จุฬาฯ
ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ เปิดตลาดออนไลน์ขายสารพัด ศิษย์เก่าฝากร้านเพียบ ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ เรายังได้เห็นน้ำใจของคนไทย ที่แม้จะอยู่ในยามยากก็ไม่เคยทอดทิ้งกัน และครั้งนี้เป็นการรวมพลังของนิสิตนักศึกษาทั้งเก่าและใหม่ จากสองสถาบันการศึกษาเก่าแก่ในไทย “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ที่มีความตั้งใจเดียวกัน คือ เปิดพื้นที่เล็กๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่อาจเป็นศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ที่ได้รับผล กระทบจากวิกฤตโควิด-19 เข้ามาแลกเปลี่ยน ซื้อขาย สินค้า และบริการ และถึงแม้ไม่ใช่ศิษย์ของทั้งสองสถาบัน ทางกลุ่มก็ยินดีต้อนรับ ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มเปิดกลุ่มเมื่อวันที่ 7 เม.ษ. ที่ผ่านมา ในชื่อ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน” ขณะนี้มีสมาชิกแล้วกว่า 7 หมื่นคน ฝั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งกลุ่มเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ชื่อว่า “จุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส มีสมาชิกแล้วกว่า 9 หมื่นคน เมื่อไล่ๆ ดูโพสต์ของทั้งสองกลุ่มพบว่า มีฝากร้านทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นไม้ อาหารการกิน ขนมหวาน ร้านเฟอร์นิเจอร์ สวนผลไม้ ปล่อยเช่าคอนโดฯ โรงแรม โฮสเทล ทัวร์ ขายบ้าน ขายรถ ตลอดจนฝากผลงานในวงการบันเทิ
จุฬาฯ คิดค้นสเปรย์พ่นหน้ากาก ช่วยป้องกันโควิด-19 และฝุ่น PM 2.5 ทีมวิจัยจุฬาฯ คิดค้นสเปรย์ใช้สำหรับพ่นหน้ากากผ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส กันน้ำ กรองเชื้อโรค นับเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้หน้ากากผ้าแก่บุคคลทั่วไป ในช่วงที่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ขาดแคลนในช่วงโควิด-19 ระบาด ทีมงานวิจัยของ ผศ.ดร.ภญ.จิตติมา ลัคนากุล คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ภญ.พุทธิมน ศรีบนฟ้า ผลิตนวัตกรรมสเปรย์ ชีลด์พลัส โพรเทคติ้ง สเปรย์ (Shield+ Protecting Spray) ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ใช้สำหรับพ่นหน้ากากผ้า โดยสเปรย์จะทำหน้าที่เป็นตัวกรองของหน้ากากผ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส น้ำและละอองสารคัดหลั่ง จากการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้น พบว่าหน้ากากผ้าที่ผ่านการพ่นสเปรย์ด้วย Shield+ Protecting Spray เกิดการเชื่อมต่อของเส้นใยผ้ามากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนเพิ่มขึ้น 83% และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรคในน้ำลายและในอากาศได้มากขึ้น 93% และ 142% ตามลำดับ งานวิจัยนี้ยังร่วมกับบริษัทสตาร์ทอัพ ภายใต้การบ่มเพาะของศูนย์
เครื่องแรกในไทย! จุฬาฯ เปิดตัว “เครื่องตรวจโควิด-19 อัตโนมัติ” รู้ผลเร็ว แม่นยำ 99% ผศ.ดร.นพ.ปกรัฐ หังสสูต หน่วยไวรัสวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า จุดเด่นของเครื่องตรวจโควิด-19 อัตโนมัติเครื่องแรกในประเทศไทย คือเป็นระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้คนเข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก จึงมีความปลอดภัย สามารถป้องกันคนของเราไม่ให้ติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานได้ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันผลการติดเชื้อได้ถึง 99% เครื่องนี้ได้รับการอนุมัติมาตรฐานจาก อย.ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ทำการทดสอบกับวิธีการตรวจแบบมาตรฐานของประเทศไทยแล้วพบว่าได้ผลสอดคล้องกัน เครื่องนี้ยังสามารถตรวจได้มากถึง 1,440 ตัวอย่างต่อวัน สามารถรู้ผลได้เร็วภายใน 3–5 ชั่วโมงสำหรับการทำงานในช่วงแรก หลังจากนั้นสามารถรู้ผลการตรวจภายในเวลาเพียงแค่ 90 นาที ผศ.ดร.นพ.ปกรัฐ กล่าวว่าการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยเครื่องมือนี้เป็นการตรวจจากน้ำที่ป้ายจากลำคอของคนไข้ที่มารับบริการตรวจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือโรงพยาบาลอื่น เมื่อทางโรงพยาบาลได้รับตัวอย่างของสารที่จะทำการตรวจแล้ว นักวิทยาศาสตร์จะแบ่งตัวอย่างมาใส่ในหลอดเ
