คลัง
ลุ้นจ่ายเหมือน เราชนะ คลัง เล็งจ่ายเงินเยียวยา ผู้ประกันตน ม.33 รายได้ไม่เกิน 3 แสนต่อปี เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่าได้หารือกับกระทรวงแรงงานแล้ว โดยแรงงานผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่อยู่ในระบบประกันสังคม 11 ล้านคน จะได้รับการเยียวยาเช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆ ส่วนเรื่องจำนวนเงินว่าจะชดเชยให้คนกลุ่มนี้จำนวนเท่าไร ขอพิจารณารายละเอียดและเกณฑ์ต่างๆ กับกระทรวงแรงงานก่อน โดยจะเร่งหาข้อสรุปโดยเร็วที่สุด นายอาคม กล่าวว่า ในเรื่องของรูปแบบการจ่ายเงินนั้นจะต้องทำผ่านระบบประกันสังคม อาจจะมีรูปแบบคล้ายกับโครงการเราชนะ จ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชั่น เบื้องต้นจะยึดจำนวนผู้ที่มีสิทธิตามฐานข้อมูลของประกันสังคม โดยนำมาประยุกต์ใช้กับการจ่ายเงินของกระทรวงการคลังผ่านแอพของรัฐ ส่วนจะมีการแจกเป็นเงินสดหรือไม่นั้นขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูล แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับเกณฑ์ในการคัดกรองผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จะได้รับสิทธิเยียวยาจากรัฐบาลนั้น จะใช้เกณฑ์เรื่องของรายได้
ดูให้ดี ก่อนลง คลัง เผย 5 จุดที่มักลงทะเบียนผิดบ่อยใน เราชนะ เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว วันที่ 29 ม.ค.2564 เวลา 06.00 น. เว็บไซต์ www.เราชนะ.com เปิดให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติจัดอยู่ในกลุ่มที่ 3 สามารถลงทะเบียนได้แล้ว คือ ผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ คนละครึ่ง และ เราไม่ทิ้งกัน หรือเป็นบุคคลมีชื่อในระบบมาก่อนแล้ว ทั้งนี้ การพิจารณาว่ามีคุณสมบัติตรงตามที่โครงการกำหนด เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จึงจะได้รับสิทธิใช้เงิน 7,000 บาท โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ จะสามารถใช้วงเงินได้ถึงเดือน พ.ค.นี้เท่านั้น หากใช้สิทธิไม่หมดไม่มีสิทธิใช้เงินต่อ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง ได้ทำการเก็บข้อมูลจากการลงทะเบียนของประชาชนผ่านมาตรการต่างๆ ก่อนหน้านี้ โดยพบว่า 5 จุดที่ผิดบ่อย จากการลงทะเบียนครั้งที่ผ่านมา อยู่ที่ขั้นตอนการกรอกข้อมูลส่วนตัว คือ ชื่อ-สกุล จะต้องตรวจดูสระและคำสะกดให้ดีก่อน และสิ่งสำคัญคือ ไม่ต้องใส่คำนำหน้าชื่อ นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการใส่เลขบัตร 13 หลัก โดยพบว่า ประชาชนมักใส่เลขไม่ครบ ส่วนที่รหัสหลังบัตร 12 หลัก ซึ่งประชาชนมักจะใส่ขีดคั่นระหว่างตัวเลข แต่ที่จริงแล้วไม่ต้องใส่ และสุดท้ายในช่อ
คลังเผยโฉม www.เราชนะ.com เปิดให้ลงทะเบียนพร้อมกัน 29 ม.ค. 64 หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการเราชนะ โดยจะมีการจ่ายวงเงินไม่เกิน 3,500 บาท ต่อคนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 นั้น โดยโครงการเราชนะ จะเริ่มเปิดให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ลงทะเบียนในวันที่ 29 ม.ค. เป็นวันแรก ล่าสุด กระทรวงการคลัง ได้เปิดโฉมหน้าเว็บไซต์ www.เราชนะ.com แล้ว โดยมีหน้าตาดังนี้
คลัง เตรียมวงเงิน 114,100 ล้านบาท ดูแล SMEs เพิ่มเติม นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรง และทางอ้อม โดยเฉพาะการท่องเที่ยว และสาขาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมไปถึงประชาชนทั้งผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้มีรายได้ประจำ ขาดรายได้ ขาดสภาพคล่อง มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเลิกจ้างและปิดกิจการ แม้ว่ารัฐบาลได้มีมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เรื่อง การทบทวนมติคณะรัฐมนตรีและเสนอมาตรการช่วยเหลือ SMEs เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อติดขัดในการดำเนินโครงการเพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs มีสภาพคล่อง สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่ม SMEs ทั่วไป 2) กลุ่ม SMEs ท่องเที่ยว และ 3) กลุ่ม SMEs รายย่อยและประชาชน วงเงินสินเชื่อและวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรวม 114,100 ล้านบาท โดยม
คลัง เตือนผู้ประกอบธุรกิจที่พัก “เราเที่ยวด้วยกัน” อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา อาจได้ไม่คุ้มเสีย นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน (โครงการฯ) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักในสัดส่วนร้อยละ 40 ของค่าที่พัก สูงสุด 3,000 บาทต่อห้อง ต่อคืน สนับสนุนค่าอาหารและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว 600 บาทต่อห้อง ต่อคืน และสนับสนุนค่าบัตรโดยสารสายการบินในสัดส่วนร้อยละ 40 ของค่าบัตรโดยสาร สูงสุด 1,000 บาทต่อที่นั่ง ในภาพรวมโครงการฯ มีผลตอบรับตามเป้าหมาย ผู้ประกอบธุรกิจที่พักสนใจเข้าร่วมแล้ว 6 พันราย โดยหลังจากที่ได้เปิดให้ประชาชนจองที่พักภายใต้โครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ประชาชนสามารถวางแผน และเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้โดยมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง ในขณะที่ผู้ประกอบการจะเริ่มมีรายได้เข
