ชาวสวน
เมืองสุขสยาม จัดงาน Amazing Thai Fruit Paradise ยกขวนผลไม้คุณภาพ เลือกช้อปได้จุใจ สุขสยามเปิดเมืองผลไม้ทิพย์ด้วยการจัดงาน “Amazing Thai Fruit Paradise ผลไม้ทิพย์เมืองสุขสยาม” จำลองป่าหิมพานต์ สมดั่งจินตนาการ “หิมพานต์เปิดตำนานผลไม้เบญจทิพย์” ทั้งราชาและราชินีแห่งผลไม้คือ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ส้มโอ มะพร้าว ซึ่งจัดเป็นสุดยอดผลไม้ทิพย์ยอดนิยมของไทย ให้เลือกช้อปอย่างจุใจ ในโซนเปิดใหม่ Fruit Paradise บนชั้น 2 (UG) เรือนภาคกลาง และชั้น G เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม วันที่ 17-28 พฤษภาคมศกนี้ นายชยะพงษ์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการเมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม กล่าวว่า งาน Amazing Thai Fruit Paradise ผลไม้ทิพย์เมืองสุขสยาม ภายใต้ธีม หิมพานต์ เปิดตำนานผลไม้เบญจทิพย์ คือ สุดยอดแห่งทิพย์ ทั้งห้าของผลไม้ไทย ยิ่งใหญ่ด้วยการผนึกกำลังกับกรมส่งเสริมการเกษตร ,กรมวิชาการเกษตร,กรมการพัฒนาชุมชน,สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย, ตลาดไท และ กลุ่มเกษตรกรเทศบาลตำบลพลับพลา-นารายณ์ จ.จันทบุรี เพื่อเป็นพื้นที่นำเสนอมหัศจรรย์วิถีไทยและ มรดกทางวัฒนธรรมของทั้งสี่ภูมิภาคหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร งานศิลปะ
กรมวิชาการเกษตรงัดมาตรการเข้ม จัดทีมเฉพาะกิจรุกสกัดทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด พร้อมตรวจเข้มล้ง-แผงค้า สร้างความเชื่อมั่นตลาดภายในและตลาดส่งออก และปกป้องการทำลายตลาดทุเรียนไทย คุมเข้มขายทุเรียนอ่อน – นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สวพ.6 ร่วมกับกลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยีและคณะทำงานชุดเฉพาะกิจตามมาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด จังหวัดจันทบุรี นำโดย นายปิยะ สมัครพงศ์ เกษตรจังหวัดจันทบุรี นายสุชาติ จันทร์เหลือง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และนายสุเทพ สินชัย เกษตรอำเภอท่าใหม่ ลงพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจสอบคุณภาพทุเรียนภายใต้สถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ทั้งเปลือก (ล้ง) และในตลาดค้าผลไม้เนินสูง ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพของทุเรียนของโรงคัดบรรจุแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ พบทุเรียนด้อยคุณภาพซึ่งเสียหายหลุดร่วงจากพายุฤดูร้อน เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง น้ำหนักรวม 3,500 กิโลกรัม จึงได้แจ้งเจ้าของโรงคัดบรรจุทำการคัดแยกและคณะชุดปฏิบั
“ขอนแก่น” เจอปัญหาภัยแล้ง-โรคระบาด ทำ “มะนาว” ราคาพุ่งลูกละ 5 บาท ที่ตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผักชนิดต่างๆ เริ่มมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น หลังสภาพอากาศที่แล้งและร้อนจัด ประกอบกับมีน้ำในการใช้เพาะปลูกน้อยลง ส่งผลกระทบต่อสินค้าทางการเกษตร มีการเจริญเติบโตช้า ได้ไม่ผลผลิตเท่าที่ควร บางส่วนได้รับความเสียหายลำต้นแห้งตายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะมะนาวซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ช่วงนี้จึงให้ผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้มีราคาที่สูงขึ้น จาดเดิมเคยขายอยู่ที่ราคาลูกละ 1-2 บาท ปรับราคาขึ้น ลูกละ 4-5 บาท เช่นเดียวกับผักอีกหลายชนิด ที่พาเหรดปรับขึ้นราคากันเป็นจำนวนมาก นางวงเดือน พรมวิเชียร แม่ค้าขายผักสดในตลาดบางลำภู กล่าวว่า ตนได้ไปซื้อมะนาวจากตลาดศรีเมืองทอง ซึ่งเป็นตลาดค้าสดประเภทผัก ในช่วงสัปดาห์นี้ราคามะนาวเริ่มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 100-200 บาทต่อกระสอบ ซึ่งแต่ละปีราคามะนาวก็จะแตกต่างกันออกไป ตามเกรดและขนาดของลูกมะนาว รวมไปถึงขึ้นอยู่ตามฤดูกาล ซึ่งถ้าเป็นมะนาวในช่วงฤดูแล้ง ก็จะมีราคาสูงกว่าฤดูอื่นๆ เนื่องจากมะนาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ผลผลิตของมะนาวในช
