ถ้ำหลวง
จากกรณีทีมปฏิบัติการสามารถค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย พบแล้ว โดยอยู่เลยจากพัทยาบีชประมาณ 400 เมตร ซึ่งทั้งหมดปลอดภัยดี แต่มีอาการอ่อนเพลีย โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อพาตัวทั้งหมดออกมา อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมมีความเป็นห่วงสุขภาพของเด็ก แต่ทางหน่วยซีลได้ยืนยันว่าทั้ง 13 ชีวิตนั้นแข็งแรงปลอดภัยทุกคน อย่างไรก็ตาม @icetimicetim ได้โพสต์ภาพที่ทำให้โซเชียลแห่แชร์กันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ เป็นภาพโรงพยาบาลสนามที่เตรียมพร้อมไว้หากนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้ พร้อมกับแคปชั่นระบุว่า ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ ตื่นเต้นอันนี้สุดแล้ว โรงพยาบาลสนาม อย่างกับในสงครามมีห้องผ่าตัดไปอีก เห็นว่าเพิ่งเอามาใช้เป็นครั้งแรกที่ถ้ำหลวง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ที่มา : Folk Kamponsak Sassadee โดย Folk Kamponsak Sassadee ได้โพสต์ระบุว่า และแล้วมันก็มีเรื่องหน้าแตกระดับชาติ จากเรื่องที่เคยอยากจะเล่าให้ฟังที่ทิ้งท้ายไว้ว่า แต่ ……. ก่อนหน้านี้หลายวันตอนนั่งดูข่าวอยู่ที่บ้านที่สตูล เมื่อได้ดูข่าวเด็กๆติดอยู่ในถ้ำแล้วมีการวิเคราะห์ตำแหน่งพิกัดถ้ำว่าซ้อนอยู่ใต้ภูเขานางนอนผ่านจอ ก็รู้สึกทันทีว่ามันไม่ใช่ มันผิดพิกัดตามระบบถ้ำกับสภาพทางกายภาพของภูเขา ก็รีบเปิดดูแผนที่ดาวเทียมแล้วคาดการณ์ตามที่ถนัดตามประสบการณ์ที่มีอยู่ในจุดที่คาดว่าเด็กๆติดอยู่ในนั้นพร้อมกับมาร์คจุดไว้พร้อมยื่นให้แม่บ้านดู ว่าเนี่ยๆ เด็กต้องอยู่จุดนี้แน่นอน ถ้ำหลวงจะซ้อนอยู่ใต้ร่องภูเขา ไม่ใช่ซ้อนตรงกับสันเขาแบบในข่าว ผ่านไปอีกวันก่อนจะเริ่มจัดของและอุปกรณ์ต่างๆเพื่อต้องการเดินทางไปเชียงราย แต่ก่อนจะมา ได้ส่งแผนที่พิกัดสำคัญให้กับบุคลากรระดับประเทศหลายคน แต่ถูกเมินเฉย เมื่อมาถึงที่เชียงรายก็ยื่นความประสงค์ว่าต้องการเข้าไปสำรวจในตำแหน่งนั้น ก็ได้รับเสียงหัวเราะกลับมาว่ามันเป็นไปไม่ได้ เมื่อลงพื้นที่จริงก็พยายามเจรจาเพื่อไปสำรวจพิกัดในใจนั้น ก็ได่รับการบ่ายเบี่ยงให้สามารถแค่ไปถ่ายภาพจ
เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำ-เคลียร์ทาง ถ้ำหลวง นำ 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง ด้านแพทย์ระบุ โรงพยาบาลพร้อมรับตัวรักษา เผยวิธีการรักษา จัดพยาบาลดูแลตัวต่อตัว คาดใช้เวลารักษา 7 วัน เจ้าหน้าที่ช่วยกันขนถังออกซิเจนและวางเชือกภายในถ้ำ ถ้ำหลวง / เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารจากหลายหน่วยทั้งจาก ฉก.ม.3, กองกำลังผาเมือง, มณฑลทหารบกที่ 34, มณฑลทหารบกที่ 37, กองพลทหารราบที่ 4, กองพลทหารราบที่ 7, กองกำลังนเรศวร และกองกำลังผาเมือง ต่างระดมกำลังกันขนย้ายระบบกระแสไฟฟ้าเข้าไปติดตั้งเพิ่มเติมภายในถ้ำหลวงดังกล่าว โดยเป็นระบบส่งกระแสไฟฟ้าที่มีความยาวเป็นระยะทางประมาณ 1,500 เมตร เพื่อนำไปต่อเพิ่มเติมถึงบริเวณห้องโถงที่ 3 จากนั้น มีแผนจะติดตั้งระบบสูบน้ำให้ถึงระยะกว่า 3,000 เมตร เพื่อสูบน้ำจากสามแยกภายในถ้ำก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ห้องโถงที่เป็นแอ่งน้ำกว้างและหาดพัทยาต่อไป ขณะที่กลุ่มเด็กๆ และผู้ฝึกสอน รวม 13 คนติดอยู่บนเนินนมสาว ห่างจากหาดพัทยาออกไปอีกประมาณ 400 เมตร เร่งวางเชือกให้ 13 ชีวิตใช้เกาะออกจากถ้ำ รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ภาย
