ดอกเบี้ย
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจังหวัด และส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งในด้านที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพ ธอส. จึงมีมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยเตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท จัดทำ โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559 ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน(ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร)ได้รับผลกระทบ ธนาคารจะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.75% ต่อปี) มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหายสามา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ…..ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอมา โดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า เพื่อปรับปรุงเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ทำให้บทบัญญัติในร่างพ.ร.บ.ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันมีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ จะกำหนดให้การกู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือกำหนดข้อความอันเป็นเท็จเรื่องจำนวนเงินกู้ในหลักฐานการกู้ยืม ให้ถือเป็นความผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเรียกดอกเบี้ยเกินกำหนดเป็นการสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยมีการกระทำขัดต่อความสงบเรียบร้อย ต้องรับโทษหนักขึ้น เป็นจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และกำหนดให้เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันแล
