ดอกไม้
วว. และ พันธมิตร หนุน SMEs นำนวัตกรรม-เทคโนโลยี มุ่งพัฒนา คลัสเตอร์ไม้ดอก ไม้ประดับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร พาณิชย์จังหวัด และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ดำเนินการ เป็นต้น ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัย โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มุ่งดำเนิน “กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SMEs ปี 2564” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดความร่วมมือและเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม จากฐานรากถึงระดับบน ในกลุ่มคลัสเตอร์เป้าหมายที่เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เป็นคลัสเตอร์ที่เข้มแข็งได้ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการ รายย่อย รายเล็ก หรือ Micro-SMEs (MSME) ในคลัสเตอร์เป้าหมายให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการผลิต คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และระบบการบริหารจัดการ รวมไปถึงการอ
วว. แนะปลูก พรหมทิส ไม้ลูกผสมพันธุ์ใหม่ดันเป็นพืชเศรษฐกิจ ยุคนิวนอร์มอล กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะปลูก พรหมทิส ‘Phrom Tistr’ พรรณไม้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ พร้อมดันเป็นพืชเศรษฐกิจยุคนิวนอร์มอล ด้วยจุดเด่นทางพฤกษศาสตร์ “ดอกสวย กลิ่นหอม สีสันโดดเด่น ออกดอกตลอดปี ทรงพุ่มเล็ก” เหมาะปลูกเลี้ยงเป็นไม้ดอกไม้ประดับกระถางสำหรับตกแต่ง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ในครัวเรือนและเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมให้สังคม ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ประสบผลสำเร็จในการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ “พรหมทิส : Phrom Tistr” หรือ พรหม วว. ๑๓ เป็นพรรณไม้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ ในวงศ์กระดังงาสกุลมหาพรหม ซึ่งผ่านการรับรองการขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว มีเอกลักษณ์เฉพาะคือ ดอกสวย มีสีสันโดดเด่นกว่าลูกผสมชนิดอื่นๆ เกิดจากการผสมข้ามชนิดพันธุ์ในพืชสกุลมหาพรหม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และออกดอกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2563 จากนั้นจึงทำการขยายพันธุ์โดยวิธีการต่อกิ่งลูกผสม ปั
“ภาณุมาศ” พวงมาลัยเงินล้าน ตลาดสี่มุมเมือง ต้นตำรับมาลัยข้อพระกรชื่อดัง ผลิตสินค้าตามออร์เดอร์ โตก้าวกระโดดจากออนไลน์ มุ่งขยายสู่ธุรกิจ “ดอกไม้” ครบวงจร การประดิษฐ์มาลัยและดอกไม้ต่างๆ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สูงค่าที่นับวันยิ่งหาผู้สืบทอดได้ยาก แต่หากเอ่ยชื่อ “พวงมาลัย ภาณุมาศ” หลายคนรู้จักกันดีในเรื่องมาลัยที่วิจิตรงดงาม ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ เหมาะสำหรับนำไปมอบให้กับบุคคลที่รักและเคารพนับถือ ในวาระพิเศษหรือเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันแม่ที่กำลังจะมาถึงในเดือนสิงหาคมนี้ คุณณิชชฎา ทัศนัย หรือคุณเอ้ ทายาทรุ่น 2 ที่เข้ามาดูแลกิจการแทนคุณแม่ เล่าว่า ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีก่อน ร้านภาณุมาศ ซึ่งเกิดมาพร้อมๆ กับ “ตลาดดอกไม้” ของตลาดสี่มุมเมือง ยังเป็นเพียงร้านที่ขายวัตถุดิบสำหรับทำพวงมาลัย เนื่องจากตนกับคุณแม่เป็นชาวสวนมะลิจากนครสวรรค์ ปัจจุบัน ภาณุมาศ คือ ร้านจำหน่ายมาลัยคล้องมือ หรือมาลัยข้อพระกรอันเลื่องชื่อ ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ภาณุมาศ ขึ้นแท่นเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำเทรนด์พวงมาลัยรูปแบบนี้ให้กับร้านอื่นๆ “คุณแม่เริ่มจากขายส่งวัตถุดิบดอกไม้ พอวัตถุดิบเหลือก็
ไอเดียสุดครีเอต “กระทงธรรมชาติ” จากผัก-ดอกไม้ ทำง่าย แถมช่วยลดโลกร้อน กระทงธรรมชาติ – ใกล้เข้ามาแล้วกับ “เทศกาลลอยกระทง” ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ไม่มีหลักฐานแน่ชัด ว่าเริ่มมีวันลอยกระทงตั้งแต่เมื่อใด แต่มีความเชื่อว่าเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในสมัยก่อน พิธีลอยกระทงเป็นพิธีการลอยโคม ก่อนที่ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วง หรือ นางนพมาศ จะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นแทนการลอยโคม ต่อมากระทงดอกบัวก็ถูกพัฒนาให้เข้ากับแต่ละยุคสมัยมาเรื่อยๆ มีการตกแต่งด้วยวัสดุอื่นๆ ให้สวยงาม ซึ่งวัสดุเหล่านั้นไม่สามารถย่อยสลายได้เองในเร็ววัน จนกระทงกลายเป็น “ขยะ” ไปอุดตันตามแหล่งน้ำต่างๆ ในที่สุด ที่เพจ คลิปฮาน้ำตาไหล ได้แชร์ภาพกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ที่ทำมาจากสิ่งของหาง่าย อย่าง ผักและดอกไม้ ทำง่าย เสียเงินไม่เยอะ และยังย่อยสลายกลายเป็นอาหารสัตว์น้ำได้อีก แถมยังมีรูปลักษณ์ที่สวยงามแหวกแนวไปอีก ที่มา คลิก