เผยแผนผัง ถ้ำหลวง ไขปมหน่วยซีลยังไม่ถึงพัทยาบีช ด้าน ผวจ.เชียงราย มั่นใจผ่านจุดวิกฤตสามแยกเข้าใกล้ 13 ชีวิตได้วันนี้ ระบุ เป็นภารกิจหลักของซีลที่ต้องทำให้สำเร็จ จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านไปแล้ว 8 วัน ถ้ำหลวง / ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย แถลงถึงความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำเป็นวันที่ 10 ว่า สำหรับความคืบหน้าของหน่วยซีล ซึ่งขณะนี้ได้เข้าไปถึงบริเวณทางสามแยก ซึ่งหากเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรจะถึงพัทยาบีช โดยการเลี้ยวซ้ายจะมีจุดที่ยากที่สุด คือเป็นลักษณะหลุมลึกและแคบ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำอุปกรณ์ลงไปได้ จึงจะต้องขยายหลุมดังกล่าวก่อน เพื่อนำอุปกรณ์เข้าไป และรักษาไม่ให้หลุมปิดลงอีกจากการอุดตันของดิน คา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 1 ก.ค. เพจเฟชบุ๊ก Thai NavySEAL ได้โพสต์ข้อความและภาพโดยระบุว่า มีขวดอากาศมาเพิ่มเติม 351 ขวด รวมกับขวดเดิมที่มีอยู่เป็น 415 ขวด เจ้าหน้าที่ทั้งส่วนมนุษย์กบ และทีมงานของสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย เร่งทำงานเต็มที่ คาดว่าต้องใช้เวลา 12 ชั่วโมง ให้ขวดเต็ม ซึ่งจะทยอยนำเข้าสู่ห้องโถง 3 ภายในคืนนี้ ที่มา มติชนออนไลน์
จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายใน ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านไปแล้ว 7 วัน ถ้ำหลวง / ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าบริเวณถ้ำหลวงเป็นที่ขนหรือลำเลียงยาเสพติด และเป็นพื้นที่สีแดง ว่า ตนขอชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว 5 ประเด็น คือ 1.สำหรับคดีที่มีการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่จ.เชียงรายที่มีการกล่าวถึงนั้น ในวันนี้ตนได้นำสำนวนการจับกุมมาด้วย คือ 1.คดี 821/2560 ซึ่งเป็นคดีการจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมยาเสพติด 1 ล้านเม็ดของสภ.แม่สาย โดยจับกุมได้ที่บ้านน้ำจ้ำ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งไม่ได้ผ่านถ้ำหลวง พล.ต.ต.ชูรัตน์ กล่าวต่อว่า 2.จากข้อมูลยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 5 ไม่เคยปรากฎข้อมูลข่าวสารหรือข้อเท็จจริงว่ามีการใช้ถ้ำหลวงแห่งนี้เป็นทางผ่าน ทางลำเลียง หรือซุกซ่อนยาเสพติดแต่อย่างใด 3.สภาพภูมิประเทศเทือกเข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือเยาวชนและโค้ช 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงจังหวัดเชียงราย ได้จัดการจราจรทางเข้า-ออกวนอุทยานถ้ำหลวงน้ำนางนอน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พบว่าติดขัดตลอดหลายวันที่ผ่านมาเพื่อเปิดทางให้การจราจรคล่องตัวรองรับการเคลื่อนย้าย 13 ชีวิตหลังจากช่วยเหลือออกจากทำได้สำเร็จ ปรากฏว่านอกจากจะมีการจัดรถสองแถวไว้บริการสื่อมวลชนเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร -จิตอาสาที่เข้าออกภายในวนอุทยานแล้ว ยังมีจิตอาสามอเตอร์ไซค์รับส่งฟรี คอยบริการด้วย จากทางแยกจุดจอดรถ เข้าถึงหน้าถ้ำด้วย นายวิชัย พิมพ์อุบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย หนึ่งในจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ บอกว่า วันนี้ร่วมแรงร่วมใจกันขับขี่รถจักรยานยนต์ คอยบริการผู้ที่เดินทางเข้าออกถ้ำ มาด้วยใจและอยากให้เด็กๆทุกคนปลอดภัย นอกจากนี้คนในหมู่บ้านตนยังร่วมทำอาหารแจกจ่ายเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครที่ประจำการตามจุดต่างๆเช่นผาหมี ถ้ำพระ ด้วยโดยตื่นนอนหุงหาอาหารกันตั้งแต่ 03.00น.ของทุกวันเพื่อหุงหาอาหารให้ทันมื้อเช้าเพื่อแจกจ่าย ขณะที่บริเวณพื้นที่ วนอุทยานฯซึ่งเป็นที่ตั้งโรงครัวพระราชทาน จิตอาสา เหล่าจิต