รมว.คลัง สั่ง กรมสรรพสามิต ออกมาตรการทางภาษี ช่วยเหลือแรงงาน-ธุรกิจ ที่เดือดร้อนจากโควิด-19 เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งกรมสรรพสามิตออกมาตรการทางภาษี ช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดย นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิต เร่งเยียวยาฟื้นฟูและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ กรมสรรพสามิต ได้ดำเนินมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจในบางสินค้าเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย รถยนต์ (ประเภทรถยนต์นั่งสามล้อแบบพลังงานไฟฟ้า) ได้เพิ่มพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเพื่อส่งเสริมการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการจ้างงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยกำหนดให้เสียภาษีตามมูลค่าร้อยละ 2 (จากเดิมร้อยละ 4) ในส่วนของเครื่องดื่มน้ำผลไม้และน้ำพืชผักที่มีการเ
กรมบัญชีกลาง แจง “ยังไม่มีการยกเลิก-ลดเงินบำนาญ” เพจ สถานีข่าว กระทรวงการคลัง เผยข่าว นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อความเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ และอ้างถึงการยกเลิกเงินบำนาญว่า “ข่าวใหม่ที่คนรับบำนาญน่าจะรับทราบไว้ก็ดี คือ กระทรวงการคลัง เริ่มโยนหินถามทางแล้ว คือคิดจะลดเงินของข้าราชการบำนาญลง เหมือนกับต่างประเทศที่หักดิบยกเลิกเงินบำนาญ ด้วยเหตุผลว่า พวกข้าราชการบำนาญไร้ประโยชน์….” ซึ่งเป็นการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนและก่อให้เกิดความเข้าใจที่ผิดและตื่นตระหนก “กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับเงินบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ ขอชี้แจงว่า ข้อความข้างต้นไม่เป็นความจริง ปัจจุบันกรมบัญชีกลางยังไม่ได้รับนโยบายให้ลดหรือยกเลิกการจ่ายเงินบำนาญให้แก่ข้าราชการบำนาญ อีกทั้ง พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้นิยามคำว่าบำนาญหมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน กล่าวคือ มีเจตนารมณ์ที่จะตอบแทนการเสียสละปฏิบัติงานให้กับประเทศมาด้วยดีเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น จึงขอเตือนให้ผู้ที่เ
ลงทะเบียน 5 พัน ไม่ผ่าน ฟังทางนี้! คลังเปิดให้อุทธรณ์ออนไลน์ วันที่ 19 เม.ย.นี้ ลงทะเบียน 5,000 บาท – กระทรวงการคลัง ประกาศ เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณารับเงิน 5,000 บาท ได้ยื่นอุทธรณ์ เพื่อรับเงินเยียวยา 5,000 บาท อีกครั้ง โดยจะเริ่มเปิดให้ดำเนินการเฉพาะทางออนไลน์ ทางเว็บไซต์ “เราไม่ทิ้งกัน” เท่านั้น ในช่วงสัปดาห์หน้า คาดว่าจะประมาณวันที่ 19 เม.ย. 63 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันการระบาดโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข โดยระบบของเว็บไซต์ “เราไม่ทิ้งกัน” จะมีการเพิ่มปุ่มเพื่อ “อุทธรณ์” ในสัปดาห์หน้า โดยแนะนำให้ทำการอุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านระบบ online จะถูกต้องและรวดเร็วที่สุด หากประสงค์จะร้องเรียนเกี่ยวกับมาตรการเยียวยา 5,000 บาท ขอให้ติดต่อ call center ของธนาคารกรุงไทย 02 111 1144 (ตลอด 24 ชม.) หรือ call center ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 02 273 9020 (เฉพาะวันและเวลาราชการ) ที่มา : กระทรวงการคลัง, สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
“คลัง” เตรียมจ่าย 5 พัน 9 ล้านรายแรก! พร้อมแจง ยอดลงทะเบียนผ่าน 19.8 ล้าน อาจไม่ได้เงินทุกคน นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หากมีผู้ผ่านเกณฑ์มาตรการรับเงินเยียวยา 5,000 บาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดมากกว่าที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ประมาณ 3.5 ล้านคน ยืนยันว่า มีงบประมาณจ่ายผู้ผ่านเกณฑ์ทุกราย และหากคำนวณจากงบประมาณที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ จำนวน 4.5 หมื่นล้านบาท ภายใน 1 เดือน กระทรวงการคลังสามารถจ่ายเงินให้ประชาชนได้ถึง 9 ล้านคน “ยืนยันว่า มีงบประมาณเพียงพอให้กับประชาชนที่ผ่านการคัดกรองทุกราย เนื่องจากมีแหล่งเงินสำรองของรัฐอีกหลายแห่ง และยังมีหนี้สาธารณะที่ยังมีช่องว่างสามารถขอกู้ได้เต็มเพดาน ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 42%” นายลวรณ กล่าว ขณะที่ยอดลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ที่กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2563 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ล่าสุด วันนี้ (30 มี.ค.63) เวลา 14.00 น. มียอดผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 19.8 ล้านคน ซึ่งสาเหตุที่จำน
กระทรวงการคลัง กู้เงิน 20,000 ล้าน ชดเชยขาดดุลงบประมาณ ปี 62 กระทรวงการคลัง – เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ครั้งที่ 1 ความว่า เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 มาตรา 20 (1) และมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 1. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2562 ที่มีการขยายระยะเวลาเงินกู้ออกไปภายหลังจากวันสิ้นปีงบประมาณสำหรับการเบิกจ่ายกันเหลื่อมปี โดยการ