วันที่ 18 เม.ย. น.ส.เพ็ญนภา หัสรังค์ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี พร้อมด้วย นายสุนทร สันติมิตร นายกเทศมนตรีตำบลตกพรม ตลอดจนผู้นำชุมชน ลงพื้นที่เข้าสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนผลไม้ ในพื้นที่ ม.1 ม.4 และ ม.9 ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยเฉพาะสวนทุเรียน มีต้นทุเรียนหมอนทองอายุกว่า 30 ปี แต่ละต้นสามารถให้ผลผลิตได้ ต้นละกว่า 40,000 บาทต่อปี ถูกแรงลมพัดต้นหักโค่นระเนระนาดผลผลิตร่วงหล่นเสียหายโดยรวมเบื้องต้นกว่า 160 ตัน คิดเป็นค่าเสียหายกว่า 12 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบมีผลผลิตทุเรียนพันธุ์หมอนทองและก้านยาว ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวถูกลมพัดร่วงหล่นกระจายเกลื่อน ความเสียหายครอบคลุมพื้นที่กว่า 370 ไร่ ใน 3 หมู่บ้าน จากการรวบรวมข้อมูลความเสียหาย จากหลายตำบล คิดเป็นน้ำหนักรวมกว่า 160 ตัน โดยมีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 37 ครัวเรือน และยังรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างบ้านพักอาศัยเสียหาย จำนวน 3 หลัง ค่าความเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 12,000,000 บาท ขณะที่เกษตรกรชาวสวนบางราย ถูกลมพายุพัดกระหน่ำเสียหายไปก่อนหน้านี้ ยังถูกผู้ประกอบการโรงงานทุเรียนทอดกดราคาลง เหลือเพียงกิโลกรัมละไม่ถ
ความเหมาะสมทางทรัพยากรธรรมชาติของไทยได้เอื้อประโยชน์ต่อการนำพืชผัก ไม้ผล หลายชนิดไปปลูกได้ดียังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ มิหนำซ้ำบางพื้นที่อาจได้ผลผลิตดีทั้งคุณภาพและปริมาณกว่าเจ้าของพื้นที่เดิมเสียด้วยซ้ำ อย่างราย คุณรุ้งตะวัน ช้างสาร หรือ คุณแป๋ว เป็นคนนครปฐมโดยกำเนิด เป็นลูกชาวสวนเต็มตัว ครั้นแต่งงานได้ย้ายไปร่วมชีวิตกับสามีที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พร้อมกับนำความรู้ ความสามารถจากอาชีพชาวสวนที่บ้านเกิดไปบุกเบิกปลูกไม้ผลชนิดถอดแบบจนประสบความสำเร็จ สร้างรายได้และชื่อเสียงให้แก่จังหวัดได้อย่างดี คุณรุ้งตะวัน ช้างสาร เจ้าของสวน รุ้งตะวันที่ระโนด สงขลา ถอดแบบการปลูกไม้ผล ที่นครปฐม ไปใช้ที่สงขลา ได้ผลดี คุณแป๋ว เล่าว่า ด้วยความที่เป็นลูกชาวสวนผลไม้ เมื่อเห็นว่าสภาพดินในพื้นที่มีความคล้ายกับทางนครปฐม จึงนำแนวทางปลูกผลไม้และพืชชนิดอื่นที่เคยปลูกอยู่ที่บ้านเกิดมาใช้กับพื้นที่ของสามี จำนวน 6 ไร่ เริ่มต้นด้วยการปรับผืนนาเดิมให้เป็นร่องสวนตามแบบอย่างของจังหวัดนครปฐม แล้วนำพันธุ์ฝรั่งแป้นสีทองจำนวน 250 กิ่ง มาปลูก กระทั่งพบว่าคุณภาพดิน ตลอดจนสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมไม่สร้างปัญหาแต่ประการใด อีกทั้งย
“สงัด พรมเมศ” หรือคนในพื้นที่มักจะเรียกว่า “ป้าสงัด” เธอคือหญิงแกร่ง แห่งอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง วัย 62 ปี จบการศึกษา ป.4 ทำมาแล้วหลายอาชีพ ทั้งรับจ้างทำนา ปลูกผัก เป็นชาวสวน เป็นแม่ค้าขายกล้วยทอด ขายโอเลี้ยง แต่สุดท้ายตั้งตัวได้ด้วยการเป็นเกษตรกรปลูกสมุนไพรไทยใกล้ตัว อาทิ ข่า ตะไคร้ ใบเตย ว่านน้ำ ไพล ทองพันชั่ง ปีกนางฟ้า นอกจากนั้นผนึกกำลังกับกลุ่มกับแม่บ้าน แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือนนำออกจำหน่าย มีรายได้เข้ากลุ่มเดือนละล้านกว่า ช่วยสร้างงาน สร้างเงินให้แก่คนในชุมชนกว่า 300 ชีวิต ป้าสงัด เท้าความว่า เรียนจบเพียง ป.4 ทำงานหนักเอา เบาสู้มาตลอด สมัยเด็กช่วยแม่ขายกล้วยทอด ขายโอเลี้ยงตามงานวัด นอกจากนั้นยังรับจ้างเลี้ยงหมู ปลูกข้าว ปลูกถั่วดำ หาบข้าว ในปี 2511 ได้ค่าแรงเพียงวันละ 12 – 20 บาท พอโตเป็นสาว ช่วยพ่อแม่ทำของกินขายตามงานวัด กระทั่งป้าสงัดแต่งงาน เธอ บอกว่า ได้มรดกเป็นที่ดิน ด้วยความมุ่งมั่น ขยันสร้างฐานะทำงานเก็บเงิน เเละปลูกผักสวนครัว อาทิ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ แตงกวา แต่ก็เกิดปัญหาตลอดขาดทุนเยอะมาก สาเหตุมาจากการใช้สารเคมี ฉะนั้นเลยตั้งปฏิญาณไว้ว่าจะเลิกปลูกพืชผักที