ยังคงเป็นประเด็นบนหน้าข่าวหลักทุกสำนัก สำหรับกรณีเร่งค้นหา 13 ชีวิต นักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี ที่หายขณะเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งผ่านมากว่า 8 วันแล้ว แต่ยังไม่พบตัวทั้ง 13 ชีวิต โดยที่ผ่านมาหนาวยงานทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล-เอกชน ต่างช่วยซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ ในการช่วยเหลือ ทั้งส่งเจ้าหน้าที่ อาหาร หรืออุปกรณ์ เข้ามาอำนวยความสะดวกให้บรรดาทีมค้นหา ทำงานได้สบายมากขึ้น ล่าสุดเว็บไซต์ เชียงใหม่นิวส์ ได้นำเสนอข่าว นายวีระวัฒน์ จโรภาสรัตน์ นายช่าง บมจ.ช.การช่างพร้อม จนท.พนักงาน 19 คน ได้บรรทุกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด 500 KBA จำนวน 1 เครื่อง และขนาด 30 KBA จำนวน 3 เครื่อง พร้อม จนท.จิตอาสา กู้ภัยน่าน อีกจำนวนหนึ่ง มุ่งหน้าออกจาก จ.น่าน มุ่งหน้าเข้าไปเพื่อสมทบทีมที่กำลังค้นหา 13 นักเตะ หมู่ป่า ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เครื่องกำเนิดไฟ ฟ้าขนาดใหญ่พร้อมแล้ว (ภาพ : เชียงใหม่นิวส์) นายวีระวัฒน์ เผยผ่าน ว่า “บมจ.ช.การช่าง ทำงานอยู่ที่ สปป.ลาว หลังทราบข่าวการหายไปของน้องทีมหมูป่า และภายในถ้ำมีความมืดมาก ทำให้การค้นหาเป็
จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายใน ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านไปแล้ว 7 วัน ถ้ำหลวง / ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิบัติภารกิจของหน่วยซีล ว่า สำหรับขั้นตอนการทำงานของหน่วยซีลนั้น ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเข้าไปยังพื้นที่ ที่คาดว่า ทั้ง 13 ชีวิตอยู่ ซึ่งขั้นตอนการทำงานค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเป็นที่มืด ไม่มีแสงสว่าง หน่วยซีลลุยวางถังออกซิเจนถ้ำหลวง “หน่วยซีลไม่ได้เข้าไปตัวเปล่า มีการนำอุปกรณ์ อาหาร ติดตัวไปด้วย และมีการติดตั้งถังออกซิเจนขนาดเล็กที่จะต้องติดทุกๆ 25 เมตร ซึ่งขณะนี้มีครบแล้ว 200 ชุด ซึ่งทางกองทัพอากาศกำลังจะส่งมา อย่างไรก็ตาม หน่วยซีล ยังคงเดินหน้า เข้าไปในพื้นที่ จะไม่ยอมแพ้จนกว่าภารกิจจะส
เมื่อวันที่ 1 กรฎาคม ที่บริเวณเต็นท์ทำการกองทัพเรือ หน้าถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารเรือและตำรวจซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพในสถานการณ์วิกฤตจากประเทศออสเตรเลีย 6 นาย เข้าประจำการในจุด โดยมีการเตรียมชุดประดาน้ำและอุปกรณ์การดำน้ำพร้อมเข้าปฏิบัติการ เข้าช่วยเหลือ 13 ชีวิตเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี นายเคมรอน โรเบิล ตัวแทนทีมจัดการสถานการณ์วิกฤต Australian Department of Foreign Affairs and Trade (DFAT) เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลออสเตรเลียได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการช่วยเหลือในสถานการณ์วิกฤตตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญการดำน้ำ การอพยพ การเข้าช่วยเหลือปฏิบัติการพิเศษทุกกรณี จำนวน 6 นาย มาช่วยทีมเจ้าหน้าที่ไทย โดยเดินทางมาถึงตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และพร้อมปฏิบัติการในวันนี้ ชุดปฏิบัติการของสหรัฐที่มาตั้งแต่เมื่อวาน ปฏิบัติการร่วมกัน ทีมสหรัฐร่วมหารือกับทีมออสเตรเลีย ที่มา มติชนออนไลน์