จุฬาฯ พัฒนา Chula COVID-19 Strip Test ชุดตรวจคัดกรองความเสี่ยงโควิด-19 เบื้องต้นจากผลเลือด ด้วยวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว รู้ผลใน 15 นาที วันที่ 27 มี.ค. ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬาฯ ประธานคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินไวรัสโคโรนา 2019 เปิดเผยว่า Chula COVID-19 Strip Test ใช้วิธีทดสอบด้วยการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว จึงทำให้ในการตรวจวินิจฉัยมีความปลอดภัย ไม่ต้องใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม Chula COVID-19 Strip Test ไม่ได้นำมาทดแทนการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีมาตรฐาน แต่หวังว่าชุดทดสอบนี้จะช่วยแบ่งเบาจำนวนคนไข้ที่ต้องมารับบริการตรวจที่โรงพยาบาลจำนวนมาก ถ้ามีผลเลือดเป็น Negative และไม่มีความเสี่ยง ก็จะได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล Chula COVID-19 Strip Test เป็นชุดทดสอบที่คิดค้นโดยอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ การทดสอบอาศัยหลักการทางภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งเป็นการตรวจหาแอนติบอดี ในเลือด ซีรัม หรือพลาสมา ใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีในการตรวจวินิจฉัยเพื่อคัดกรองเบื้องต้น สามารถตรวจได้ที่จุดให้บริการผู้ป่วย ผู้สนใจเข
สุดเจ๋ง! สวทช. – จุฬาฯ “Germ Saber Robot” หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี ภายใน 30 นาที โดยวางแผนนำร่องทดสอบการใช้งานที่สถานพยาบาลแห่งแรก คือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และหน่วยงานต่างๆ ต่อไป วันที่ 25 มี.ค. ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ด้วยแสงยูวี หรือ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ ประกอบด้วยหลอดยูวี-ซี ขนาดพลังงานรวม 300 วัตต์ พร้อมชุดควบคุมไฟ มีความพิเศษตรงที่สามารถบังคับให้ขับเคลื่อนไปยังจุดต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ควบคุม “รีโมตคอนโทรล” เพื่อสั่งการให้หุ่นยนต์เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา และหมุนตัวแบบ 360 องศา เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคทุกสภาพพื้นที่ “รังสีอัลตราไวโอเล็ตหรือแสง UV เป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วง 10 นาโนเมตรถึง 400 นาโนเมตร ซึ่งมีความถี่ที่สูงกว่าที่ตาเรามองเห็นได้ โดยหุ่นยนต์ “Germ Saber Robot” ที่พัฒนาขึ้นนี้ ใช้แสง UV-C (ความยาวคลื่นอยู่ในย่านความถี่ประมาณ 250 นาโนเมตร) เป็นแสง UV ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสิ่
บัญชีฯ จุฬาฯ มุ่งสู่เวิลด์คลาส ต่อยอดความสำเร็จสถาบันด้านบริหารธุรกิจแห่งแรกของไทย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การนำของ คณบดี รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ได้รับการยืนยันการรับรองมาตรฐานการเรียนการสอนด้านธุรกิจอีกวาระหนึ่ง จากสถาบันการรับรองมาตรฐานการศึกษาระดับโลกด้านบริหารธุรกิจ AACSB (Association to Advance Collegiate Schools of Business) จึงทำให้คณะบัญชีฯ เป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก AACSB ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การได้รับการขยายการรับรองมาตรฐานด้านการศึกษาจากสถาบันรับรองระดับโลกเป็นเสมือนใบเบิกทางที่จะพาคณะไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการเป็น Global Brand เป็นแบรนด์สถาบันทางด้านบริหารธุรกิจของโลกและเป้าหมายของการติดอันดับท็อปเท็นสถาบันชั้นนำด้านบริหารธุรกิจในเอเชีย อีกทั้งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปรับปรุง และพัฒนากระบวนการทำงานภายในคณะอย่างต่อเนื่อง และสร้างแรงกระตุ้นให้บุคลากรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และจะยังคงมุ่ง
น้องวี รปภ.หนุ่ม ทำงานวันสุดท้าย ก่อนเข้ากรุงเทพ รับทุนการศึกษาคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ วันที่ 17 พ.ค. ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายวีรพงศ์ แซ่หาญ หรือ “น้องวี” อายุ 18 ปี เด็กเก่งที่เพิ่งจบชั้น ม.ปลายจากโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม จังหวัดน่าน ว่าที่นิสิต คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2562 ยังคงมาทำงานในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันทำงานเป็นวันสุดท้ายของ “น้องวี” ที่ได้ยื่นใบลาออกล่วงหน้าตามขั้นตอนแล้ว 1 เดือน หลังจากที่ทราบข่าวดีว่าตนเองสอบได้ที่ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทางหัวหน้างานของบริษัท ชัยภูมิ โปรการ์ด รวมทั้งเพื่อร่วมงานต่างยินดีกับความสำเร็จของน้องวี และภาคภูมิใจแทนน้องที่เป็นคนสู้ชีวิต ไม่เกี่ยงงานไม่ว่าอาชีพไหน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้อื่นด้วย โดยในวันนี้แม้จะเป็นการทำงานวันสุดท้าย แต่ น้องวี ยังขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนนาทีสุดท้ายที่จะได้ทำงานในอาชีพ รปภ. ที่แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 2 เดือนกว่า แต่น้องวี บอกว่า รู้สึกใจหายที่จะต้องมาทำงานเป็นวันสุดท้าย เนื่องจาก
