ครม
ซื้อยากขึ้น! จุรินทร์ จ่อชง ครม. ขึ้นบัญชีหน้ากากอนามัย-เจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ครั้งที่ 1/2563 มีมติเห็นชอบให้กำหนดหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุม หลังความต้องการซื้อในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะนำเรื่องเสนอที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ และหากที่ประชุมให้ความเห็นชอบ จะทำให้สินค้าควบคุมตามกฎหมายเพิ่มขึ้นจาก 52 รายการ เป็น 54 รายการ เพื่อช่วยให้สามารถควบคุมในเรื่องของปริมาณและราคาของสินค้าได้ เช่น กรมการค้าภายในสามารถกำหนดให้ผู้ผลิตผู้แทนจำหน่ายผู้นำเข้าและผู้ส่งออกต้องแจ้งข้อมูลในเรื่องของต้นทุน ราคาซื้อราคาขาย ปริมาณการผลิต ปริมาณการนำเข้า ปริมาณการส่งออก หรือว่าสต๊อกได้ในทันที นายจุรินทร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือตัวแทนจำหน่ายสามารถกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ หรือในพื้นที่ที่ขาดแคลนตามกฎหมายได้ รวมทั้งสามารถกำหนดให้มีการปิดราคาขายปลีก ซึ่งมาตรการนี้ก็จะกำหนดตามมาเมื่อที่ประชุมคณะรัฐมน
ครม.ไฟเขียว เพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1,000 บาท ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้! เบี้ยผู้พิการ – สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่ประกาศ การปรับเพิ่มเบี้ยผู้พิการ จาก 800 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยมีผล 1 ต.ค. 63 โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้พิการจากปัจจุบัน 800 บาทต่อคน ต่อเดือน เป็น 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเสนอ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน เพราะจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนพิการได้ และไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการคลังเพิ่มมากขึ้นจนเกินไป สถานะทางการเงินของผู้พิการ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทและมีรายได้น้อยมาก เฉลี่ยเดือนละ 4,326 บาท การปรับปรุงเบี้ยผู้พิการให้ตอบสนองความต้องการที่จำเป็นจะช่วยให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ข้อมูลจากฐานทะเบียนกลาง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2562 มีจำนวนคนพิการที่ทำบัตรผู้พิการ 2.02 ล้านคน การปรับเบี้ยผู้พิการเพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 4,852 ล้านบาท/ปี โดยจะเริ่มจ่ายตั
ครม.ไฟเขียว ให้แรงงานกัมพูชา ลาว เมียนมา กว่า 2,000,000 คน ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดปี 2562 และ 2563 นำเข้า MOU โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมาเห็นชอบให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา กลุ่มที่ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน และ 1 พฤศจิกายน 2562 และวันที่ 31 มีนาคม 2563 และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่หมดอายุ เข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทยตาม MOU โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร โดยกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุ 30 กันยายน และ 1 พฤศจิกายน 2562 เริ่มดำเนินการ 2 กันยายน 2562 ส่วนกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุ 31 มีนาคม 2563 เริ่มดำเนินการ 16 ธันวาคม 2562 และอนุญาตให้ทำงานไม่เกิน 2 ปี หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา กลุ่มที่ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่หมดอายุ (ไม่รวมกลุ่มที่นำเข้าตามระบบ MOU) และกลุ่มที่ถือหนังสื
กนป. เห็นชอบมาตรการประกันรายได้เกษตรกร 4 บาทต่อกิโลกรัม เตรียมเสนอครม.เห็นชอบพรุ่งนี้ เพื่อช่วยผู้ปลูกปาล์ม 3 แสนครัวเรือน โดยจ่ายส่วนต่างทุก 3 เดือน เคาะประกันปาล์ม 4 บาท/กก. – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุม คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 4/2562 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกตามที่ได้สรุปจาก 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรโดยรัฐรับประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม น้ำมัน 18% รายละไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน โดยจ่าย 3 เดือนครั้ง ขั้นตอนหลังจากนี้จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพื่อขออนุมัติงบประมาณ สำหรับหลักเกณฑ์ที่เกษตรกรจะได้รับส่วนต่างจากการประกันรายได้ จะต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มครอบคลุม 3 แสนครัวเรือน ทั้งนี้ จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร โดยรัฐจะจ่ายส่วนต่างผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบหรือน้
‘บิ๊กตู่’ โต้ครหาไร้ความรู้ นั่งประธาน ครม.เศรษฐกิจ ฟุ้งบริหารมา 5 ปี รู้ปัญหาอุปสรรคดี เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงการนั่งเป็นประธานคณะรัฐมนตรี(ครม.) เศรษฐกิจว่า สำหรับหน้าที่ในการดูแลฝ่ายเศรษฐกิจหลายคนบอกตนจะรู้เรื่องไหม การดูแลเศรษฐกิจไม่มีใครรู้เรื่องทั้งหมดหรอก แต่ตนได้ผ่านการบริหารราชการมา 5 ปี ตนรู้ว่าอะไรคือปัญหา อะไรคืออุปสรรคมากพอสมควร ดังนั้น การตั้งครม.เศรษฐกิจขึ้นมา เอาบรรดารองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาคุยกันมาหารือว่าทุกคนมีข้อเสนออะไรอย่างไร จะเดินหน้าประเทศเราไปตรงไหน อะไรจะเกิดก่อนอะไรจะเกิดหลัง งบประมาณจะมาอย่างไร นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและตอบสนองนโยบายต่างๆ ของแต่ละพรรคการเมือง ต้องไปพูดกันต่อว่าจะเอาเงินที่ไหนมาทำต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ได้หมายความว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่ต้องทำทั้งหมดอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องไปเป็นขั้นเป็นตอน ต้องไปดูเรื่องต้องไปดูกฎระเบียบกฎหมาย พ.ร.บ.งบประ
