ซื้อบ้าน
แบงก์ชาติ ปรับมาตรการ LTV ช่วยคนไทยมีบ้านหลังแรกได้ง่ายขึ้น เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 แบงก์ชาติได้ปรับมาตรการ LTV เพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ประชาชนกู้บ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงได้ง่ายขึ้น โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ในการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท แม้ว่ายังคงเพดาน LTV 100% สำหรับสินเชื่อบ้าน แต่ผู้กู้สามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% ของมูลค่าหลักประกันสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัยจริง เช่น การตกแต่งบ้าน การซ่อมแซมหรือต่อเติม ซึ่งหนี้ส่วนนี้เมื่อกลายเป็นหนี้ที่มีบ้านเป็นหลักประกัน จะมีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการกู้แบบไม่มีหลักประกัน นอกจากนี้ กำหนดให้วางดาวน์น้อยลงจาก 20% เป็น 10% สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อดูแลผู้ที่จำเป็นต้องมีบ้าน 2 หลังที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้สัญญาที่ 1 มาแล้วพอสมควร ให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ขณะที่ยังคงส่งเสริมให้มีการออมก่อนกู้ โดยผ่อนเกณฑ์ให้การกู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 ที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ 10% หากผ่อนชำระสัญญาที่ 1 มาแล้วอย่างน้อย 2 ปี (จากเดิมกำหนด 3 ปี) อย่างไรก็ดี ย
“บ้าน” อยู่แล้วเฮง … ต้องแต่งเสริมฮวงจุ้ยแบบนี้! “หมอวั้ง” หมอดูชื่อดัง ควบตำแหน่งอดีตนิสิตเอก Interior เผยไอเดียการแต่งบ้านที่ไม่ใช่แค่ดีไซน์เก๋ๆ แต่แฝงด้วย “ฮวงจุ้ย” อยู่แล้วเฮง ผ่านแฟนเพจ Horolive.com รองเท้า รองเท้าไม่ควรวางขวางทางเข้าบ้าน เพราะเป็นของที่เหยียบย่ำอยู่ติดเท้า และกลิ่นของรองเท้าจะทำให้บรรยากาศของบ้านไม่ดี ที่สำคัญคือเหล่าสัตว์ร้าย อย่าง งู มด และแมลงต่างๆ อาจไปซ่อนตัวอยู่ในรองเท้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเราได้ วิธีแก้ง่ายๆ คือหาชั้นวางรองเท้าที่เป็นระเบียบวางไว้ข้างประตู ก็ช่วยเปิดทางให้ลมพัดเอาบรรยากาศดีๆ เข้าภายในตัวบ้านได้แล้ว ปลั๊กไฟ เมื่อเดินผ่านประตูบ้านหรือห้องมา ด้านขวามือไม่ควรเป็นแหล่งรวมของปลั๊กไฟที่ไร้ระเบียบ เพราะด้านขวามือของบ้านคือแหล่งพลังงาน การมีปลั๊กไฟจะทำให้เกิดการขัดแย้งกัน ส่วนสายไฟจะสื่อถึงคลื่น หากไร้ความเป็นระเบียบจะแสดงถึงอาการควบคุมอารมณ์ยาก เกิดการโต้เถียงในครอบครัวบ่อยๆ และจะทำให้เกิดอันตรายอีกด้วย นาฬิกา ห้ามวางอยู่ปลายเท้าเวลานอน เพราะจะทำให้เกิดความกังวล พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ สำหรับนาฬิกาดิจิตอล จะเหมาะกับห้องทำงาน ห้องร
ธอส. เผยตัวเลขครึ่งปีแรก ปล่อยสินเชื่อใหม่เกือบ 9 หมื่นล้าน ดันคนไทยมีบ้าน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผยผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 89,373 ล้านบาท 67,248 บัญชี ล่าสุด ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่รวมที่ 106,454 ล้านบาท คาดครึ่งปีหลังยังมีโอกาสปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมายทั้งปี 2562 ที่ 203,000 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลที่จัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. และลูกค้าเริ่มปรับตัวรับเกณฑ์คุม LTV ซึ่งล่าสุดมีการผ่อนปรนเกณฑ์เพิ่มเติม รวมทั้งปรับปรุงวิธีให้บริการ จัดทำผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจ เตรียมพร้อมนำเงินฝากสลากออมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รุ่นที่ 1 ชุดวิมานเมฆ มาจัดทำเป็นสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่นาน 3 ปีแรก นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ของปี 2562 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 ว่า ธนาคารปล่อยสินเชื่อปล่อยใหม่เพื่อสร้างโอกาสในการทำให้คนไทย มีบ้านตามพันธกิจของธนาคารไ
กคช. เปิดจองบ้านผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ 1 โครงการ และบุรีรัมย์ 3 โครงการ ราคาเริ่มต้น 510,000 บาท วางเงินจอง 3,000-5,000 บาท จองได้วันนี้-8 เม.ย.นี้ รับโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ กคช. เปิดจองบ้านผู้มีรายได้น้อย – นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้ได้มีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในระดับราคาที่สามารถรับภาระได้ โดยนำโครงการที่น่าสนใจในทำเลสุดพิเศษ จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการที่อยู่อาศัยในจังหวัดกรุงเทพฯ 1 โครงการ คือ โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนมิตรไมตรี (หนองจอก) ตั้งอยู่บริเวณถนนมิตรไมตรี แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ จัดสร้างเป็นอาคารชุด 4 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 33 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 510,000 บาท จองเพียง 3,000 บาท สามารถจองได้ที่ศูนย์ชุมชนบ้านเอื้ออาทรมิตรไมตรี (หนองจอก) ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-8 เม.ย. 2562 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 09 5953 9347 นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังเปิดจองโครงการที่อยู่อาศัยในจังหวัดบุรี
