ค่าแรงขั้นต่ำ
ลูกจ้างเซ็งเลย! เลื่อนปรับ ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 62 คาดเตรียมประชุมใหม่ปลายเดือน เม.ย.นี้ เผย 46 จังหวัดไม่ขอปรับขึ้นค่าจ้าง ชี้ต้องรอข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อพิจารณาให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจประเทศ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่กระทรวงแรงงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 20 เพื่อพิจารณาปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ ประจำปี 2562 โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน คณะกรรมการไตรภาคีฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้างและรัฐบาล ร่วมประชุมใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง นายจรินทร์ กล่าวก่อนเข้าประชุมบอร์ดค่าจ้างว่า การพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นอยู่กับผู้แทนจากทั้งสามฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล นายจ้างและลูกจ้างว่ามีมติเห็นชอบร่วมกันอย่างไร โดยการคำนวณอัตราจ้างมีสูตรคำนวณ ซึ่งมีอัตราการปรับขึ้นไม่เท่ากันทั่วประเทศ เนื่องจากความแตกต่างทางสภาพเศรษฐกิจ ดัชนีค่าครองชีพ ความสามารถของสถานประกอบการและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในจังหวัด (จีพีพี) ขณะนี้ตัวเลขของแต่ละจังหวัดที่เสนอเข้ามานั้นปรับขึ้นไม่มาก ส่วนจะปรับขึ้นระหว่าง 2-10 บาทหรือไม่ ยังระบุไม่ได้ ต่อมาเวลา 12.30 น.
ลุ้นระทึกขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรอบใหม่ ปลัดกระทรวงแรงงานแจงบอร์ดค่าจ้างกลางนัดถกยกแรกสัปดาห์หน้า ชี้ปัจจัยเศรษฐกิจตัวแปรหลักทำค่าจ้างขยับขึ้นได้ไม่มาก หลายจังหวัดแห้วใช้อัตราเดิม วงในหวั่นเคาะไม่ทันเดือนเมษาฯ ต้องเลื่อนประกาศใช้บัญชีค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่เดือนพฤษภาฯ แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังคณะกรรมการค่าจ้างกลางที่มี คุณจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการค่าจ้างฯ นำข้อเสนอที่อนุกรรมการค้าจ้างขั้นต่ำของทุกจังหวัดทั่วประเทศ เสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่จะขอปรับขึ้นในปีนี้ไปพิจารณา ขณะนี้บอร์ดค่าจ้างกลางอยู่ระหว่างรอผลศึกษาจากคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว โดยกำหนดเดตไลน์ให้สรุปข้อมูลการขอปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2561 ก่อนนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดค่าจ้างกลาง เสนอขอความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนั้นบอร์ดค่าจ้างกลางจะออกประกาศบัญชีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ยังไม่เคาะขึ้นค่าจ้าง 4-8 บาท พิจารณากระบวนการขั้นตอนในทางปฏิบัติแล้ว เร็วสุด
“อิสระ”ค้านขึ้นค่าแรง 410 บาทต่อวัน เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายอิสระ ว่องกุศลกิจ คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประธานที่ปรึกษาหอการค้าไทย กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจปี 60 ว่า ในปีนี้คณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย (กกร.) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเติบโตขึ้น 3.5-4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มดีขึ้น การส่งออกเพิ่มขึ้นดี ราคาผลผลิตการเกษตรเริ่มดี รวมถึงการท่องเที่ยวถึงแม้จะโตไม่มากแต่สามารถเก็บรายได้เพิ่มขึ้น โดยภาพรวมหลายอย่างเริ่มดีขึ้น หากปีนี้ไม่มีภัยคุกคามทั้งการก่อการร้าย ปัญหาราคาน้ำมัน ส่วนวิกฤตเกาหลีเหนือเป็นที่วิกฤตที่ทุกฝ่ายกังวล แต่เราไม่ได้เป็นผู้ก่อและอยู่ห่างไกลจากปัญหา ตนคิดว่าภาคเอกชนก็ต้องดำเนินการไปตามปกติ ซึ่งภาคธุรกิจก็มีมาตรการป้องกันและเตรียมรับมืออยู่แล้ว อย่างไรตามเชื่อว่าไม่น่าจะถึงขั้นรุนแรง ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในการปรับตัวที่ผู้ประกอบการกับรัฐร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันเพิ่มขึ้นและปลดล็อกกฎระเบียบให้มีความคล่องตัว
นางณัฐฐา วินิจนัยภาค ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี ตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้ใช้แรงงาน เรื่อง “คุณภาพชีวิตแรงงานไทย” 1,250 ตัวอย่าง เกี่ยวกับความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตของการทำงานในด้านต่างๆ และสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย พบว่า ผู้ใช้แรงงาน มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตการทำงานเท่ากับ 7.41 ด้านที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุดคือ ด้านเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนร่วมอาชีพ 7.88 รองลงมา ด้านลักษณะงานที่ทำ ตรงกับความต้องการ 7.73 ด้านสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ (สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ) 7.53 ด้านผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน (หรือผู้มารับบริการ กรณีทำอาชีพอิสระรับจ้าง) 7.40 ด้านความสมดุลระหว่าง การทำงาน การพักผ่อน และชีวิตส่วนตัว 7.38 ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ (เงินเดือน โบนัส ค่าล่วงเวลา สิทธิประโยชน์ต่างๆ ฯลฯ) 7.06 และด้านความมั่งคง โอกาส และความก้าวหน้าในอาชีพ 6.89 สำหรับความคิดเ