จับตามติครม.ไฟเขียวประกันรายได้เกษตรกร พณ.ดันปาล์ม-ยางพารา ก่อนข้าว นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้เตรียมพร้อมสำหรับการวางแนวทางปฎิบัติและหลักเกณฑ์ภายใต้โครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรแล้ว หลังรัฐบาลเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาผ่านพ้นไป ซึ่งสินค้าเกษตรที่จะใช้โครงการประกันรายได้ก่อนคือปาล์มน้ำมันและยางพารา ที่จะประชุมทันที หลังจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ(กนป.)เรียบร้อยแล้วโดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนและมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คาดว่าจะประชุมได้ภายในต้นเดือนสิงหาคมนี้ นายวิชัย กล่าวว่า ซึ่งกระบวนการตัดสินใจกำหนดเกณฑ์ประกันรายได้ของพืช 5 ชนิดเป้าหมาย คือ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติด้านเกษตรชุดใหญ่ก่อน แล้วค่อยเรียกประชุมคณะกรรมการกำกับของพืชแต่ละชนิดที่มีคณะกรรมการดูแลอยู่แล้ว ซึ่งในการประชุมหารือและพิจารณากรอบและเงื่อนไขการดูแล แม้ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรจะต้องมีการกำหนดเกณฑ์ราคาอ้างอิง กำหนดจำนวนพื้นที่(ไร่)ที่ให้แต่ละครัวเรือน ระบบการจดทะเบียนและยังเกี่ยว
ในหลวง พระราชทานพร ครม.ใหม่ มีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 16 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้า รับหน้าที่ ในการนี้มีพระราชดำรัสแก่คณะรัฐมนตรี ความว่า ขอถือโอกาสนี้ให้พร ให้ทุกท่านมีกำลังใจ ความมั่นใจ และความมุ่งมั่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขและความมั่นคง ของประเทศชาติ และประชาชน งานใดๆ ก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆ ก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหา และเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามสถานการณ์โดยแก้ไขให้ตรงเป้า ตรงจุด และมีความเข้มแข็ง อดทน ขอให้คณะรัฐมนตรี และรัฐบาลได้มีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยดี ด้วยความถูกต้องต่อไป ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี วันที่ 10 ก.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิ.ย. 2562 แล้วนั้น บัดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น รมว.กลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง พล.อ.ชัย
เปิด 10 รายชื่อ ว่าที่ รมต. โดนใจประชาชน ชี้ มีแต่ผลประโยชน์ ต่อรอง แย่งเก้าอี้ วันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดตั้งครม.ประยุทธ์ 2 กำลังเป็นประเด็นร้อนและถูกจับตามอง โดยเฉพาะโผ ครม.ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือคุณสมบัติต้องห้ามต่างๆ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศ กรณี “โผครม.ประยุทธ์ 2” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,254 คน ระหว่างวันที่ 19-22 มิ.ย. 2562 สรุปผลดังนี้ 1. ประชาชนคิดอย่างไร กับ โผครม. ที่เป็นกระแสข่าววันนี้ อันดับ 1 ปัญหาเยอะ มีแต่เรื่องผลประโยชน์ การต่อรอง แย่งเก้าอี้กันวุ่นวาย 32.81% อันดับ 2 บางตำแหน่งไม่เหมาะสม ควรตรวจสอบคุณสมบัติ-ประวัติให้รัดกุม 28.13% อันดับ 3 เป็นการจัดสรรตามโควตา มีแต่หน้าเดิมๆ ระบบพวกพ้อง-เครือญาติ 24.22% อันดับ 4 คลอดช้า ใช้เวลานานเกินไป 15.63% อันดับ 5 อยากให้เปิดโอกาสให้คนดี คนมีฝีมือเข้ามาทำงาน 1 2. 10 รายชื่อว่าที่รัฐมนตรีที่ถูกใจประชาชน อันดับ 1 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ (ฝ่ายเศรษฐกิจ) 42.12% ตามมาด้วย นายวิษณุ เครืองาม ร
ยืนดึงหน้ารอหน้าตู้! ครม.ไฟเขียวเทงบ 13,200 ล้าน เติมเงินบัตรคนจนเพิ่ม บัตรคนจน – เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปี 2562 ประกอบด้วย 2 มาตรการใหญ่คือ มาตรการยุงเศรษฐกิจช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการของรัฐ 4 มาตรการย่อย วงเงิน 13,200 ล้านบาท ได้แก่ 1 เพิ่มเงินช่วยคนพิการ 200 บาท / คน ระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่ พ.ค. ถึง ก.ย. 2562 2 บรรเทาค่าครองชีพเกษตรกร 1,000 บาท / คน เพื่อนำไปซื้อปุ๋ย ยาค่าแมลงและปัจจัยการผลิต 3 ช่วยเหลือค่าครองชีพ ในส่วนค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมให้กับผู้มีรายได้น้อย 500 บาท / คน 4 เพิ่มเงินเข้าบัตรสวัสดิการรัฐ เพื่อซื้อสินค้าร้านธงฟ้าเป็น 500 บาท / คน / เดือน จากเดิมที่ได้รับการช่วยเข้าบัตรคนจน 200 และ 300 บาท / คน ระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ พ.ค.-มิ.ย. 2562 นอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านบัตรคนจน ครม.ยังอนุมัติมาตรการภาษี ดังนี้ 1 มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย สามารถนำรายจ่าย ที่พัก ที่ได้รับรองจากกรมการท่องเที่ยว นำหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท แต่ถ้าเป็นที่พักเมืองรอ