ธอส.อนุมัติสินเชื่อแล้ว 2,750 ราย วงเงิน 1,680 ล้านบาท โครงการบ้านล้านหลัง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แจ้งว่า ธนาคารได้ประกาศให้ผู้จองสิทธิสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลัง ในกลุ่มที่ 2 จากผู้ยื่นจองสิทธิทั้งหมด 1.27 แสนล้านบาท ยื่นคำขอกู้กับธนาคารได้ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 28 มิ.ย.2562 จากที่ก่อนหน้านี้ เปิดให้ผู้จองสิทธิสินเชื่อกลุ่มแรก ยื่นคำขอกู้กับธนาคารไปแล้วตั้งแต่ 2 ม.ค.2562 ล่าสุด 27 ก.พ. มีประชาชนยื่นเอกสารขอกู้แล้ว 3,750 ราย วงเงิน 2,400 ล้านบาท ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 2,750 ราย วงเงินกู้ 1,680 ล้านบาท สำหรับประชาชนที่จองสิทธิสินเชื่อ รอบที่ 2 เดือน มี.ค.นี้ ตรวจสอบระยะเวลายื่นคำขอกู้ของตนเอง ได้ที่เว็บไซต์ http://report.ghbmillionhome.com โดยผู้ที่ต้องการยื่นกู้ สามารถนำรหัสจองสิทธิที่ได้รับทาง SMS พร้อมด้วยหลักฐานสำคัญมอบให้กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักคือ เอกสารแสดงตัวตน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ สลิปเงินเดือน สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง และเอกสารแสดงหลักประกัน อาทิ สัญญาจะซื้อจะขาย สำเนาโฉนดที่ดิน ติดต่อขอรับคำปรึกษาที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาข
ธอส. เคาะเงินกู้บ้านล้านหลังแล้ว 320 ล้านบาท คาดปีนี้แตะ 4 หมื่นล้านจากกรอบ 5 หมื่นล้าน โชว์ผลประกอบการปล่อยสินเชื่อใหม่พุ่ง 2.1 แสนล้านบาท กำไรโต 1.26 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2561 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 213,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.30% คิดเป็น 173,958 บัญชี สูงกว่าเป้าหมาย 24,243 ล้านบาท เป็นสินเชื่อที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวนถึง 105,081 ราย ส่งผลให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,115,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.03% สินทรัพย์รวม 1,163,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.55% เงินฝากรวม 943,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.94% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 46,495 ล้านบาท คิดเป็น 4.17% ของยอดสินเชื่อรวม และมีกำไรสุทธิ 12,611 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ 12,137 ล้านบาท “ปี 2561 ถือเป็นครั้งแรกที่ ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึงระดับ 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ จากการหารือในสภาธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีความเห็นร่
ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) สำนักงานใหญ่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายการดำเนินงานแก่คณะกรรมการและผู้บริหาร ธอส.ว่า มอบนโยบายการทำงาน 4 เรื่อง เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แบ่งเป็น 1.เป็นผู้นำในการปล่อยสินเชื่อและสนับสนุนบ้านผู้สูงอายุ) ประสานความร่วมมือกับกรมธนารักษ์ การเคหะแห่งชาติ รวมถึงเข้าไปปล่อยสินเชื่อผู้สูงอายุที่มีบ้านเพื่อนำเงินไปใช้ยามชรา(รี เวิร์สมอร์ทเกจ) 2.สนับสนุนให้คนจนมีที่อยู่อาศัย อาทิ การทำโครงการบ้านประชารัฐ บ้านริมคลอง บ้านริมทางรถไฟ ร่วมกับกรมธนารักษ์และการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) 3.จัดทำโครงการบ้านข้าราชการ อาทิ บ้านทหาร ตำรวจ 4.โครงการบ้านลูกกตัญญู หากใครกู้เงินซื้อบ้านแล้วมีพ่อแม่ร่วมอาศัยได้สิทธิพิเศษ เพื่อจูงใจให้มีการดูแลพ่อแม่ ปู่ยา ตายาย ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า รับนโยบายเพื่อดำเนินการใน 4 โครงการดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มเปิดตัวในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ธอส.เตรียมวงเงินไว้ประมาณ 5-6 หมื่นบ้านบาท ถ้าไม่พอสามารถเพิ่มเติมได้อีก เนื่องจากจะไม่กำหนดปิดดำเนินการ ธอส.พร้อ
