จิ้งหรีด
ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวก้าวหน้านำชุมชนเลี้ยงจิ้งหรีด ผลิตแหล่งอาหารโปรตีน ปลอดสารพิษสู่ผู้บริโภค เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพการเกษตร สร้างรายได้เดือนละล้านสู่ชุมชน โดยยึดหลักการดำรงชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณอรวรรณ วอทอง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 2 ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงความเป็นมาว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพด้านการเกษตรนั้น ทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2550 ต่อมาโรงงานได้ลดพนักงานโดยได้จ้างตนออกจากงาน จึงได้กลับบ้านที่กาฬสินธุ์มายึดอาชีพการเกษตร เริ่มจากการปลูกผักขายในปี 2551 คุณอรวรรณ วอทอง จากนั้น หันมาทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย โตไว เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีไฟเบอร์สูง แปรรูปได้หลากหลาย ใช้แรงงานน้อย ใครๆ ก็เลี้ยงจิ้งหรีดได้ ในพื้นที่สภาพแห้งแล้งก็เลี้ยงได้เพราะใช้น้ำน้อย ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 40 วัน ก็จับขายได้เงิน ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ “เริ่มต้นเลี้ยงด้วยเงินทุน 5,000 บาท โดยทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดขนาด 2×4 เมตร จำนวน 2 กล่อง เลี้ยงจิ้งหรีดได้ 60 กิโลกรัม ขาย
ลืมตาอ้าปากได้ ก็เพราะอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับชาวบ้าน ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ. ขอนแก่น เพราะประชากรของหมู่บ้านนี้มี 99 ครัวเรือน ยึดอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีดจำนวน 66 ครัวเรือน มีเงินสะพัดในหมู่บ้านแห่งนี้เดือนละกว่า 1.6 ล้านบาท โดยผู้ที่นำจิ้งหรีดมาเลี้ยงคนแรก คือ ผู้ใหญ่บ้าน “เพ็ชร วงศ์ธรรม” ซึ่งทุกๆ 45 วันเขาจะเก็บจิ้งหรีดขาย มีรายได้แสนกว่าบาทเลยทีเดียว เพ็ชร วงค์ธรรม ผู้ใหญ่บ้านวัย 53 ปี อดีตเคยขับสองแถวตั้งแต่อายุ 23 ปี ต่อจากนั้นหันมาเลี้ยงหมู เลี้ยงได้ 3 ปี ราคาหมูตกต่ำ หันมาเลี้ยงนกกระทา เลี้ยงได้ 2 ปีต้องยุติเพราะประสบปัญหาไข้หวัดนก ในที่สุดมาเพาะถั่วงอก แต่แล้วเจอภัยแล้ง เพาะถั่วงอกได้ 6 ปี สุดท้ายมาเลี้ยงจิ้งหรีดในปี 2550 จวบจนปัจจุบัน “ผมเริ่มเลี้ยงจิ้งหรีดตอนอายุ 44 ปี หรือประมาณ 9 ปีที่แล้ว สาเหตุที่เลี้ยงจิ้งหรีด เพราะเพื่อนที่อำเภอกัณทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มาแนะนำวิธีการเลี้ยงพร้อมทั้งแนะนำตลาดให้ เลยซื้อไข่จิ้งหรีด ขันละ 100 บาท มา 600 ขัน มีจิ้งหรีดทั้งหมดราว 42,000 ตัว เป็นเงิน 60,000 บาท และค่าอุปกรณ์ 70,000 บาท รวมครั้งแรกลงทุนเบ็ดเสร็จ 130,000 บาท” ผู้ใหญ่บ้าน เลี้ยงจิ
ท่ามกลางวิกฤตราคาสินค้าเกษตรข้าวตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย รัฐบาลงัดสารพัดรูปแบบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ยังมีอีกอาชีพแนวใหม่ที่ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ผลักดันเปิดตลาดให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รับหน้าที่รับรองมาตรฐานเร่งติวเข้มผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าแปรรูปจิ้งหรีดไปยังตลาดสหภาพยุโรป (อียู) พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ ก่อนอียูไฟเขียวเปิดตลาดอย่างเป็นทางการต้นปี”61 “จิ้งหรีด” อาหารโปรตีนที่มีจำกัด