยได้ แต่จำต้องสู้ชีวิต ฝืนยื้มทั้งน้ำตา เป็นเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างพากันแชร์ออกไปจำนวนมาก หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Much Nannaphatโพสต์บอกเล่าเรื่องราวของคุณยาย คนหนึ่ง ที่แม้อายุมากแล้ว แต่ยังต้องสู้ชีวิต เพราะอยู่ตัวคนเดียว ลูกและสามีเสียชีวิตไปหมดแล้ว ทำให้ต้องดูแลตัวเอง โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายนี้ ระบุเรื่องราวว่า “ตอนแรกที่เห็นคือคุณยายนั่งอยู่หน้าศาลพระภูมิวินรถตู้ข้างเมเจอร์รังสิต นั่งคนเดียวอย่างในรูป กวักมือเรียกคนที่เดินผ่านไปมาแต่ก็ไม่มีใครสนใจเลยสักคน เลยเดินเข้าไปหาคุณยาย คุณยายน่าสงสารมาก ยายชื่อบอน พูดไปจะร้องไห้ไป ยายบอกลูกกับสามีตายหมดแล้ว เหลือตัวคนเดียว มาจากสุรินทร์ ใช้ชีวิตคนเดียว เพราะไม่มีคนเลี้ยงดู ไม่มีญาติ ยายขายขนมแถวฟิวเจอร์-เมเจอร์รังสิต ยายบอกขายไม่ค่อยได้หรอก แต่ก็ต้องขายต้องสู้ชีวิต เพราะไม่มีจะกิน สีหน้าตอนพูดคือยายยิ้มแต่น้ำตาปริ่ม เราคนคุยด้วยเรายังจะร้องไห้ตามเลย ใครที่ผ่านมาแถวนี้ช่วยอุดหนุนยายหน่อยนะคะ ยายน่ารักมาก ขนมที่ยายขายมีหลายอย่างเลย ห่อละ 35 บาท 3 ห่อ 100”
เดี๋ยวนี้ การทำงานเพียงงานเดียว อาจจะไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละเดือนอีกแล้ว หรือรายรับอาจพอเพียงต่อรายจ่าย แต่ไม่เหลือเงินเก็บออม การหารายได้เพิ่มเติมจากการทำงานประจำที่ทำอยู่ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเพิ่มรายได้ และอาชีพเสริมได้เป็นอย่างดี คุณภารดี สังขะวัฒนะ หรือ คุณไก๋ พนักงานประจำตำแหน่ง manager ซึ่งทำงานในตำแหน่งนี้มากว่า 3 ปีแล้ว เล่าถึงที่มาของร้านเบเกอรี่ของตนเองและพี่สาว ชื่อ “Bakery story” ซึ่งเป็นอาชีพเสริมของเธอให้ฟังว่า “ตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นพนักงานประจำอยู่ ที่มาเปิดร้านเบเกอรี่ได้ ก็เพราะมาจากความชอบในการทำเบเกอรี่ตั้งแต่เด็ก โดยได้พี่สาวมาหุ้นด้วย ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ในการเปิดร้านเบเกอรี่คือ อยากทำเบเกอรี่เป็นแบบโฮมเมด ให้คนทานได้ทานของดีและอร่อย ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่เริ่มทำเบเกอรี่ขาย เราตั้งใจทำแบบไม่มีหน้าร้านมาตั้งแต่ต้น ให้เป็นการสั่งออร์เดอร์โดยตรง และเปิดเป็นหน้าร้านขายแบบออนไลน์ บนเฟซบุ๊ก” โดยแบ่งหน้าที่กับพี่สาวว่า เธอจะทำหน้าที่เป็นคนหาลูกค้า รับออร์เดอร์ ด้านพี่สาวจะเป็นตัวหลักในการทำขนม ตามออร์เดอร์ของลูกค้า แต่ตัวเธอก็สามารถช่วยทำขนมได้บ้างในบางครั้ง เพราะกา