ข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตร ระบุไว้ว่า อนาคตการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกจะมากถึง 8,000 ล้านคน ในปี 2024 และมากถึง 9,000 ล้านคน ในปี 2050 ได้มีการประเมินว่า “แหล่งอาหารและโปรตีนจะมีอย่างจำกัด” แหล่งอาหารทดแทนจึงเข้ามาแทนที่อาหารหลักเพราะประชากรที่เพิ่มขึ้นอาหารจึงไม่เพียงพอ การเลี้ยงแมลงจึงเป็น Novel Food (อาหารใหม่) ประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตร ระบบนิเวศอันสมบูรณ์ จึงเป็นเป้าหมายของทางเลือกผู้บริโภคทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของเกษตรกรไทยรวมถึงผู้ประกอบการสามารถเพิ่มช่องทางตลาดนวัตกรรมอาหารใหม่ ดังนั้น จึงเป็นโจทย์สำคัญข
สำหรับจิ้งหรีด ในอดีตเราอาจจะมองว่าเป็นแมลงตามท้องไร่ท้องนา ที่หลายคนมองเป็นเพียงแมลงตามธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่บางครั้งก็จะเป็นแมลงศัตรูคอยทำลายต้นพืชผักของเราในระยะต้นอ่อนด้วยซ้ำ แต่จิ้งหรีดในวันนี้ ได้กลับกลายมาเป็นแมลงเศรษฐกิจที่สร้างเงินสร้างรายได้ให้กับหลายคนที่ได้เห็นมาเพาะเลี้ยงอย่างจริงจัง จนสร้างตลาดการค้าได้อย่างต่อเนื่อง เป็นอีกเส้นทางเลือกหนึ่งสำหรับสร้างอาชีพ สร้างรายได้ นายสุวิทย์ เพชรประไพร อยู่บ้านเลขที่ 82/2 บ้านห้วยบง ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เจ้าของฟาร์มจิ้งหรีด “นิวแต๊งค์ฟาร์ม” ได้ย้อนเล่าถึงชีวิตของตนเอง ก่อนที่จะมาทำอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีด ว่า ชีวิตก่อนที่จะมาจับงานเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างจริงจังนั้น ได้เคยทำมาแล้วหลายอาชีพ ตั้งแต่จบ ม.3 ที่จังหวัดชัยนาท แล้วก็ออกมาสู้ชีวิต ให้น้องเรียนต่อ เนื่องจากแม่ต้องหาเงินสร้างรายได้เพียงลำพังคนเดียว ส่วนตัวเองจึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทำหลายอย่าง อาชีพสุดท้ายก็ขับรถส่งสินค้าตามห้างใหญ่แห่งหนึ่ง ทำให้ได้ไปพบเห็นการเลี้ยงจิ้งหรีดของเพื่อน เมื่อสอบถามแล้วก็เห็นว่า น่าจะเป็นงานที่ตนเองพอทำได้ จึงได้ทำการศึกษาหาความรู้จากสื
เพิ่งรู้ว่าขอนแก่นและมหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดกันมากที่สุด เกษตรกรบางรายสามารถผลิตจิ้งหรีดได้ 1-2 ตัน/วัน ทำให้บางช่วงมีจิ้งหรีดล้นตลาด ด้วยเหตุนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดย ผศ.ดร. สมสมร แก้วบริสุทธิ์ ภาควิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ และคณะ จึงต้องวิจัยหาทางแปรรูปจิ้งหรีดเหล่านี้ ซึ่งทำได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารคาวหรืออาหารหวาน อย่างน้ำพริกจิ้งหรีด ข้าวเกรียบจิ้งหรีด หรือคุกกี้จิ้งหรีด ผศ.ดร. สมสมรเกริ่นให้ฟังว่า เริ่มแรกมีการทำวิจัยเรื่อง การเลี้ยงแมลงเพื่อการบริโภคของภาควิชากีฎวิทยา จากนั้นมข.ได้ออกไปอบรมให้กับเกษตรกรที่อยู่รายรอบ ทำให้เกิดอุตสาหกรรมเลี้ยงจิ้งหรีดขึ้น บางโรงที่เลี้ยงจิ้งหรีดมีกำลังผลิตถึงวันละ 1-2 ตัน ต่อวัน กระจายขายอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออันเป็นพื้นที่ที่คนนิยมกินแมลง แล้วส่งไปขายที่ภาคกลาง สมุทรสาคร ที่เป็นแหล่งซื้อแมลงที่ใหญ่มาก แนะวิธีเก็บรักษาก่อนแปรรูป อาจารย์ท่านนี้บอกว่า จิ้งหรีดนี้สามารถนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ แต่ก่อนจับจิ้งหรีดมาแปรรูปควรงดอาหาร 24 ชั่วโมง หรือเปลี่ยนอาหารที่จิ้งหรีดกิน โดยเปลี่ยนจากหัวอาหารมาเป็
